ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๓๓๑ · ข้อ 156
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มัลลปาโมกข์กล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอให้เป็นไปตามความประสงค์ของ พวกเทวดาเถิด.

ถวายพระเพลิง

ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะเข้าไปถึงมกุฏพันธนเจดีย์ของพวกเจ้า มัลละในเมืองกุสินารา และถึงจิตกาธานของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ครั้นเข้า ไปแล้ว กระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่งประนมอัญชลี กระทำประทักษิณจิต กาธาน ๓ รอบ แล้วเปิดทางพระบาท ถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระผู้มี

พระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า. แม้ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านั้น กระทำจีวรเฉวียงบ่า

ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณ ๓ รอบแล้ว ถวายบังคมพระบาททั้งสอง

ของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเศียรเกล้า. เมื่อท่านพระมาหากัสสปะและภิกษุ ๕๐๐

รูปนั้นถวายบังคมแล้ว จิตกาธานของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็โพลงขึ้นเอง. เมื่อ พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าถูกเพลิงไหม้อยู่ พระอวัยวะส่วนใด คือ พระฉวี พระจัมมะ พระมังสะ พระนหารุ หรือพระลสิกา เถ้าเขม่าแห่งพระ อวัยวะส่วนนั้น มิได้ปรากฏเลย เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียว. เมื่อเนยใส และน้ำมันถูกเพลิงไหม้อยู่ เถ้าเขม่ามิได้ปรากฏฉันใด เมื่อพระสรีระของพระ

ผู้มีพระภาคเจ้าถูกเพลิงไหม้อยู่. . .เหลืออยู่แต่พระสรีระอย่างเดียวฉันนั้นเหมือน

กัน. บรรดาผ้า ๕๐๐ คู่ เหล่านั้น เพลิงไหม้เพียง ๒ ผืนเท่านั้น คือผืนในที่

สุดกับผืนนอก. เมื่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าถูกเพลิงไหม้แล้ว ท่อน้ำ

ก็ไหลหลั่งมาจากอากาศดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาคเจ้า. น้ำพุ่งขึ้นแม้จาก

ไม้สาละ ดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาคเจ้า. พวกเจ้ามัลละเมืองกุสินารา ดับจิตกาธานของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยน้ำหอมทุกชนิด. ลำดับนั้น พวกเจ้า มัลละเมืองกุสินารา ทำสัตติบัญชร ในสัณฐาคาร แวดล้อมด้วยธนูปราการ สักการะ เคารพ นับถือ บูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าตลอด ๗ วัน ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคม ดอกไม้ ของหอม.