มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๒ · หน้า ๕๓ · ข้อ 41
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แก่ บทเรียกชื่อ. อีกอย่างหนึ่ง ทิฏฐิทั้งหลาย ท่านเรียกว่า อธิมุตติ (เพราะ ครอบงำความที่เป็นจริง ไม่ถือเอาตามเป็นจริงปฏิบัติ. บทแห่งอธิมุตติทั้ง หลาย ชื่อว่า อธิมุตติบท อธิบายว่า คำที่แสดงทิฏฐิ. บทว่า สญฺี ได้แก่

พรั่งพร้อมด้วยสัญญา. บทว่า อโรโค ได้แก่ เป็นของเที่ยง บทว่า อิตฺเถเก

ตัดบทเป็น อิตฺถํ เอเก อธิบายว่า พวกหนึ่ง (กล่าว) อย่างนี้. ตรัสสัญญี วาทะ ๑๖ ด้วยบทว่า อิตฺเถเก นี้. ตรัส อสัญญีวาทะ ๘ ด้วย บทว่า อสัญญี นี้. ตรัส เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ ๘ ด้วยบทว่า เนวลัญญีนาสัญญี

นี้. ตรัสอุจเฉทวาทะ ๗ ด้วยคำนี้ว่า สโต วา ปน สตฺตสฺส. บรรดา

บทเหล่านั้น บทว่า สโต แปลว่า มีอยู่. บทว่า อุจเฉทํ ได้แก่ ขาดสูญ. บทว่า วินาสํ ได้แก่ ไม่เห็น. บทว่า วิภวํ ได้แก่ ไปปราศจากภพ. คำ เหล่านี้ทั้งหมด เป็นไวพจน์ของกันและกันทั้งนั้น. ตรัสติฏฐธรรมนิพพาน- วาทะ ๕ ด้วยบทนี้ว่า ทิฏฺธมฺมนิพฺพานํ วา.

ในบทว่า ทิฏฺธมฺมนิพฺพานํ วา นั้น ธรรมที่เห็นชัด เรียกว่า

ทิฏฐธรรม. คำว่า ทิฏฐธรรมนี้เป็นชื่อของอัตภาพที่ได้มาในภพนั้น ๆ. นิพ-

พานในปัจจุบัน ชื่อว่า ทิฏฐธรรมนิพพาน. อธิบายว่า ความเข้าไปสงบ

ทุกข์ในอัตภาพนั้นนั่นแหละ. บทว่า สนฺตํ วา ความว่า สงบแล้วด้วย

อาการทั้ง ๓ ด้วยคำเป็นต้นว่า มีสัญญา ดังนี้. คำว่า ตีณิ โหนฺติ หมาย ความว่า บทว่า สญฺี อตฺตา ดังนี้ เป็นต้น เป็น ๓ อย่างนี้ คือ เป็น ๑ เนื่องด้วยอัตตา สงบ นอกนี้ อีก ๒ (คือ ขาดสูญและนิพพานในปัจจุบัน).

บทว่า รูปึ วา ได้แก่ มีรูป ด้วยกรัชรูป หรือ กสิณรูป. ผู้ได้ ในอัตตามีรูปนั้น ย่อมถือเอากสิณรูป ว่า อัตตา ผู้ตรึกในกสิณรูป ย่อม

ถือเอารูปแม้ทั้งสองทีเดียว. บทว่า อรูปึ ความว่า ทั้งผู้ได้และผู้ตรึกทั้งสอง