ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
ສະບັບພາສາໄທ ມມຣ. (MBU) · พระสุตตันตปิฎก · ເຫຼັ້ມທີ 15 · 309 ໜ້າ
ສະຫຼຸບໂດຍ AI ຈາກເນື້ອຫາທັງເຫຼັ້ມ (24 ຫົວຂໍ້) — ຄລິກເພື່ອໄປຫາໜ້າເລີ່ມຕົ້ນຂອງຫົວຂໍ້ນັ້ນ
- ໜ້າ 1–10 สุนักขัตตะบอกคืนพระพุทธเจ้า และคำทำนายจริงเรื่องอเจลกโกรักขัตติยะกับกฬารมัชฌกะ เจ้าลิจฉวีสุนักขัตตะประกาศเลิกนับถือพระพุทธเจ้า อ้างว่าพระองค์ไม่เคยแสดงฤทธิ์เหนือมนุษย์และไม่บัญญัติเรื่องกำเนิดโลกให้ พระพุทธเจ้าตรัสเล่าย้อนว่าพระองค์ไม่เคยรับปากจะทำเช่นนั้น แล้วเล่าเรื่องนักบวชเปลือยโกรักขัตติยะที่สุนักขัตตะเคยเลื่อมใสว่าเป็นพระอรหันต์ ทั้งที่คลานกินอาหารอย่างสุนัข พระพุทธเจ้าทำนายว่าจะตายด้วยโรคกินมากเกินใน 7 วันและไปเกิดเป็นอสูรชั้นต่ำ รวมถึงกฬารมัชฌกะที่ถือวัตรเคร่งครัดแต่ภายหลังเสื่อมเสียชื่อเสียง สึกไปมีภรรยา ทุกคำทำนายเป็นจริง
- ໜ້າ 11–26 ปาฏิกบุตรท้าประลองฤทธิ์แต่ลุกจากอาสนะไม่ได้ อุปมาสุนัขจิ้งจอกหลงคิดว่าตนเป็นราชสีห์ นักบวชเปลือยปาฏิกบุตรผู้มีชื่อเสียงโอ้อวดว่าจะประลองอิทธิปาฏิหาริย์กับพระพุทธเจ้า สุนักขัตตะไปเชิญชวนชาวเมืองเวสาลีจำนวนมากมาชม แต่เมื่อถึงเวลาจริงปาฏิกบุตรกลับนั่งซบหน้าอยู่กับที่ ลุกจากอาสนะไม่ได้เลยแม้จะพูดว่าจะไปหลายครั้ง ศิษย์ช่างกลึงไม้ชื่อชาลิยะเปรียบเขาเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่กินอาหารเหลือจนอ้วนแล้วหลงคิดว่าตนเป็นราชสีห์ พระพุทธเจ้าจึงแสดงธรรมโปรดบริษัทที่มาชุมนุมแล้วเสด็จกลับด้วยฤทธิ์
- ໜ້າ 27–34 กำเนิดโลกตามความเชื่อผิด ๆ พระพรหม เทวดาขิฑฑาปโทสิกะ มโนปโทสิกะ และจบปาฏิกสูตร พระพุทธเจ้าอธิบายว่าพระองค์ทรงรู้เรื่องกำเนิดโลกที่คนสมมติว่าเลิศ แต่ไม่ยึดมั่น จึงตรัสเปิดโปงความเชื่อผิดของนักบวชหลายสำนัก เช่น เชื่อว่าพระพรหมสร้างโลกเพราะพรหมผู้เกิดก่อนหลงคิดว่าตนสร้างผู้เกิดทีหลัง เชื่อว่าเทวดาสนุกสนานเกินขอบเขตจนหลงลืมสติแล้วจุติมาเป็นมนุษย์ เชื่อว่าเทวดาคิดร้ายต่อกันจนต้องจุติ และความเห็นว่าสรรพสิ่งเกิดขึ้นเองลอยๆ ทุกความเห็นเกิดจากการระลึกชาติได้เพียงบางส่วน จบด้วยเรื่องสุภวิโมกข์และปริพาชกภัคควโคตรเลื่อมใส จบปาฏิกสูตร
