ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๕๒๖ · ข้อ 379
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ส่วนแม่น้ำที่ไหลออกจากทิศด้านใต้ก็ไหลเวียนขวา ๓ รอบ แล้วไหลตรงไปทาง ใต้ สิ้นทาง ๖๐ โยชน์บนหลังหินนั่นเอง แล้วกระทบภูเขาไหลไปเป็นสายน้ำ ประมาณ ๓ คาวุตโดยส่วนกว้าง ไหลไป ๖. โยชน์ทางอากาศแล้วตกลงบน

แผ่นหินชื่อติยัคคฬะ. และแผ่นหินแตกด้วยกำลังสายน้ำ ณ ที่นั้นก็เกิดสระ-

โบกขรณีชื่อติยัคคฬะประมาณ ๕๐ โยชน์ ทำลายฝั่งสระโบกขรณีไหลเข้าไปยัง แผ่นหินไปได้ ๖๐ โยชน์ จากนั้นก็ทำลายแผ่นดินหนาทึบ. ไหลลงไปประมาณ ๖๐ โยชน์ทางอุโมงค์ กระทบติรัจฉานบรรพตชื่อว่าวิชฌะ แยกออกเป็น ๕ สาย คล้ายนิ้วทั้ง ๕ บนฝ่ามือไหลไป. สายน้ำทั้ง ๕ นั้น ในที่ที่ไหลเวียนขวา สระอโนดาต ๓ รอบ เรียกว่าอาวัฏฏคงคา ในที่ที่ไหลตรงไปตามหลังแผ่นหิน ๖๐ โยชน์ เรียกว่า อากิณณคงคา. ในที่ที่ไหลไปทางอากาศ ๖๐ โยชน์ เรียกว่า

อากาศคงคา. สายน้ำตกลงบนแผ่นหินชื่อว่า ติยัคคฬะตั้งอยู่บนที่ว่างประมาณ

๕๔ โยชน์ ท่านจึงเรียกว่าติยัคคฬโบกขรณี. สายน้ำในที่ที่ทำลายฝั่งแล้วไหล เข้าไปยังแผ่นหิน ไหลไปประมาณ ๖๐ โยชน์ เรียกว่า พหลคงคา. สายน้ำในที่ที่ทำลายแผ่นดินแล้วไหลไปทางอุโมงค์สิ้น ๖๐ โยชน์ เรียกว่า

อุมมังคคงคา. สายน้ำในที่ที่เป็น ๕ สาย กระทบดิรัจฉานบรรพตชื่อว่าวิชฌะ

แล้วไหลไป ท่านเรียกว่าปัญจธารา (แม่น้ำ ๕ สาย) คือ คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี. มหาคงคาทั้ง ๕ เหล่านี้มีหิมะตก. ในแม่น้ำ ๕ สายเหล่านั้น แม่น้ำสายที่ ๕ ชื่อมหีนั่นแหละท่านประสงค์เอาชื่อว่า มหามหีคงคา ในที่นี้.

อาปะใดทางทิศเหนือของแม่น้ำคงคา อาปะนั้นเป็นชนบท เพราะไม่ ไกลสายน้ำเหล่านั้น พึงทราบว่าชื่อ อังคุตตราปะ.