ถือบาตรและจีวร พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้าไปยังอาวสถาคารดังนี้.
บทว่า ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ความว่า แม้ถ้าเปือกตมคือธุลี ไม่ เปื้อนพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็จริง ถึงกระนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหวังความเจริญยิ่งแห่งกุศล ของอุบาสกและอุบาสิกาเหล่านั้น จึงทรง ให้ล้างพระบาท เพื่อให้ชนเหล่าอื่นถือเอาเป็นตัวอย่าง. อีกอย่างหนึ่ง ขึ้นชื่อว่า พระสรีระอันมีใจครอง ก็ต้องทำให้เย็น เพราะฉะนั้น พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงกระทำการสรงสนาน และทรงล้างพระบาทเป็นต้น แม้เพื่อประโยชน์นี้ทีเดียว.
บทว่า ภควนฺตญฺเว ปุรกฺขตฺวา ได้แก่ กระทำพระผู้มีพระภาค-
เจ้าไว้เบื้องหน้า. ในข้อนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับนั่งในท่าม-
กลางของภิกษุทั้งหลาย และของอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ทรงให้สรง สนานด้วยน้ำหอมแล้ว ทำให้น้ำแห้งไปด้วยเสวียนผ้าแล้ว ทำให้แห้งด้วย ชาดหิงดุ ย่อมไพโรจน์ยิ่งนัก เหมือนรูปเปรียบที่ทำด้วยแท่งทองสีแดง ซึ่งประดิษฐานไว้บนตั่ง อันแวดวงด้วยผ้ากัมพลแดง.
ก็ในข้อนี้ เป็นบทประพันธ์ที่ท่านโบราณบัณฑิตประพันธ์ไว้ดัง ต่อไปนี้
พระโลกนาถเจ้า ผู้เป็นเลิศของชาวโลก ผู้เสด็จ
ไปดุจพญาช้างเยื้องกราย เสด็จไปยังโรงกลมให้
สว่างไสว ประทับนั่งบนบวรพุทธอาสน์.
พระองค์เป็นดุจนายสารถี ผู้ฝึกนรชน เป็นเทพ
ยิ่งกว่าเทพ ผู้มีบุญลักษณะกำหนดด้วยร้อย ประทับ