ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 13 · หน้า 477 · ข้อ 165 166
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ราชสมบัติของหม่อมฉันย่อมเป็นของพระองค์ ขอพระองค์จงประทานพระ-

บรมราโชวาท. พระเจ้ามหาสุทัสสนะจึงตรัสอย่างนี้ว่า พวกท่านไม่พึงฆ่าสัตว์

ไม่พึงถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้ ไม่พึงประพฤติผิดในกาม ไม่พึงกล่าวเท็จ ไม่พึงดื่มน้ำเมา และจงเสวยสมบัติตามที่เคยเสวยเถิด. อานนท์ ก็แลเหล่า พระราชาฝ่ายตรงข้ามทางทิศเหนือ ต่างยอมเป็นบริวารของพระเจ้ามหาสุทัสสนะ

แล้ว. อานนท์ ครั้งนั้นแล จักรแก้วนั้น ครั้นพิชิตแผ่นดินจรดขอบทะเล

แล้ว ก็กลับมาสู่กรุงกุสาวดีหยุดอยู่กับที่เหมือนถอดเพลาออก ตรงหน้ามุขศาล ใกล้ประตูพระราชวัง ของพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทำให้พระราชวังของพระเจ้า - มหาสุทัสสนะ สง่างาม. อานนท์ จักรแก้วเห็นปานนี้ได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะแล้ว.

กถาว่าด้วยการปรากฏของหัตถิรัตนะเป็นต้น

[๑๖๕] อานนท์ ข้ออื่นยังมีอีก ช้างแก้ว ได้ปรากฏแล้วแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ เป็นพระยาช้างชื่ออุโบสถขาวปลอด เป็นที่ตั้งแห่งคชลักษณ์ ครบ ๗ ประการ มีฤทธิ์เหาะได้. พระเจ้ามหาสุทัสสนะทอดพระเนตรเห็นช้าง นั้น ก็ทรงเลื่อมใสตรัสว่า ผู้เจริญ ยานช้างนี้ถ้าพึงฝึกหัดก็จะดี. อานนท์ ทันทีนั้น ช้างแก้วนั้นก็ถึงการฝึกหัดเหมือนช้างแสนรู้ตัวเจริญที่ได้รับการฝึก

อย่างดีมาแล้วสิ้นกาลนานฉะนั้น. อานนท์ เล่ากันมาว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะ

เมื่อจะทรงทดลองช้างแก้วนั้นเอง ตอนเช้า เสด็จขึ้นเลียบไปทั่วแผ่นดินจม จรดขอบทะเล แล้วเสด็จกลับมาสู่กรุงกุสาวดี เสวยพระกระยาหารเช้า. อานนท์ ช้างแก้วเห็นปานนี้ ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะแล้ว.

[๑๖๖] อานนท์ ยังมีข้ออื่นอีก ม้าแก้วได้ปรากฏขึ้นแก่พระเจ้ามหา สุทัสสนะ เป็นพญาม้าชื่อวลาหก สีขาวล้วน ศีรษะดำเหมือนกา มีผมเป็นพวง