อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๘ · หน้า ๖๔ · ข้อ 21
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จึงตรัสว่า ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ บันลือสีหนาทในบริษัททั้งหลาย ดังนี้.

ก็ในคำว่า พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ นี้ คำว่า พฺรหฺมํ แปลว่า ประเสริฐ สุด สูงสุด วิเศษสุด. คำว่า จกฺกํ ได้แก่ธรรมจักร. ก็ธรรมจักรนี้นั้น มี ๒ อย่าง คือ ปฏิเวธญาณ ๑ เทศนาญาณ ๑. ใน ๒ อย่างนั้น ธรรมจักรที่พระปัญญาอบรมนำอริยผลมาให้พระองค์ ชื่อว่า ปฏิเวธญาณ ธรรมจักรที่พระกรุณาอบรม นำอริยผลมาให้พระสาวกทั้งหลาย ชื่อว่า

เทศนาญาถเ. ในญาณทั้งสองนั้น ปฏิเวธญาณมี ๒ คือ ที่กำลังเกิด ที่

เกิดแล้ว จริงอยู่ ปฏิเวธญาณนั้น ชื่อว่ากำลังเกิดตั้งแต่เสด็จออกทรง ผนวชจนถึงพระอรหัตมรรค ชื่อว่าเกิดแล้วในขณะแห่งผลจิต หรือว่า ชื่อว่ากำลังเกิดตั้งแต่ภพดุสิตจนถึงพระอรหัตมรรค ณ โพธิบัลลังก์ ชื่อว่า เกิดแล้วในขณะแห่งผลจิต หรือว่า ชื่อว่ากำลังเกิด จำเดิมแต่ตั้งความ ปรารถนา ณ เบื้องพระบาทแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร จนถึง ทรงบรรลุพระอรหัตมรรค ชื่อว่าเกิดแล้ว ในขณะแห่งผลจิต. ฝ่ายเทศนา ญาณก็มี ๒ คือ ที่กำลังเป็นไป ที่เป็นไปแล้ว. จริงอยู่ เทศนาญาณนั้น ชื่อว่ากำลังเป็นไปจนถึงโสดาปัตติมรรคของพระอัญญาโกณฑัญญะ ชื่อว่า เป็นไปแล้วในขณะแห่งผลจิต [โสดาปัตติผล] . ก็ในญาณทั้ง ๒ นั้น ปฏิเวธ- ญาณที่เกิดแล้วเป็นโลกุตระ เทศนาญาณที่เป็นไปแล้วเป็นโลกิยะ แม้ญาณ ทั้ง ๒ นั้น ไม่ทั่วไปแก่สาวกอื่น ๆ เป็นญานที่เกิดอยู่ในพระองค์ของพระ- พุทธะทั้งหลายเท่านั้น.

บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงโดยพิสดาร ถึงพระพละที่พระตถาคตทรง ประกอบแล้ว ทรงปฏิญาณฐานะอันสูงสุด จึงตรัสว่า กตมานิ ทส อิธ ภิกฺขเว ตถาคโต านญฺจ านโต เป็นอาทิ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้