- ໜ້າ 35–57 อรรถกถาปาฏิกสูตร: อธิบายศัพท์และเรื่องราวในพระสูตรโดยพระอรรถกถาจารย์ ส่วนอรรถกถา (คำอธิบายของพระอรรถกถาจารย์) ไขความศัพท์และเหตุการณ์ในปาฏิกสูตรอย่างละเอียด เช่น เหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตแต่เช้าเพราะทรงเห็นภัคควปริพาชกด้วยข่ายพระญาณ ขยายความปาฏิหาริย์ 5 อย่างที่เกิดกับโกรักขัตติยะ อธิบายว่าพระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานให้แผ่นหินติดกับตัวปาฏิกบุตรเพื่อกันมิให้เขาพลาดมาเผชิญหน้าจนศีรษะแตก และไขความหมายคำศัพท์บาลีต่าง ๆ ในพระสูตร จบด้วยคำลงท้ายอรรถกถา
- ໜ້າ 58–63 เริ่มอุทุมพริกสูตร: สันธานคฤหบดีพบนิโครธปริพาชกอวดจะเอาชนะพระพุทธเจ้าด้วยปัญหา ที่กรุงราชคฤห์ สันธานคฤหบดีไปยังอารามของพระนางอุทุมพริกาเพื่อรอเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พบนิโครธปริพาชกกับบริษัทสามพันคนกำลังสนทนาเรื่องไร้สาระเสียงดัง สันธานคฤหบดีตำหนิว่าพระพุทธเจ้าทรงชอบที่สงัดต่างจากพวกเขา นิโครธปริพาชกจึงดูหมิ่นว่าพระพุทธเจ้าไม่กล้าเข้าที่ประชุม ท้าให้มาให้พวกตนซักปัญหาเอาชนะ พระพุทธเจ้าทรงได้ยินด้วยทิพยโสตจึงเสด็จมาเอง นิโครธปริพาชกเตรียมถามเรื่องธรรมที่ทรงแนะนำสาวก
- ໜ້າ 64–80 อุทุมพริกสูตร: พระพุทธเจ้าปราบมานะนิโครธปริพาชก สันธานคฤหบดีไปหานิโครธปริพาชกที่อารามพระนางอุทุมพริกา ได้ยินนิโครธคุยโวลับหลังว่าจะจนแต้มพระพุทธเจ้าด้วยปัญหาข้อเดียว เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาจริง ตรัสถามเรื่องตปโชคุจฉา (การเกลียดบาปด้วยตบะ) แสดงว่าตบะแบบเดียรถีย์เป็นเพียงเปลือกกระพี้ ไม่ใช่แก่นสาร ทรงแสดงสังวร ๔ ฌาน พรหมวิหาร ปุพเพนิวาสญาณ ทิพยจักษุว่าเป็นแก่นแท้ นิโครธจนมุมสารภาพผิดขอขมา แต่ปริพาชกทั้งหมดถูกมารดลใจนั่งนิ่ง ไม่มีใครกล้าบวชปฏิบัติ พระพุทธเจ้าจึงเหาะกลับเขาคิชฌกูฏ
- ໜ້າ 81–98 อรรถกถาอุทุมพริกสูตร: เปรียบธรรมะเป็นต้นไม้มีแก่น ไขศัพท์อุทุมพริกสูตรทีละคำ เล่าประวัติสันธานคฤหบดีว่าเป็นพระอนาคามีผู้พร้อมด้วยองค์ ๖ อธิบายเหตุที่นิโครธคุยโวลับหลังแล้วเก้อเขินเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาจริง และเปรียบเทียบว่าลาภสักการะของเดียรถีย์เหมือนกิ่งใบ ศีลเหมือนสะเก็ดไม้ ฌานสมาบัติเหมือนเปลือกไม้ อภิญญาโลกีย์เหมือนกระพี้ ส่วนมรรคผลเท่านั้นที่เป็นแก่นแท้ของพระศาสนา
