ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๕ · หน้า ๖๑๓ · ข้อ 277
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ถึง ๖๘ แสนโยชน์ ก็ดี ภิกษุใด เห็นอาบัติเพียงทุพภาสิตอัน (มีโทษ) เบากว่าอาบัติทั้งปวง ทำให้ (หนัก) เหมือนอาบัติปาราชิก ก็ดี ภิกษุนี้ ชื่อว่า มีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลาย มีประมาณน้อย. บทว่า สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ความว่า ในบรรดาสิกขาบททั้งหลาย สิกขาบทอย่าง ใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะต้องศึกษา สมาทานสิกขาบทนั้น หมดทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ครบถ้วนโดยประการทั้งปวง ได้แก่ ไม่ให้เหลือ แล้วศึกษา คือ บำเพ็ญให้เป็นไป.

บทว่า อิติ กลฺยาณสีโล ความว่า เป็นผู้มีศีลอันงามด้วยประการ นี้ อธิบายว่า ศีลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ด้วยสามารถแห่ง บุคลาธิษฐาน แล้วทรงย้ำด้วยสามารถแห่งบุคลาธิษฐานที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมชื่อว่า เป็นผู้มีศีลอันงาม ด้วยประการอย่างนี้แล นั้นเองอันพระองค์ตรัสไว้ว่า อิติ กลฺยาณสีโล เป็นผู้มีศีลงาม ด้วยประการ ฉะนี้ ดังนี้อีก เพื่อจะทรงแสดงว่า ศีลนี้ เป็นที่ตั้งของธรรมเหล่านั้น โดย มีพระประสงค์ จะทรงเสดงธรรมที่ตรัสไว้แล้วในบท ว่า กลฺยาณธมฺโม นี้. บททั้งปวงมีอาทิว่า สตฺตนฺนํ โพธิปกฺขิยานํ มีเนื้อความดังกล่าวในหน

หลังแล้วแล. คำว่า กลฺยาณสีโล เป็นต้น เป็นคำตรัสย้ำอีก.

พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไป บทว่า ทุกฺกฏํ แปลว่า กระทำแล้วชั่ว อธิบายว่า ได้แก่ ทุจริต. บทว่า หิรีมนํ ความว่า มี ความละอาย คือ ถึงพร้อมด้วยหิริ. อธิบายว่า ได้แก่ สภาวะที่รังเกียจ

ความประพฤติชั่วโดยประการทั้งปวง. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า หิรีมนํ ได้แก่

จิตที่ประกอบด้วยหิริ. ก็ในอธิการนี้ พึงทราบว่า ทรงถือเอาแม้โอตัปปะ

ไว้ด้วยศัพท์ว่า หิริแล้วทีเดียว. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงเหตุแห่ง