ในบทเหล่านั้น บทว่า อกาสิ โยคฺคํ ธุวํ อปฺปมตฺโต สํวจฺฉรํ วีรณตฺถมฺภกสฺมึ ความว่า พ่อจ๋า พ่อไม่ประมาทเป็น นิจ ได้ทำการซักซ้อมที่ป่าช้าชื่อ พีรณัตถัมภกะถึงหนึ่งปี. บทว่า พฺยากาสิ อญฺํ ปริสํ วิคยฺห ความว่า ครั้นพ่อเข้าประชุม บริษัท ได้ทำเป็นอย่างอื่น คือได้ทำพลาดไป ได้แก่เปลี่ยนแปลง
ไป. บทว่า น นิยฺยโม ตายติ อปฺปปญฺํ ความว่า ความเพียร
ย่อมไม่ป้องกัน คือไม่รักษาบุคคลผู้มีปัญญาน้อยแม้ทำบ่อย ๆ ได้.
พราหมณ์ฟังคำของพระโพธิสัตว์ แล้วจึงกล่าวคาถา ที่ ๒ ว่า :-
ดูก่อนพ่อโสมทัต บุคคลผู้ขอย่อมประสบ
อาการสองอย่างคือ ได้ทรัพย์ ๑ ไม่ได้ทรัพย์ ๑
เพราะว่าการขอมีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ ธมฺมา หิ ยาจนา ได้แก่ เพราะ การขอมีสภาพเป็นอย่างนี้.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายีมิใช่ เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้ ประหม่าครั่นคร้าม แล้วทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรง
ประชุมชาดก. บิดาของโสมทัตได้เป็นโลฬุทายี ส่วนโสมทัต
คือ เราตถาคตนี้แล.