นี้ หรือสหรคตด้วยสัญญาที่เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะ คำนี้เป็นชื่อของฌาน ที่มีอารมณ์ (ก้าวล่วง)อากิญจัญญายตนสมาบัติ. ในฌานนี้ ชื่อว่า เป็น ทุกขาปฏิปทา เพราะเป็นทุกข์ในการสิ้นไปแห่งนิกันติในอากิญจัญญายตน- สมาบัติ ที่ชื่อว่า ทันธาภิญญา เพราะความชักช้าในการอบรมอัปปนาของ ผู้มีนิกันติที่สิ้นไป ชื่อว่าเป็นสุขาปฏิปทาและขิปปาภิญญา โดยปริยายตรง
กันข้าม. พึงทราบความเป็นปริตตารมณ์ เพราะปรารภสมาบัติมีอารมณ์
ปราศจากวิญญาณที่เป็นไปในอากาศซึ่งเพิกกสิณขึ้นเล็กน้อยเป็นไป พึงทราบ ความเป็นอัปปมาณารมณ์โดยปริยายตรงกันข้าม คำที่เหลือเช่นกับนัยก่อน นั่นแหละ.
พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นนาถะ มีพระ-
รูปไม่มีใครเสมอเหมือน ตรัสอรูปฌาน ๔
อย่างอันใดไว้ พระโยคีครั้นทราบอรูปฌาน
๔ นั้นแล้ว พึงรู้แม้กถาปกิณณกะในอรูป
ฌานนั้น ต่อไป.
เพราะอรูปสมาบัติ
แม้ทั้ง ๔ เหล่านี้ ย่อมมีเพราะการ
ก้าวล่วงอารมณ์ นักปราชญ์ผู้มีปัญญาไม่
ปรารถนา จะละเลยอธิบายขององค์แห่งสมาบัติ
เหล่านั้น.
จริงอยู่ บรรดาสมาบัติเหล่านั้น พึงทราบอรูปสมาบัติทั้ง ๔ ซึ่งเกิด ขึ้นโดยการก้าวล่วงอารมณ์โดยประการทั้งปวง คือ อรูปสมาบัติที่หนึ่งก้าวล่วง ฌานที่มีรูปนิมิต อรูปสมาบัติที่ ๒ ก้าวล่วงอากาศ อรูปสมาบัติที่ ๓ ก้าวล่วง วิญญาณที่เป็นไปในอากาศ อรูปสมาบัติที่ ๔ ก้าวล่วงโดยการปราศจากวิญญาณ ที่เป็นไปในอากาศ.