ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงเหตุแห่งความสุข ๓ อย่าง ตามที่กล่าวมาแล้ว ด้วยพระคาถาแรก แล้วทรงแสดงเหตุเป็นที่มาแห่งความสุข ความสรรเสริญพร้อมกับการงดเว้น ธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ (ต่อความสุข) ด้วย พระคาถา ๕ พระคาถา ต่อจากนั้นแล้วจึงทรงแสดงความสุขสุดท้าย พร้อมด้วย เหตุเป็นที่ประสบความสุขแม้ทั้ง ๓ อย่าง ด้วยพระคาถาสุดท้าย.
จบอรรถกถาสุขสูตรที่ ๗
๘. ภินทนสูตร
ว่าด้วยสิ่งที่ต้องแตกเป็นธรรมดา
[๒๕๕] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว พระสูตร นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้ สดับมาแล้วว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กายนี้มีความแตกเป็นที่สุด วิญญาณมี การคลายไปเป็นธรรมดา ขันธบัญจกทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความ แปรปรวนไปเป็นธรรมดา.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
ภิกษุรู้กายว่ามีความแตกไปเป็นที่สุด
และรู้วิญญาณว่ามีความย่อยยับไป เห็นภัย
ในขันธบัญจกทั้งหลายแล้ว ล่วงชาติและ
มรณะเสียได้ มีตนอันอบรมแล้ว จำนง