มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๒ · หน้า ๖๓ · ข้อ 41
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ยํ ฉายา ชหติ ได้แก่ ยํ านํ ฉายา ชหติ (แปลว่า ร่มเงาย่อมละทิ้ง ที่ใดไป). คำนี้ท่านอธิบายว่า ร่มเงามีอยู่ในที่ใดแสงแดดย่อมไม่มีในที่นั้น แสงแดดมีในที่ใดร่มเงาย่อมไม่มีในที่นั้น ดังนี้.

บทว่า นิรามิสํ สุขํ ได้แก่ สุขในตติยฌาน.

บทว่า อทฺกฺขมสุขํ ได้แก่ เวทนาในจตุตถฌาณ.

บทว่า อนุปาทาโนหมสฺมิ ความว่า เราเป็นผู้ไม่ยืดถือ. บทว่า นิพฺพานสปฺปายํ ความว่า เป็นสัปปายะ คือ เป็นอุปการะแก่พระนิพพาน. ก็ ธรรมดาการเห็นมรรคย่อมเกิดขึ้นในเมื่อความใคร่ในสิ่งทั้งปวงถูกทำให้แห้งหาย ไปมิใช่หรือ ? ความเห็นนั้น ชื่อว่า เป็นข้อปฏิบัติอันเป็นอุปการะแก่นิพพาน ได้อย่างไร ? ชื่อว่า เป็นข้อปฏิบัติอันเป็นอุปการะได้ ด้วยอำนาจไม่ถือมั่น

คือด้วยอำนาจการไม่ยึดถือในสิ่งทั้งปวง. บทว่า อภิวทติ ได้แก่ กล่าวด้วย

มานะจัด บทว่า ปุพฺพนฺตานุทิฏฺึ. ได้แก่ ทิฏฐิคล้อยตามขันธ์ ส่วนอดีต ทั้ง ๑๘ อย่าง. บทว่า อปรนฺตานุทิฏฺึ ได้แก่ ทิฏฐิคล้อยตามขันธ์ ส่วนอนาคตทั้ง ๔๔ อย่าง. บทว่า อุปาทานมกฺขายติ ความว่า ย่อม เรียกว่า ทิฏฐุปาทาน เพราะการถือว่าเรามี เป็นการถือที่นับเนื่องในสักกายะ- ทิฏฐิ บทว่า สนฺตํ วรํ ปทํ ได้แก่บทอันสูงสุด ชื่อว่า สงบ เพราะ เป็นบทสงบระงับกิเลส.

บทว่า ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ ความว่า ในบาลีนี้ที่ว่า อายตนะอัน บุคคลควรรู้ไว้ คือ จักษุดับ ณ ที่ใด รูปสัญญาก็สิ้นไป ณ ที่นั้น ดังนี้ เป็นต้น ทรงแสดงนิพพานด้วยการปฏิเสธอายตนะ ๒ ในพระบาลีนี้ที่ว่า

น้ำ ดิน ไฟ ลม ย่อมไม่ตั้งอยู่ใน

ที่ใด ภพหน้า (สงสาร) ย่อมกลับแต่ที่นี้

โทษ (วัฏฏ) ย่อมกลับในที่นี้ นามรูปย่อม

ดับหมดในที่นี้ ดังนี้เป็นต้น.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อรรถกถาปัญจัตตยสูตร: อธิบายศัพท์ทิฏฐิและขันธ์ส่วนอดีตอนาคต (ยังไม่จบ)
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า