ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 13 · หน้า 554 · ข้อ 208
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

และปธานสังขาร. บทว่า อิทฺธิปาทํ ความว่า กองแห่งจิตที่เหลือ หรือ

เจตสิก เป็นบาทด้วยอรรถว่า ตั้งมั่นแห่งฉันทสมาธิ และปธานสังขาร อันประกอบพร้อมด้วยอภิญญาจิต ซึ่งถึงอันนับว่า อิทธิ โดยปริยายว่า สำเร็จ หรือโดยปริยายนี้ว่า เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายสำเร็จด้วยอรรถว่า สำเร็จ คือ เป็นผู้สำเร็จแล้ว สมบูรณ์แล้ว ถึงที่สุดแล้ว. เพราะคำว่า อิทธิบาท ท่าน กล่าวว่า เวทนาขันธ์ แห่งความเป็นจริงใด ฯลฯ วิญญาณขันธ์. พึงทราบอรรถ

แม้ในบทที่เหลือโดยนัยนี้. เพราะสมาธิที่ทำฉันทะเป็นใหญ่ จึงได้มา ท่าน

เรียกว่า ฉันทสมาธิฉันใด สมาธิที่ทำวิริยจิต วิมังสาเป็นใหญ่ได้มา เรียกว่า วิมังสาสมาธิ ฉันนั้น.

อนึ่ง พึงทราบอรรถในคำนี้ว่า บาทในส่วนต้นว่า อุปจารฌาน เป็นบาท ปฐมฌานเป็นอิทธิ ปฐมฌานเป็นบาท ทุติยฌานเป็นอิทธิ เป็น

อิทธิในส่วนปลาย. ก็อิทธิบาทกถา ท่านกล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรค และใน

วิภังคอรรถกถา โดยพิสดาร. แต่เกจิอาจารย์ กล่าวว่า อิทธิที่สำเร็จแล้ว

เป็นอิทธิที่ยังไม่สำเร็จ. เพื่อประโยชน์แห่งการพูดถึงวาทะแห่งเกจิอาจารย์เหล่า

นั้น ชื่อว่า อุตรจูฬิกวาร มาแล้วในอภิธรรมว่า อิทธิบาท ๔ คือ ฉันทิท- ธิบาท วิริยิทธิบาท จิตติทธิบาท วิมัสิทธิบาท ในอิทธิบาททั้ง ๔ นั้น ฉันทิทธิบาทเป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ ในสมัยใด เจริญโลกุตรฌาน อันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ อันเป็นอปจยคามี เพื่อละทิฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกามทั้งหลาย ฯลฯ เข้าถึงปฐมฌาน อันเป็นทุกขาปฏิปทา ทันธา- ภิญญาอยู่ ในสมัยนั้น ธัมมฉันทะใด ชื่อว่าฉันทะ เพราะได้กระทำฉันทะแล้ว ชื่อว่า กุศลเพราะใคร่ที่จะกระทำ นี้เรียกว่า ฉันทิทธิบาท ธรรมที่เหลือ

สัมประยุตด้วยฉันทิทธิบาท. ก็ธรรมเหล่านี้ มาแล้วด้วยอำนาจแห่งโลกุตตร.