ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๑๕๑ · ข้อ 56
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ลูกศรที่ซัดไปในเวลากลางคืน แต่สัตว์ทั้งหลายที่ทำความดี เป็นเวไนยบุคคล แม้ยืนอยู่ไกลพระตถาคตนั้น ย่อมมาสู่คลองได้. สัตว์เหล่านั้นย่อมเป็นดุจไฟ

และดุจภูเขาหิมพานต์. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า

สัตบุรุษทั้งหลายย่อมปรากฏ ที่ไกล

เหมือนภูเขาหิมพานต์ อสัตบุรุษทั้งหลาย

ย่อมไม่ปรากฏ ณ ที่นี้ เหมือนลูกศร

ที่เขาซัดไปในเวลากลางคืน ฉะนั้น.

บทว่า อุฏฺเหิ ความว่า พรหมกราบทูลวิงวอนถึงการเสด็จจาริก

เพื่อโปรดแสดงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า. พึงทราบในบทว่า วีร เป็นต้นว่า

พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่า วีระ เพราะพระองค์มีความเพียร ชื่อว่าเป็นผู้ชนะ สงครามเพราะพระองค์ทรงชนะ เทวบุตรมาร มัจจุมาร และกิเลสมาร ชื่อว่า เป็นผู้นำพวก เพระพระองค์ทรงข้ามชาติกันดารเป็นต้นได้ คือ เพราะพระองค์ สามารถแนะนำแล้วนำพวกไปได้ ชื่อว่า เป็นผู้ไม่มีหนี้ เพราะไม่มีหนี้ คือ กามฉันทะ ดังนี้.

บทว่า อปารุตา คือ เปิดเผย. บทว่า ประตูอมตะ ได้แก่

อริยมรรค. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ว่า เพราะเราได้เปิดประตูนิพพาน

กล่าวคือ อมตะ ตั้งไว้แล้ว. บทว่า ปมุญฺจนฺต สทฺธํ ความว่า ผู้มีโสต ทั้งปวง จงปล่อย คือ สละศรัทธาของตนเถิด. ในสองบทหลังมีเนื้อความว่า ด้วยว่า เราเป็นผู้มีความรู้สึกลำบากด้วยกายและวาจา จึงมิได้กล่าวธรรมอัน- ประณีต คือสูงสุดนี้ ซึ่งตนทำให้คล่องแคล่ว คือ เป็นไปด้วยดีแล้ว ก็บัดนี้ ชนทั้งปวง จงน้อมนำภาชนะคือศรัทธาเข้าไปเถิด เราจักยังความดำริของชน เหล่านั้นให้บริบูรณ์ ดังนี้.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) พระพุทธเจ้าทรงลังเลจะแสดงธรรม จนพรหมอาราธนา
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า