นั้นว่า ดูก่อนอาวุโส ท่านจงเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ที่แม่น้ำวัคคุมุทานที ครั้นแล้ว จงกล่าวกะภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทานทีอย่างนี้ว่า พระศาสดารับสั่งหาท่านทั้งหลาย พระศาสดาทรงประสงค์จะเห็นท่านทั้ง- หลาย ภิกษุนั้นรับคำท่านพระอานนท์แล้วหายจากกูฏาคารศาลาป่ามหาวัน ไปปรากฏข้างหน้าภิกษุเหล่านั้นที่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทานที่เปรียบเหมือนบุรุษผู้ มีกำลังพึงเหยียดแขนที่คู้หรือคู้แขนที่เหยียด ฉะนั้น ลำดับนั้น ภิกษุนั้น ได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทานทีว่า พระศาสดารับสั่งหา ท่านทั้งหลาย พระศาสดาทรงประสงค์จะเห็นท่านทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น รับคำภิกษุนั้นแล้ว เก็บเสนาสนะ ถือบาตรและจีวรหายจากฝั่งแม่น้ำ วัคคุมุทานที ไปปรากฏเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ที่กูฏาคาร- ศาลาป่ามหาวัน เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังพึงเหยียดแขนที่คู้ หรือคู้แขนที่ เหยียด ฉะนั้น.
[๗๕] ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งอยู่ด้วยสมาธิ อันไม่หวั่นไหว ครั้งนั้น ภิกษุเหล่านั้นมีความดำริว่า บัดนี้ พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าประทับอยู่ด้วยวิหารธรรมไหนหนอ ภิกษุเหล่านั้นมีความดำริอีกว่า บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ด้วยอาเนญชวิหารธรรม ภิกษุทั้งหมด นั้นแล ก็อยู่ด้วยอาเนญชสมาธิ.
ครั้งนั้นแล เมื่อราตรีล่วงไป เมื่อปฐมยามผ่านไป ท่านพระอานนท์ ลุกจากอาสนะ กระทำผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลีไปทาง ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ราตรีล่วงไปแล้ว ปฐมยามผ่านไปแล้ว ภิกษุอาคันตุกะ ทั้งหลายนั่งอยู่นานแล้ว ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปราศรัยกับภิกษุ