ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๔๐๙ · ข้อ 162
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ศัพท์ว่า อิงฺฆ เป็นนิบาตลงในอรรถว่าตักเตือน. บทว่า อจฺโฉทกา แปลว่า มีน้ำใส. บทว่า สาโตทกา แปลว่า มีน้ำอร่อย. บทว่า สีโตทกา แปลว่า น้ำเย็นสนิท. บทว่า เสโตทกา แปลว่า ปราศจากเปือกตม. บทว่า สุปติฏฺา แปลว่า มีท่าดี.

บทว่า ปุกฺกุโส เป็นชื่อของบุตรเจ้ามัลละนั้น. บทว่า มลฺลปุตฺโต แปลว่า บุตรของเจ้ามัลละ. ได้ยินว่า พวกเจ้ามัลละผลัดเปลี่ยนกันครองราช

สมบัติ. ตราบใดวาระของเจ้ามัลละเหล่าใดยังไม่มาถึง ตราบนั้นเจ้ามัลละ

เหล่านั้นก็กระทำการค้าขายไป. เจ้าปุกุสะแม้นี้ ก็ทำการค้าขายอยู่นั่นแล

จัดเกวียน ๕๐๐ เล่ม เมื่อลมพัดมาข้างหน้าก็ไปข้างหน้า เมื่อลมพัดมาข้างหลัง

ก็ส่งหมู่เกวียนไปข้างหน้าตนเองไปข้างหลัง. ในคราวนั้น ลมพัดไปข้างหลัง

เพราะฉะนั้น เขาจึงส่งหมู่เกวียนไปข้างหน้า นั่งบนยานบรรทุกรัตนะทั้งหมด ออกจากเมืองกุสินารา เดินทางไป หมายจะไปเมืองปาวา. ด้วยเหตุนี้นั้นท่าน จึงกล่าวว่า เดินทางไกลจากเมืองกุสินาราสู่เมืองปาวา.

บทว่า อาฬาโร เป็นชื่อของดาบสนั้น. ได้ยินว่า ดาบสนั้นมีร่าง สูงและเหลือง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงมีชื่อว่า อาฬาระ. คำว่า กาลาโม

ได้แก่โคตร. คำว่า ยตฺร หิ นาม เท่ากับ โยหิ นาม. บทว่า เนว ทกฺขติ

แปลว่า ไม่เห็น. แต่ท่านกล่าวคำนี้ไว้เป็นอนาคตกาล เพราะประกอบกับ ยตฺร

ศัพท์. จริงอยู่ คำเห็นปานนี้ เป็นลักษณะศัพท์ในฐานะเช่นนี้. บทว่า

นิจฺฉรนฺตีสุ แปลว่าร่ำร้อง. บทว่า อสนิยา ผลนฺติยา ได้แก่ร้องไห้ โฮใหญ่ เหมือนฟ้าฝ่าแยกออก ๙ สาย.

ความจริง ฟ้าผ่ามี ๙ สาย คือ อสัญญา วิจักกา สเตรา คัคครา กปิสีสา มัจฉวิโลลิกา กุกกุฏกา ทัณฑมณิกา และ สุกขาสนิ. บรรดาฟ้าผ่า ๙ นั้น ฟ้าผ่า ที่ชื่อว่าอสัญญา กระทำโดยไม่หมายรู้. ที่ชื่อว่าวิจักกา กระทำ