- ໜ້າ 99–120 จักกวัตติสูตร: กำเนิดโจรกรรมและความเสื่อมของอายุมนุษย์ พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องพระเจ้าจักรพรรดิทัฬหเนมิผู้ทรงจักรแก้วปกครองโดยธรรม เมื่อกษัตริย์รุ่นหลังไม่ประพฤติจักกวัตติวัตรและไม่แจกทรัพย์แก่คนจน ความขัดสนทำให้เกิดโจรกรรม การลงโทษประหาร การโกหก และบาปอื่นๆ ลุกลามเป็นลูกโซ่จนอายุมนุษย์ลดจากแปดหมื่นปีเหลือเพียง ๑๐ ปี เกิดสัตถันตรกัปฆ่าฟันกัน ๗ วัน ผู้รอดชีวิตสำนึกกลับมาทำกุศลทีละขั้น อายุจึงค่อยๆ เพิ่มกลับไปถึงแปดหมื่นปี จนถึงยุคพระเจ้าสังขะและพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้าในอนาคต
- ໜ້າ 121–123 จักกวัตติสูตร: ยุคเสื่อมของมนุษยชาติและดาบสังหาร พระพุทธเจ้าตรัสว่าเมื่อกษัตริย์ไม่แจกจ่ายทรัพย์แก่คนจน ความยากจนลุกลามเป็นการขโมย ฆ่า โกหก ส่อเสียด จนอายุมนุษย์ลดจาก ๘๐,๐๐๐ ปีเหลือ ๑๐ ปี เกิดยุคสัตถันตรกัปที่ผู้คนฆ่าฟันกันด้วยดาบ กลุ่มที่รอดหนีเข้าป่า ๗ วันแล้วสำนึกกลับมาทำกุศล อายุจึงค่อยเพิ่มกลับไปถึง ๘๐,๐๐๐ ปี พระเจ้าจักรพรรดิสังขะและพระพุทธเจ้าเมตไตรยจะทรงอุบัติในยุคนั้น จบด้วยคำสอนให้ภิกษุพึ่งตนพึ่งธรรม (อัตตทีปา ธัมมทีปา) ด้วยการเจริญสติปัฏฐานและอิทธิบาท
- ໜ້າ 124–144 อรรถกถาจักกวัตติสูตร: ตำนานพระเจ้าทัฬหเนมิและจักรแก้ว อธิบายที่มาของพระสูตรที่ตรัสใต้ต้นมาตุละ แล้วเล่าตำนานพระเจ้าทัฬหเนมิผู้เห็นจักรแก้วเคลื่อนออกจากที่ตั้งเป็นสัญญาณให้ออกผนวช สอนโอรสถึงวัตรของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐-๑๒ ข้อ เมื่อราชาองค์หนึ่งละทิ้งวัตรจึงเกิดความยากจนลุกลามจนสังคมเสื่อมถอยดังเล่าในพระสูตร ปิดท้ายด้วยตำนานปราสาทมหาปนาทะที่จะคงอยู่รอไว้ใช้ในสมัยพระเจ้าสังขะ
- ໜ້າ 145–165 อัคคัญญสูตร: กำเนิดโลก มนุษย์ และวรรณะทั้งสี่ สามเณรวาเสฏฐะและภารทวาชะถูกพราหมณ์ด่าว่าทรยศวรรณะประเสริฐ พระพุทธเจ้าจึงเล่าตำนานกำเนิดโลกใหม่หลังโลกพินาศ สัตว์แรกเป็นพรหมกายทิพย์เรืองแสงกินปีติเป็นอาหาร ต่อมากินง้วนดิน กะบิดิน เครือดิน และข้าวสาลีตามลำดับ ผิวพรรณหยาบขึ้น เกิดมานะแบ่งแยก เกิดเพศชายหญิงและเมถุน เกิดการสะสมข้าวสาลีเป็นทรัพย์สินและการขโมย มนุษย์จึงเลือกผู้นำมาปกครอง (มหาสมมติ) อันเป็นที่มาของกษัตริย์ ตามด้วยกำเนิดพราหมณ์ แพศย์ ศูทร และสมณะ สรุปว่าธรรมเท่านั้นประเสริฐที่สุด ไม่ใช่ชาติกำเนิด
