ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๗ · หน้า ๗๖๓ · ข้อ 415
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ในบทเหล่านั้น มานาติมานํ วทเต ปเนโส บุคคลนั้นย่อมกล่าว ถึงการถือตัวและการดูหมิ่น คือ บุคคลนั้นไม่รู้ถึงการยกตนนั้นว่าเป็นพื้นแห่ง ความกระทบกัน ย่อมกล่าวถึงการถือตัวและการดูหมิ่นอยู่นั่นเอง.

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงถึงโทษในวาทะอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อไม่ทรงรับวาทะของปสูรปริพาชกนั้น จึงตรัสคาถาว่า สูโร ผู้กล้าหาญ ดังนี้เป็นอาทิ.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ราชขาทาย ได้แก่ราชขาทนิยาหาร (อาหาร ที่พระราชาพระราชทานเลี้ยง). ท่านอธิบายว่า ด้วยค่าจ้างคือภัต.๑ บทว่า อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉํ ปรารถนาพบทหารผู้เป็นปฏิปักษ์กันย่อมคำราม คือ ท่านแสดงว่าบุคคลผู้นั้นเป็นเจ้าทิฏฐิ ปรารถนาพบบุคคลผู้เป็นเจ้าทิฏฐิ เหมือน ผู้กล้าหาญปรารถนาพบผู้เป็นปฏิปักษ์กัน ย่อมคำรามเข้าหากัน ฉะนั้น. บทว่า เยเนว โส เตน ปเลหิ ได้แก่ ท่านจงไปยังที่ที่บุคคลผู้เป็นเจ้าทิฏฐิผู้เป็น

ปฏิปักษ์ของท่านอยู่เถิด. บทว่า ปุพฺเพว นตฺถิ ยทิทํ ยุธาย กิเลสชาติ

เพื่อการรบนี้มิได้มีในกาลก่อนเลย คือท่านแสดงว่ากิเลสชาติเพื่อการรบนี้มิได้มี ในกาลก่อนเลย กิเลสชาตินั้นเราตถาคตละเสียได้ ณ ควงแห่งต้นโพธิ์นั่นแล. คาถาที่เหลือมีการเชื่อมกันชัดแล้ว.

ในบทเหล่านั้น บทว่า วิวาทยนฺติ คือ วิวาทกัน. บทว่า ปฏิเสนิ- กตฺตา ท่านผู้กระทำเป็นข้าศึก คือ ผู้ทำตรงกันข้าม. บทว่า วิเสนิกตฺวา คือกำจัดเสนา คือกิเลสให้พินาศไป. บทว่า กึ ลเภถ ท่านจะได้อะไร คือ

ท่านจักได้สู้รบโต้ตอบอะไร. บทว่า ปสูร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกปริ-

๑. ม. บาลีว่า ภตฺตเวตเนน.