ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๘๑๐ · ข้อ 419
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จากนี้ไป ชนเหล่านั้นผิดพลาดทางอันบริสุทธิ์ และเป็นผู้ยังไม่บริบูรณ์ เพราะ เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่าพวกเดียรถีย์เป็นอันมากกล่าวไว้อย่างนี้. หากจะถามว่า เพราะเหตุไร พวกเดีรถีย์จึงกล่าวอย่างนั้น. ตอบว่า เพราะว่าเดียรถีย์เหล่านั้น

ยินดีนัดด้วยความยินดีในทิฏฐิของตน. ก็เดียรถีย์เหล่านั้นยินดียิ่งอย่างนี้ จึงตรัส

คาถาต่อไปว่า อิเธว สุทฺธึ กล่าวความบริสุทธิ์ในธรรม คือ ทิฏฐินี้เท่านั้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า สกายเน คือ ในทางของตน. บทว่า ทฬฺหํ วทานา คือ รับรองอย่างหนักแน่น. อนึ่ง ในบรรดาเดียรถีย์ผู้รับรองอย่างหนัก แน่นเหล่านั้น เดียรถีย์คนใดคนหนึ่งรับรองอย่างหนักแน่นในลัทธิของตน จะ

พึงตั้งใครอื่นว่าเป็นคนเขลาในลัทธินี้เล่า. เดียรถีย์รับรองอย่างหนักแน่นใน

ลัทธิของตน อันได้แก่สัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิในทิฏฐินั้นโดยสังเขป หรือ อันต่างด้วย นัตถิกทิฏฐิ อิสสระ การณะ นิยตะเป็นต้นโดยพิสดารว่า สิ่งนี้ เท่านั้นจริง พึงเห็นใครอื่นว่าเป็นคนเขลาในทิฏฐินี้ โดยธรรมเหล่า ตามความ เห็นของเดียรถีย์นั้นแม้คนทั้งปวงก็เป็นบัณฑิต และเป็นผู้ปฏิบัติชอบได้เหมือน กัน เมื่อเป็นอย่างนั้น เดียรถีย์นั้นเมื่อกล่าวผู้อื่นว่าเป็นคนเขลา มีธรรมไม่ บริสุทธิ์ ก็พึงนำความทะเลาะวิวาทมาให้แก่ตนฝ่ายเดียว คือ เดียรถีย์แม้นั้นยัง กล่าวผู้อื่นว่า ผู้นี้เป็นคนเขลา และมีธรรมไม่บริสุทธิ์ ก็จะพึงนำความทะเลาะ

วิวาทมาให้แก่ตน. เพราะเหตุไร. เพราะตามความเห็นของเดียรถีย์นั้นแม้ชน

ทั้งหมดก็เป็นบัณฑิต และเป็นผู้ปฏิบัติชอบได้เหมือนกัน. พึงทราบโดยประ-

การทั้งปวงอย่างนี้. บทว่า วินิจฉเย ตฺวา ฯเปฯ วิวาทเมติ ความว่า เดียรถีย์

นั้นตั้งอยู่ในการวินิจฉัยด้วยทิฏฐิ แล้วนิรมิตศาสดาเป็นต้นขึ้นด้วยตนเอง ก็ต้อง