- ໜ້າ 166–177 อรรถกถาอัคคัญญสูตร: ประวัตินางวิสาขาและศรัทธาที่มารทำลายไม่ได้ เล่าปูมหลังพระสูตรผ่านประวัตินางวิสาขาผู้สร้างวัดบุพพาราม และสองสามเณรบุตรพราหมณ์มหาศาลผู้ถูกพราหมณ์ด่าว่าทรยศวรรณะเพราะออกบวช อธิบายศัพท์ธรรมกาย-พรหมกาย และเล่าเรื่องสูรอัมพัฏฐอุบาสกผู้เป็นพระโสดาบันมีศรัทธามั่นคง แม้มารแปลงกายเป็นพระพุทธเจ้ามาหลอกให้เชื่อว่าขันธ์เที่ยงก็ไม่หวั่นไหว จบด้วยเริ่มอธิบายรายละเอียดกำเนิดโลกและง้วนดินตามนัยอรรถกถา
- ໜ້າ 178–186 อรรถกถาอัคคัญญสูตร (จบ): พราหมณ์ด่าสามเณร กำเนิดโลกและวรรณะ อธิบายเรื่องพราหมณ์ด่าว่าสามเณรวาเสฏฐะและภารัทวาชะที่ทิ้งลัทธิพราหมณ์มาบวช พระพุทธเจ้าตรัสหักล้างคำอ้างว่าพราหมณ์เป็นวรรณะประเสริฐเกิดจากพรหม ด้วยการชี้ว่าพราหมณ์ก็เกิดจากครรภ์มารดาเหมือนวรรณะอื่น จากนั้นเล่าตำนานกำเนิดโลก ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ง้วนดิน สะเก็ดดิน เครือดิน ข้าวสาลี การสะสมทรัพย์สินส่วนตัว การเกิดโจรกรรมและกษัตริย์ผู้ปกครอง จนถึงกำเนิดวรรณะทั้งสี่และสมณะ จบด้วยสามเณรทั้งสองบรรลุพระอรหัตต์ขณะฟังธรรม
- ໜ້າ 187–198 สัมปสาทนียสูตร: พระสารีบุตรบันลือสีหนาทเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระสารีบุตรกราบทูลว่าไม่มีสมณพราหมณ์ใดมีปัญญาตรัสรู้ยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสถามว่าท่านรู้ใจพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในอดีตอนาคตปัจจุบันหรือไม่ พระสารีบุตรตอบว่าไม่รู้ แต่ทราบได้จากแนวทางธรรมเหมือนนายประตูเมืองชายแดนรู้ว่าสัตว์ใหญ่ต้องเข้าออกทางประตูเดียว จากนั้นแสดงรายการธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงได้ยอดเยี่ยมไม่มีใครเทียบ เช่น กุศลธรรม การบัญญัติอายตนะ การก้าวลงสู่ครรภ์ 4 แบบ วิธีดักใจคน 4 แบบ
- ໜ້າ 199–208 สัมปสาทนียสูตร (จบ): สัสสตวาทะ ญาณระลึกชาติ อิทธิวิธี คำสรรเสริญพระอุทายี อธิบายสัสสตวาทะ 3 แบบ ที่สมณพราหมณ์ได้จากการระลึกชาติต่างระดับกัน ตามด้วยบุพเพนิวาสานุสสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอิทธิวิธี 2 แบบ พระพุทธเจ้าตรัสรับรองคำตอบพระสารีบุตร พระอุทายีสรรเสริญความมักน้อยของพระองค์ พระพุทธเจ้าให้พระสารีบุตรแสดงธรรมนี้บ่อยๆ เพื่อขจัดความสงสัยในพระองค์ จบสัมปสาทนียสูตร
