พระนามว่า พุทฺโธ เพราะอรรถว่า ปราศจากโทสะโดยส่วนเดียว ทรง พระนามว่า พุทฺโธ เพราะอรรถว่า ปราศจากโมหะโดยส่วนเดียว ทรงพระ นามว่า พุทฺโธ เพราะอรรถว่าไม่มีกิเลสโดยส่วนเดียว ทรงพระนามว่า พุทฺโธ เพราะอรรถว่า ทรงถึงแล้วซึ่งเอกายนมรรค ทรงพระนามว่า พุทฺโธ เพราะ อรรถว่า ทรงเป็นผู้เดียวตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว ซึ่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ อันประเสริฐ ทรงพระนามว่า พุทฺโธ เพราะทรงกำจัดความไม่รู้ เพราะ ทรงได้ปัญญาเครื่องตรัสรู้ และพระนามว่า พุทฺโธ นี้ พระมารดา บิดา พี่น้องชาย พี่น้องหญิง มิตร อมาตย์ ญาติสาโลหิต สมณพราหมณ์ เทวดา มิได้ทำให้ โดยที่แท้แล้ว พระนามนี้ เป็นวิโมกขันติกนาม (พระนามที่เกิด ขึ้นในที่สุดแห่งการหลุดพ้น) พระนามว่า พุทฺโธ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ พร้อม ด้วยการบรรลุสัพพัญญุตญาณ ณ ควงไม้โพธิ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลาย ผู้ตรัสรู้แล้ว ดังนี้.
สิ่งที่ชื่อว่า เป็นสรณะ เพราะเบียดเบียนทุกข์ภัยเป็นต้น. อธิบายว่า เบียดเบียนคือให้พินาศ ได้แก่ กำจัดอนัตถะ อบายทุกข์ทุกอย่าง (และ) สังสาร-
ทุกข์ทั้งมวลได้. บทว่า สรณํ คตา ความว่า เป็นผู้ถึง คือเข้าถึง (พระ-
พุทธเจ้า) อย่างนี้ว่า เราทั้งหลายถึง คือคบ ได้แก่ ซ่องเสพ หมายความว่า เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์นี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นสรณะ (กำจัดภัยได้) ทรงเป็นคติ ทรงเป็นที่ดำเนินไปใน เบื้องหน้า ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยว ทรงเป็นผู้ทำลายทุกข์ ทรงจัดแจงประโยชน์ เกื้อกูลของเราทั้งหลาย หรือเราทั้งหลายรู้คือตรัสรู้ (ตาม) อย่างนี้ ดังนี้ ชื่อว่า เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ (ส่วน) ผู้ถึงโดยนัยตรงกันข้ามกับนัยที่ว่า มาแล้วนั้น ไม่ชื่อว่าถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ.