ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๘๐๗ · ข้อ 419
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เหล่านั้น ก็จะไม่มีใคร ๆ คือ เมื่อเป็นอย่างนี้ บรรดาเจ้าทิฏฐิเหล่านั้นก็จะไม่มี

แม้แต่คนเดียวที่มีปัญญาทราม. เพราะอะไร เพราะทิฏฐิของคนแม้เหล่านั้นล้วน

เป็นทิฏฐิเสมอกันเหมือนทิฏฐิของคนนอกนี้. พึงทราบการเชื่อมความแห่งคาถา

ว่า น วาหเมตํ เราไม่กล่าวความเห็นนั้นว่าแท้ ต่อไปว่า คนสองพวก กล่าวกันและกันว่าเป็นคนเขลา เพราะความเห็นใด เราไม่กล่าวความเห็นนั้นว่า

แท้. เพราะอะไร เพราะเหตุที่คนเหล่านั้นทั้งหมดได้ทำความเห็นของตน ๆ ว่า

สิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเป็นโมฆะ ด้วยเหตุนั้นคนเหล่านั้นจึงตั้งคนอื่นว่าเป็น

คนเขลา. ในบทนี้มีปาฐะเป็นสองอย่าง คือ ตถิยํ และ ตถิวํ แปลว่า เป็น

ของแท้.

บทว่า ยมาหุ ในคาถาเป็นคำถาม. สมณพราหมณ์บางพวกกล่าว ทิฏฐิใด ว่าเป็นความจริงแท้.

บทว่า เอกํ หิ สจฺจํ ในคาถาเป็นคำแก้ คือ สัจจะมีอย่างเดียว ได้แก่ นิโรธหรือมรรคเป็นสัจจะมีอย่างเดียว. บทว่า ยสฺมึ ปชาโน วิวเท ปชานํ ผู้ที่ทรามชัดมาทราบชัดอยู่ คือ ทรามชัดในสัจจะทราบชัดอยู่จะต้อง

วิวาทเพราะสัจจะอะไรเล่า. บทว่า สยํ ถุนนฺติ สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อม

กล่าวสัจจะให้ต่างกันออกไปด้วยตนเอง.

บทว่า กสฺมา นุ ในคาถาเป็นคำถาม แปลว่า เพราะเหตุไรหนอ. บทว่า ปวาทิยาเส คือ กล่าวยกตน. บทว่า เต ตกฺกมนุสฺสรนฺติ คือ หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นระลึกตามความคาดคะเนของตน.

บทว่า นเหว เป็นคาถาแก้ แปลว่า ไม่มีในโลกเลย. บทว่า อญฺตฺร สญฺาย นิจฺจานิ เว้นจากสัญญาว่าเที่ยงเสีย คือ เว้นเพียงสัญญา