- ໜ້າ 209–222 อรรถกถาสัมปสาทนียสูตร: พระสารีบุตรพิจารณาคุณตน-พุทธคุณ อุปมามหาสมุทรและนครชายแดน พระสารีบุตรเข้าผลสมาบัติ ระลึกคุณตนแล้วสงสัยว่าพระศาสดามีคุณเพียงใด จึงระลึกพระพุทธคุณจนไม่เห็นที่สุด เปรียบเหมือนบุรุษวัดความลึกมหาสมุทรด้วยเชือกยาวต่างกัน เกิดปีติเข้าเฝ้ากราบทูลความเลื่อมใส พระพุทธเจ้าซักถามทดสอบ พระสารีบุตรตอบด้วยอุปมานครชายแดนมีประตูเดียว นายประตูฉลาดรู้สัตว์ใหญ่ทุกตัวต้องผ่านประตูนี้ เทียบนิพพานคือนคร ศีลคือกำแพง หิริคือทางเดิน มรรคคือประตู สารีบุตรคือนายประตู
- ໜ້າ 223–234 อรรถกถาสัมปสาทนียสูตร (ต่อ): อธิบายธรรมเยี่ยม 16 ข้อ กุศลธรรมถึงการก้าวลงสู่ครรภ์และดักใจคน อธิบายรายละเอียดธรรมที่เยี่ยม 16 ข้อที่พระสารีบุตรกล่าวถึง เริ่มจากกุศลธรรม 7 หมวด จากนั้นอายตนบัญญัติ การก้าวลงสู่ครรภ์ 4 แบบพร้อมเรื่องพระโพธิสัตว์ประสูติโดยรู้ตัวตลอด วิธีดักใจคน 4 แบบพร้อมนิทานปุโรหิตทายไข่มุก และเริ่มอธิบายทัศนสมาบัติ 4 ท้ายบทเริ่มกล่าวถึงบุคคลบัญญัติ 7 จำพวก มีอุภโตภาควิมุตเป็นต้น ซึ่งยังอธิบายไม่จบ
- ໜ້າ 235–238 อรรถกถาสัมปสาทนียสูตร: ไล่เรียงธรรมที่พระสารีบุตรสรรเสริญพระพุทธเจ้า อธิบายคำประกาศศรัทธาของพระสารีบุตรที่ไล่เรียงหมวดธรรม เช่น โพธิปักขิยธรรม ๓๗ แล้วขยายความการถือกำเนิดในครรภ์ ๔ แบบ ตั้งแต่ปุถุชนไม่รู้ตัวเลยตลอดไปจนพระโพธิสัตว์ที่รู้ตัวทุกขณะ ประสูติยืนลืมตา แผ่นดินไหว พร้อมเล่านิทานปุโรหิตทายจำนวนไข่มุกจากเสียงตุ๊กแกไล่จับแมลงวันและไก่ขัน และจำแนกบุคคลผู้หลุดพ้น ๗ จำพวก
- ໜ້າ 239–244 คุณสมบัตินักพูด ความเพียรตื่นตัว และการรู้จิตผู้อื่นตามระดับมรรคผล อธิบายต่อว่าภิกษุผู้ตั้งอยู่ในมารยาทการพูดต้องไม่พูดเท็จ ไม่ยุยง ไม่พูดเพื่อเอาชนะ พูดถูกกาลมีหลักฐาน อธิบายการแบ่งกลางวันกลางคืนเป็น ๖ ส่วนเพื่อเพียรเดินจงกรมนั่งสมาธิไม่เกียจคร้าน และชี้ว่าผู้ได้เจโตปริยญาณจะหยั่งรู้จิตของผู้มีภูมิธรรมเสมอหรือต่ำกว่าตนเท่านั้น
- ໜ້າ 245–258 เหตุที่พระพุทธเจ้ามีองค์เดียว คำพยากรณ์ความเสื่อมของศาสนา และบทสนทนามิลินท์-นาคเสน อธิบายว่าพระพุทธเจ้าทรงบรรลุทุกสิ่งที่พระโพธิสัตว์พึงบรรลุ จากนั้นพยากรณ์ความเสื่อมของพระศาสนาอย่างละเอียด คือปริยัติจะเลือนหายทีละปิฎก เริ่มจากอภิธรรม แล้วพระสูตรทีละนิกาย จนพระธาตุไปรวมกันที่โพธิบัลลังก์แล้วลุกเป็นไฟดับไปเอง และยกบทสนทนาพระยามิลินท์กับพระนาคเสนอุปมาเรือและอาหารว่าทำไมพระพุทธเจ้าสององค์จึงอุบัติพร้อมกันไม่ได้ ปิดท้ายด้วยปีติของพระอุทายีเถระและจบอรรถกถาสัมปสาทนียสูตร
