พึงทราบวินิจฉัยใน นวิปปยุตตปัจจัยเป็นมูล. สองบทว่า กมฺเม ปญฺจ ในกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ คือมีวาระ ๕ อย่างนี้คือ เจตนามีกุศล เป็นต้นเป็นปัจจัยแก่กุศลเป็นต้น ที่เกิดร่วมกัน กุศลและอกุศลเจตนา ที่เกิดต่างขณะกันเป็นปัจจัยแก่วิบาก และแก่รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน. ในอาหารปัจจัย และ อินทริยปัจจัย มีวาระ ๓ เหมือนกับสหชาตปัจจัย. ในฌานปัจจัยและมัคคปัจจัยเป็นต้น มีวาระ ๓ เหมือนกับเหตุปัจจัย.
ใน โนอัตถิมูลกนัย มีอธิบายว่า เพราะ เหตุ ชื่อว่า โนอตฺถิ ไม่มี มีแต่ อัตถิ แน่นอน. เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่ถือเอา เหตุปัจจัย นั้น แล้วกล่าวว่า นอารมฺมเณ นว ในนอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (เหตุปัจจัยแสดงไม่ได้). ปัจจัยทั้งหลาย ที่เข้าลักษณะอัตถิปัจจัยแม้อื่น ย่อมไม่ทั้งอยู่โดยอนุโลมในอธิการนี้.
ก็คำนี้ว่า กมฺเม เทฺว ในกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ ท่านกล่าวด้วย อำนาจนานากขณิกกัมมปัจจัย ปัจจัยทั้งหมดย่อมได้โดยปัจจนียะ. ก็วาระ ทั้งหลาย ต่อจากนั้นอันท่านไม่ถือเอาปัจจัยใด แม้ที่ได้อยู่โดยอนุโลม ถือเอาโดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยนั้นย่อมได้การประกอบในภายหลัง เพราะ เหตุนั้นเอง ในอธิการนี้ท่านจึงกล่าวไว้ว่า โน อตฺถิปจฺจยา นเหตุปจฺจยา ฯ เป ฯ โนอวิคตปจฺจยา กมฺเม เทฺว ฯ เป ฯ ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ถือเอาปัจจัยนั้นในฐานะของตนเองเลย แก้ว่า เพราะเมื่อปัจจัย ทั้งหมดที่เหลือ ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นย่อมได้โดย อนุโลม
จริงอยู่ นี้เป็นลักษณะในปัจจนียานุโลมนี้ คือเมื่อปัจจัยทั้งหมด ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ ปัจจัยใดปัจจัยเดียวเท่านั้นย่อมได้โดยอนุโลม