บุตรของเรา ธิดาของเรา เงินของเรา ทองของเรา ดังนี้. บทว่า ทิฏฺธมฺมิกา กามา ได้แก่ กามคุณ ๕ อัน เป็นของมนุษย์. บทว่า สมฺปรายิกา ได้แก่ กามที่เหลือเว้น กามคุณ ๕. บทว่า ทิฏฺธมฺมิกา กามสญฺา ได้แก่
สัญญาอันปรารภกามของมนุษย์เกิดขึ้น. บทว่า อุภยเมตํ มารเธยฺยํ
ความว่า กามด้วย กามสัญญาด้วย เหล่านั้น แม้ทั้งสองนั้นก็เป็นบ่วงแห่ง
มาร. เพราะว่ามารย่อมใช้อำนาจอยู่เหนือชนทั้งหลายผู้ยึดถือกามและสัญญาทั้ง
สองนั้น. คำว่า อุภยเมตํ มารเธยฺยํ ดังนี้ ตรัสหมายเอาอำนาจของมารนั้น.
ชนเหล่าใด ยึดถือกามเหล่านั้น มารย่อมใช้อำนาจเหนือชนเหล่านั้น ทรงหมายเอาอำนาจของมารนั้นจึงตรัสว่า นั่นเป็นวิสัยของมาร. แม้ในบาลีว่า มารสฺเลส วิสโย เป็นต้น เหมือนอย่างวิสัยของโจฬะ ก็เรียกว่าโจฬวิสัย วิสัยของปัณฑะ ก็เรียกว่า ปัณฑวิสัย วิสัยของสังวรทั้งหลายก็เรียกว่า สังวรวิสัย ฉะนั้น มารก็ย่อมโปรยกามคุณ ๕ ประดุจพืชผักไว้ ก็ชนเหล่าใดยึดถือเอา กามคุณ ๕ นั้น มารย่อมใช้อำนาจเหนือชนเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงตรัส ว่านั่นเป็นเหยื่อของมาร ดังนี้. เหมือนอย่างว่า สัตว์ทั้งหลายมีช้าง เป็นต้น ย่อมใช้อำนาจเหนือภูมิประเทศใด ภูมิประเทศนั้น เรียกว่า ถิ่นช้าง ถิ่นม้า ถิ่นแพะ ฉันใด ชนเหล่าใดยึดถือกามคุณ ๕ เหล่านั้น มารย่อมใช้อำนาจ เหนือชนเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงตรัสว่านั่น เป็นโคจร (ถิ่น) ของมารดังนี้
ฉันนั้น. บทว่า เอตฺถ ได้แก่ในกามเหล่านั้น. บทว่า มานสา คือ เกิด
ในจิต.
ในข้อนั้น พึงมีคำถามว่า อภิชฌามีลักษณะเพ่ง ปรารภกามทั้งสอง อย่าง และสารัมภะ มีลักษณะแข่งดีเกินกว่าเหตุ จะเกิดขึ้นก็ช่างเถิด ส่วน พยาบาทเกิดขึ้นอย่างไร ? พึงตอบว่า ย่อมเกิดขึ้นได้อย่างนี้ คือ เมื่อของเรา