- ໜ້າ 259–267 ปาสาทิกสูตร: นิครนถ์แตกแยกหลังนาฏบุตรตาย พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องคำสอนดี-เลว เปิดเรื่องนิครนถนาฏบุตรตายที่เมืองปาวาแล้วสาวกแตกเป็นสองฝ่ายทะเลาะวิวาททิ่มแทงกันด้วยวาจา พระจุนทสมณุเทสนำความไปเล่าพระอานนท์แล้วพากันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสอธิบายหลักว่าถ้าศาสดาสอนไว้ไม่ดีทั้งศาสดาและสาวกที่ปฏิบัติตามควรถูกติเตียน แต่ถ้าสอนไว้ดีแล้วสาวกกลับไม่ปฏิบัติตาม สาวกนั้นเท่านั้นที่ควรถูกติ
- ໜ້າ 268–282 พรหมจรรย์ที่สมบูรณ์ อุปมามีดโกน วิธีตกลงข้อโต้แย้ง และความสุขที่แท้ของภิกษุ อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้พรหมจรรย์สมบูรณ์คือศาสดาและหมู่สาวกทุกระดับต้องพร้อม พระพุทธเจ้าทรงประกาศว่าไม่มีศาสดาใดเทียบพระองค์ได้ ทรงเล่าคำอุทกดาบสว่า 'เห็นอยู่ก็ชื่อว่าไม่เห็น' เปรียบกับคมมีดโกนที่มองไม่เห็น สอนวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสงบเมื่อความเห็นขัดกัน แล้วหักล้างข้อกล่าวหาว่าสงฆ์ลุ่มหลงสุข โดยชี้ว่าฌานทั้ง ๔ ต่างหากคือความสุขที่นำไปสู่มรรคผล
- ໜ້າ 283–290 ปัญหาที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ และทิฏฐิเกี่ยวกับตัวตนหลังตาย อธิบายว่าพระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบคำถามว่าตายแล้วมีหรือไม่มีเพราะไม่ก่อประโยชน์ แต่ทรงตอบเรื่องอริยสัจ ๔ เพราะนำไปสู่การพ้นทุกข์ได้จริง แล้วไล่เรียงทิฏฐิของสมณพราหมณ์ต่างๆ ที่เชื่อว่าตัวตนและโลกเที่ยงหรือไม่เที่ยง สอนสติปัฏฐาน ๔ ไว้เพื่อละทิฏฐิเหล่านี้ จบด้วยพระอุปวาณะปลื้มปีติจนพระพุทธเจ้าตั้งชื่อพระสูตรว่า 'ปาสาทิก'
- ໜ້າ 291–309 อรรถกถาปาสาทิกสูตร: แผนลับของนาฏบุตร มิตรภาพสารีบุตร-อานนท์ และไขศัพท์ท้ายสูตร เฉลยว่านาฏบุตรตายที่ปาวาเพราะสำรอกเลือดหลังฟังคุณพระพุทธเจ้าจากอุบาลีคฤหบดี และก่อนตายจงใจสอนศิษย์สองคนให้ถือคนละสุดขั้ว เพื่อให้เกิดวิวาทหลังตนตาย เล่าความรักใคร่นับถือกันของพระสารีบุตรกับพระอานนท์ผ่านเรื่องแลกจีวรและรับศิษย์ จากนั้นไขศัพท์ยากในพระสูตรทีละคำจนจบ อรรถกถาปิดท้ายด้วย จบอรรถกถาปาสาทิกสูตรที่ ๖
ໜ້າ 1–50
ໜ້າ 51–100
ໜ້າ 101–150
ໜ້າ 151–200
ໜ້າ 201–250
ໜ້າ 251–300