คนพวกนี้ ฆ่าเราครั้งเดียวก่อน ส่วนเราขอให้ได้เกิดเป็นยักษิณี ก็สามารถ เพื่อจะฆ่าคนพวกนี้ได้หลายครั้ง ดังนี้แล้วจึงตายไป. ได้ยินว่า ในคน เหล่านั้น คนหนึ่งได้เป็นกุลบุตร ชื่อว่า ปุกกุสะ คนหนึ่งเป็นพาหิย- ทารุจีริยะ คนหนึ่งเป็นเพชฌฆาตเคราแดง และคนเหนึ่งเป็นสุปปพุทธกุฏฐิ ในหลายร้อยอัตภาพ ของคนทั้ง ๔ ดังว่ามานี้ นางเกิดเป็นแม่โคใน กำเนิดยักษ์ ปลงชีวิต (ของคนเหล่านั้น). ก็ด้วยวิบากของกรรมนั้น คน เหล่านั้น จึงถึงความตายในระหว่างอัตภาพนั้น ๆ. สุปปพุทธกุฏฐิ ตาย โดยฉับพลัน ด้วยอาการอย่างนี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข อจิรปกฺกนฺตํ ฯ เป ฯ โวโรเปสิ ดังนี้เป็นต้น.
ครั้งนั้นแล ภิกษุหลายรูป กราบทูลการทำกาละของสุปปพุทธกุฏฐิ แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงทูลถามถึงเบื้องหน้า (ของเขา). พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสพยากรณ์แล้ว. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ความว่า เพราะการละโดยสมุจเฉทเด็ดขาดซึ่งเครื่องผูกในภพสามนี้ คือ สักกาย- ทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส. บทว่า โสตาปนฺโน ได้แก่ผู้บรรลุ อริยมรรค กล่าวคือ กระแสครั้งแรก. สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า อาวุโส สารีบุตร ท่านกล่าวว่า โสโต โสโต นี้ อาวุโส โสตะ เป็นไฉน หนอแล คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แหละ ชื่อว่า โสตะ ดังนี้เป็นต้น. บทว่า อวินิปาตธมฺโม แปลว่า ไม่มีการตกต่ำเป็นธรรมดา. ชื่อว่าผู้มี ความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เพราะท่านไม่มีความตกต่ำไปเป็นธรรมดา อธิบายว่า ไม่มีการตกไปด้วยอำนาจการเกิดในอบาย ๔ มีสภาวะ.