ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๕ · หน้า ๕๑๑ · ข้อ 262
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ฉะนั้นในพระสูตรนี้ พึงทราบความอย่างนี้ว่า ท่านจุติจากเทวโลกนี้แล้ว เกิดในหมู่มนุษย์ รู้เดียงสาแล้ว ละทุจริตทุกอย่างมีกายทุจริตเป็นต้น สั่งสม สุจริตทั้งมวลมีกายสุจริตเป็นต้น ให้โอฬาร ให้ไพบูลย์ แล้วจงเป็นผู้มีศรัทธา ที่มาแล้ว ด้วยอริยมรรค. ก็เพราะเหตุที่เทวดาเหล่านั้น ยังปรารถนาปฐมมรรค บ้าง ทุติยมรรคบ้าง ในโลกุตรธรรมทั้งหลาย เพราะเหตุที่ตนยังล่วงการเกิด ในเทวโลกไปไม่ได้ ฉะนั้น พึงทราบความแห่งบททั้งหลายว่า อปฺปมาณํ นิรูปธึ ด้วยสามารถแม้แห่งกุศลเหล่านั้นว่า กุศลชื่อว่า หาประมาณมิได้ เพราะเข้าไปตัดกิเลสทั้งหลาย มีกามราคะอย่างหยาบ ที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกัน ในฐานะเป็นศัตรูเป็นต้น อันกระทำซึ่งประมาณ อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า หาอุปธิ มิได้ เพราะละขันธูปธิที่ควรแก่การเกิดขึ้น จากภพที่ ๗ และอภิสังขารูปธิ ที่เกิดแต่ขันธูปธินั้น ทั้งกิเลสูปธิ อันมรรคนั้น ๆ พึงฆ่า และเพราะอาศัย พระนิพพานกล่าวคือธรรมชาติที่ไม่มีอุปธิ เหตุที่อุปธิเหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ได้.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงกรรมที่ปิดประตูอบายไว้ โดย ส่วนเดียวอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงกรรมจะให้เกิดสวรรคสมบัติ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตโต โอปธิกํ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอปธิกํ ได้แก่ ให้เผล็ดผลเป็นอุปธิ. อธิบายว่า ให้เกิดสมบัติคืออัตภาพ และโภคสมบัติ. ก็อัตภาพท่านเรียกว่า

อุปธิ. ดังที่ตรัสไว้ว่า มีอยู่กรรมสมาทานที่เป็นบาปบางอย่าง ที่ขัดขวาง

อุปธิสมบัติยังไม่ให้ผล ดังนี้. แม้กามคุณก็ตรัสเรียกว่า อุปธิ ดังที่ตรัสไว้ว่า ความเศร้าโศกของนรชนมีเพราะอุปธิ.

ในคำว่า อุปธีหิ นรสฺส โสจนํ นี้ มีอรรถพจน์ดังต่อไปนี้ อัตภาพ และกามคุณ ชื่อว่า อุปธิ เพราะเป็นที่อันสัตว์ทรงไว้ซึ่งสุขและทุกข์. บุคคลชื่อว่า