ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 13 · หน้า 346 · ข้อ 162
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า อนุโมทิตฺวา ได้แก่อนุโมทนาด้วยวาจาว่า ท่านพระโคดม คำนี้เป็น

วาจาสุภาษิตแท้. บทว่า ปกฺกามิ ได้แก่ไปยังราชสำนัก.

ลำดับนั้น พระราชา (อชาตศัตรู) ตรัสถามพราหมณ์นั้นว่า อาจารย์

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่ากระไร. พราหมณ์ทูลว่า พระดำรัสของท่านพระสมณ-

โคดม บ่งชี้ว่า ใคร ๆ ไม่อาจจับเหล่าเจ้าวัชชีได้ แต่ว่า อาจจับได้ด้วยการ เจรจา ๑ ด้วยการทำให้แตกสามัคคี ๑. พระราชาตรัสถามพราหมณ์นั้นว่า ช้าง ม้า เป็นต้นของเรา จักพินาศด้วยการเจรจา เราจักจับเหล่าเจ้าวัชชี ด้วยการทำลายสามัคคีเท่านั้น เราจักทำอย่างไร. พราหมณ์ทูลว่า พระมหา- ราชเจ้า ถ้าอย่างนั้น ขอได้โปรดปรารภแคว้นวัชชี ยกเรื่องขึ้นตรัสในที่ประชุม แต่นั้น ข้าพระองค์จักทูลว่าพระมหาราชเจ้า พระองค์จะทรงประสงค์อะไรด้วย สมบัติของเจ้าเหล่านั้น เจ้าเหล่านั้น จงทำกสิกรรมและพานิชย์กรรมเป็นต้น เลี้ยงชีพอยู่เถิด แล้วทำทีจะหลบหนีไป ต่อนั้น พระองค์พึงตรัสว่า เหตุไรหนอ ท่านพราหมณ์ผู้นี้ จึงคัดค้านเรื่องแคว้นวัชชีที่ปรารภกัน. ตอนกลางวันข้า พระองค์จักส่งเครื่องบรรณาการไปถวายเจ้าวัชชีเหล่านั้น แม้พระองค์ก็จงให้ จับข้าพระองค์นั้น ยกโทษของข้าพระองค์ ไม่ทำการจองจำและเฆี่ยนตีเป็นต้น หากแต่โกนหัวอย่างเดียว เนรเทศออกไปจากพระนคร เมื่อเป็นดั่งนั้น ข้าพระ องค์จักกล่าวว่า ข้าพระองค์ให้สร้างกำแพงและคูในพระนครของพระองค์ ข้าพระองค์จะรู้ถึงสถานที่มั่นคงและอ่อนแอ และสถานที่ตื้นและลึกบัดนี้ ข้าพระองค์จักทำพระนครนั้นให้ตรงไม่นานเลย พระองค์ฟังคำนั้น พึงตรัส

สั่งไล่ให้ไปดังนี้. พระราชาก็ได้ทำทุกประการ.

เหล่าเจ้าลิจฉวี ทรงสดับการเนรเทศพราหมณ์นั้นแล้วตรัสว่า พราหมณ์โอ้อวด ท่านทั้งหลายอย่าให้พราหมณ์นั้นข้ามแม่น้ำคงคาไปได้. บรรดาเจ้าลิจฉวีเหล่านั้น เมื่อเจ้าลิจฉวีบางพวกกล่าวว่า เขาว่าพราหมณ์นั้น