มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๒ · หน้า ๓๗๙ · ข้อ 291
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในบทว่า อนิจฺจสญฺาภาวนานุโยคํ นี้ ตรัสวิปัสสนาโดยมี

สัญญาเป็นตัวการสำคัญ. ก็เพราะเหตุที่ในที่นี้ภิกษุทั้งหลายสนใจมาก ด้วย

อำนาจแห่ง อานาปานกรรมฐานเท่านั้น มี (จำนวน) มาก เพราะฉะนั้น เมื่อจะตรัสกรรมฐานที่เหลือโดยสังเขป แล้วตรัสอานาปานกรรมฐานโดย พิสดาร จึงตรัสคำว่า อานาปานสติ ภิกฺขเว เป็นต้นไป ก็อานาปาน- กรรมฐานนี้ ได้กล่าวไว้อย่างพิสดารแล้วในคัมภีร์วิสุทธิมรรคโดยอาการทั้งปวง เพราะฉะนั้น พึงทราบเนื้อความแห่งพระบาลี และนัยแห่งการเจริญอานาปาน- กรรมฐานนั้น โดยนัยดังกล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั้นนั่นเทอญ.

บทว่า กายญฺตรํ ความว่า เรากล่าวกายชนิดหนึ่งในบรรดากาย ๔ มีปฐวีกายเป็นต้น อธิบายว่า เรากล่าวลมว่าเป็นกาย. อีกอย่างหนึ่ง โกฏฐาสแห่งรูป ๒๕ คือ รูปายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร ชื่อว่า รูปกาย บรรดาโกฏฐาสแห่งรูป ๒๕ นั้น อานาปนะ (ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า) เป็นกายชนิดหนึ่ง เพราะสงเคราะห์เข้าใน โผฏฐัพพายตนะ แม้เพราะเหตุนั้น

จึงตรัสอย่างนั้น. บทว่า ตสฺมาติห ความว่า เพราะเหตุที่ภิกษุย่อมตามเห็น

วาโยกายอันเป็นกายอย่างหนึ่งในกาย ๔ หรือย่อมตามเห็นอานาปานะอันเป็น กายอย่างหนึ่งในโกฏฐาสแห่งรูป ๒๕ อันเป็นรูปกาย เพราะฉะนั้น จึงเป็นผู้

พิจารณาเห็นกายในกาย. พึงทราบเนื้อความในที่ทุกๆ บทเหมือนอย่าง

นั้น. บทว่า เวทนาญฺตรํ นี้ ตรัสหมายเอาสุขเวทนาอย่างหนึ่งในเวทนา

๓. บทว่า สาธุกํ มนสิการํ ได้แก่ การใส่ใจดีอันเกิดขึ้นแล้วด้วยอำนาจแห่ง

การกำหนดรู้ปีติเป็นต้น.

ก็การใส่ใจเป็นสุขเวทนาได้อย่างไร ? ก็คำนี้เป็นหัวข้อเทศนา. เหมือนอย่างว่า ตรัสปัญญาโดยชื่อว่าสัญญาในคำนี้ว่า อนิจฺจสญฺาภาวนา- นุโยคมนุยุติโต (ประกอบความเพียรในการอบรมอนิจจสัญญา) ดังนี้ฉันใด