ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๑๔๑ · ข้อ 56
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทรงรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์ในสารทกาลและดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ.

จบภาณวารกถาที่ ๒

พึงทราบในภาณวารที่ ๓. บทว่า ยนฺนูนาหํ ธมฺมํ เทเสยฺยํ ความว่า ไฉนหนอ เราจะพึงแสดงธรรม. ก็วิตกนี้เกิดขึ้นแล้วเมื่อไร. เกิดขึ้นในสัปดาห์ ที่ ๘ ของผู้เป็นพระพุทธเจ้า.

ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า วิปัสสีนั้นเป็นพระพุทธเจ้า แล้วประทับนั่ง ณ โพธิบัลลังก์ตลอดสัปดาห์ ประทับยืนเพ่งดูโพธิบัลลังก์ตลอด สัปดาห์ เสด็จจงกรม ณ เรือนแก้วตลอดสัปดาห์ ประทับนั่งเฟ้นพระธรรม ณ เรือนแก้วตลอดสัปดาห์ ประทับนั่ง ณ อชปาลนิโครธตลอดสัปดาห์ ประทับ นั่ง ณ โคนมุจลินท์ตลอดสัปดาห์ ประทับนั่ง ณ ราชายตนะตลอดสัปดาห์ เสด็จลุกจากราชายตนะนั้น พอพระองค์เสด็จมาในสัปดาห์ที่ ๘ ประทับนั่ง ณ อชปาลนิโครธอีก ความวิตกนี้และความวิตกนอกเหนือจากนี้ที่พระพุทธเจ้า ประพฤติและพระพฤติมาอย่างสม่ำเสมอเกิดขึ้นแล้วแก่พระพุทธเจ้าทั้งปวง.

ในบททั้งหลายเหล่านั้น บทว่า อธิคโต คือแทงตลอดแล้ว. บทว่า ธมฺโม ได้แก่ ธรรมคืออริยสัจ ๔. บทว่า คมฺภีโร นี้ เป็นชื่อของการปฏิเสธ

ความเป็นของตื้น. บทว่า ทุทฺทโส ความว่า เป็นธรรมที่เห็นได้ยาก คือเป็น

ธรรมอันบุคคลเห็นโดยยาก คือไม่สามารถเห็นง่าย เพราะเป็นธรรมลึกซึ้ง. เพราะเป็นธรรมที่เห็นได้ยาก จึงเป็นธรรมที่รู้ตามยากอันบุคคลพึงตรัสรู้โดยยาก

คือไม่สามารถตรัสรู้ได้โดยง่าย. บทว่า สนฺโต คือดับสนิทแล้ว. บทว่า

ปณีโต คือไม่เร่าร้อน ทั้งสองบทนี้ท่านกล่าวหมายถึง โลกุตตระนั่นเอง. บทว่า อตกฺกาวจโร ความว่า ไม่ควรคาดคะเน คือไม่ควรหยั่งลงด้วยการ ตรึก ควรคาดคะเนด้วยญาณเท่านั้น. บทว่า นิปุโณ คือละเอียด. บทว่า