รูปา คือ มีสภาวะหวนกลับจากการกระทำนบนอบพวกนิครนถ์เหล่านั้น. บทว่า ยถาตํ ได้แก่ พึงเป็นดุจเบื่อหน่าย คลายยินดี มีใจท้อถอยในธรรมวินัยอัน
มีสภาวะที่กล่าวไว้ไม่ดีเป็นต้น. บทว่า ทุรกฺขาเต แปลว่า กล่าวชั่ว. บทว่า
ทุปฺปเวทิเต แปลว่า ให้เข้าใจผิด. บทว่า อนฺปสมสํวตฺตนิเก คือ ไม่
สามารถกระทำความสงบระงับกิเลสมีราคะเป็นต้น. บทว่า ภินฺนถูเป คือ
เป็นที่พึ่งที่แตก. เพราะในลัทธินี้นาฏบุตรเท่านั้นเป็นดุจสถูป เพราะเป็นที่พึ่ง
อาศัยของนิครนถ์เหล่านั้น ก็นาฏบุตรนั้นแตก ตายแล้ว. เพราะเหตุนั้นจึง ตรัสว่า เป็น สถูปที่แตก. บทว่า อปฺปฏิสฺสรเณ คือ ปราศจากที่พึ่ง พาอาศัย เพราะไม่มีนาฏบุตรนั้นนั่นเอง.
ถามว่า ก็นาฏบุตรนี้ เป็นชาวนาลันทามิใช่หรือ เพราะเหตุไร เขา
จึงไปตายที่ปาวา. ตอบว่า ได้ยินว่า เขาได้ฟังอุบาลีคฤหบดีผู้แทงตลอดสัจจะ
กล่าวพระพุทธคุณ ๑๐ คาถา ถึงสำรอกโลหิตอุ่น ๆ (รากเลือด). ครั้งนั้น พวกศิษย์ได้นำเขาผู้กำลังไม่สบาย ไปยังเมืองปาวา. เขาได้ตาย ณ เมืองปาวา นั้น แต่เมื่อจะตายเขาคิดตกลงใจว่า ลัทธิของเรา ไม่เป็นนิยยานิกธรรมไร้สาระ เราฉิบหายก่อน คนที่เหลืออย่าได้แออัดในอบายเลย ก็หากเราจักบอกว่า คำสอนของเราไม่มีนิยยานิกธรรม (นำออกจากทุกข์ไม่ได้) พวกเขาจักไม่เชื่อ ถ้ากระไรเราจะไม่ให้คนแม้ ๒ คนเรียนลัทธิโดยวิธีเดียวกัน ต่อเราล่วงลับไป พวกเขาจักวิวาทกัน พระศาสดาจักทรงอาศัยวาทะนั้นแล้ว จักตรัสธรรมกถา เรื่องหนึ่ง จากนั้น พวกเขาจักรู้ความที่ศาสนาเป็นเรื่องใหญ่ ดังนี้. ครั้งนั้น ศิษย์คนหนึ่งเข้าไปหานาฏบุตรนั้นแล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ท่านมีกำลังอ่อน เปลี้ย ขอโปรดบอกสาระในธรรมนี้แก่ข้าพเจ้าเท่า ๆ กับท่านอาจารย์เถิด. ผู้มีอายุ ต่อเมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เธอจงถือว่า "เที่ยง" (ยั่งยืน) (สัสสตทิฏฐิ) ศิษย์อีกคนก็เข้าไปหา เขาก็ให้ศิษย์คนนั้นถือเอาการขาดสูญ (อุจเฉททิฏฐิ)