ปัฏฐาน ภาค ๖

ສະບັບພາສາໄທ ມຈຣ. (MCU) · พระอภิธรรมปิฎก · ເຫຼັ້ມທີ 45 · 731 ໜ້າ

ສະຫຼຸບໂດຍ AI ຈາກເນື້ອຫາທັງເຫຼັ້ມ (60 ຫົວຂໍ້) — ຄລິກເພື່ອໄປຫາໜ້າເລີ່ມຕົ້ນຂອງຫົວຂໍ້ນັ້ນ

  1. ໜ້າ 1–17 เริ่มนัยที่สองของมหาปัฏฐาน: ธัมมปัจจนียะ ติกปัฏฐาน (นัยปฏิเสธ วิเคราะห์ 22 ติกะ) หลังเล่ม 44 ตรวจสอบเงื่อนไข 24 ประการ (ปัจจัย) ในทางบวกจนครบ เล่ม 45 เริ่มนัยที่สองคือ 'ปัจจนียะ' (นัยปฏิเสธ) ซึ่งถามคำถามย้อนกลับ เช่น 'สภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล เพราะเหตุปัจจัยหรือไม่' แทนที่จะถามฝ่ายบวกอย่างเดียว เริ่มจากไตรกะ(ติกะ)ทั้ง 22 หมวดของอภิธรรม เช่น กุศล-อกุศล-อัพยากฤต, สุข-ทุกข์-อทุกขมสุข ตรวจครบทั้ง 22 ติกะภายในหน้า 17
  2. ໜ້າ 18–32 ธัมมปัจจนียะ ทุกปัฏฐาน: นัยปฏิเสธกับคู่ธรรม (ทุกะ) เริ่มจากกลุ่มที่เกี่ยวกับ 'เหตุ' ต่อด้วยการนำนัยปฏิเสธมาใช้กับคู่ธรรม(ทุกะ)แทนไตรกะ เริ่มจากกลุ่ม 6 ทุกะแรกที่เกี่ยวกับ 'เหตุ' (มี/ไม่มีเหตุ, สัมปยุตหรือไม่กับเหตุ) แล้วต่อด้วยกลุ่มทุกะเดี่ยวๆที่บ่งบอกคุณสมบัติทั่วไปของธรรม เช่น มีปัจจัยปรุงแต่งหรือไม่ ถูกปรุงแต่งหรือไม่ เห็นได้หรือไม่ กระทบได้หรือไม่ เป็นรูปหรือไม่
  3. ໜ້າ 33–53 ทุกปัฏฐานปัจจนียะต่อ: กลุ่มกิเลส 6 พวงใหญ่ (อาสวะ สัญโญชน์ คันถะ โอฆะ โยคะ นิวรณ์) และปรามาส ไล่นัยปฏิเสธต่อกับกลุ่มทุกะที่เป็น 'พวงกิเลส' 6 ชุด ได้แก่ อาสวะ(กิเลสหมักดอง) สัญโญชน์(เครื่องผูก) คันถะ(เครื่องร้อยรัด) โอฆะ(ห้วงน้ำท่วม) โยคะ(แอก) และนิวรณ์(เครื่องกั้นจิต) — ทั้งหมดคือรายชื่อกิเลสมาตรฐานที่ปรากฏซ้ำในหลายหมวดของอภิธรรม แล้วเข้าสู่กลุ่มปรามาส(ความยึดถือผิด)ในตอนท้าย
  4. ໜ້າ 54–72 จบทุกปัฏฐานปัจจนียะ: กลุ่มจิต-เจตสิก ภูมิ 3 และทุกะสุดท้าย 'สรณทุกะ' (เหตุให้ร้องไห้) ไล่นัยปฏิเสธต่อกับกลุ่มทุกะเกี่ยวกับจิตและเจตสิก(องค์ประกอบจิต) จากนั้นกลุ่มที่ระบุระดับภูมิ(กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร) และธรรมที่นำออกจากวัฏฏะหรือไม่ จนถึงทุกะสุดท้ายลำดับที่ 100 คือ 'สรณทุกะ' (ธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เทียบกับที่ไม่ใช่) ปิดท้ายด้วย 'ปิฏฐิทุกะ จบ' ซึ่งเป็นการตรวจนัยปฏิเสธครบทั้ง 100 คู่ธรรมแล้ว
  5. ໜ້າ 73–84 เริ่มไขว้คู่ธรรมกับไตรกะ (ทุกติกปัฏฐาน): 'เหตุทุกะ' จับคู่ครบทั้ง 22 ติกะ จากนี้เข้าสู่ขั้นที่ซับซ้อนขึ้น คือนำทุกะแต่ละคู่มา 'ไขว้' กับติกะแต่ละหมวดทีละคู่ เพื่อตรวจว่าความสัมพันธ์เชิงเหตุปัจจัยยังคงเป็นจริงหรือไม่เมื่อจำกัดขอบเขตให้แคบลง (เช่น ธรรมที่ไม่มีเหตุ ในจำนวนนั้นเป็นกุศลหรือไม่) เริ่มจากเหตุทุกะ(ทุกะที่1)จับคู่ให้ครบกับติกะทั้ง 22 หมวดอย่างละเอียด เป็นแม่แบบสำหรับทุกะที่เหลือ
  6. ໜ້າ 85–101 ทุกติกปัฏฐาน: ทุกะที่เหลือ (ราว 80 คู่) จับคู่กับกุสลติกะเพียงหมวดเดียวแบบย่อ เนื่องจากรูปแบบซ้ำกันทุกคู่ คัมภีร์จึงย่อโดยนำทุกะที่เหลือ(สเหตุกทุกะ กลุ่มกิเลส กลุ่มจิต-เจตสิก ฯลฯ)มาจับคู่กับกุสลติกะ(กุศล-อกุศล-อัพยากฤต)เพียงหมวดเดียวเป็นตัวแทน แล้วอ้างอิงว่าติกะที่เหลือให้ทำเช่นเดียวกัน เป็นเทคนิคการย่อความมาตรฐานของคัมภีร์นี้
  7. ໜ້າ 102–105 ทุกติกปัฏฐานจบบริบูรณ์: 'สรณทุกะ' (ทุกะสุดท้าย) กลับมาจับคู่ครบทั้ง 22 ติกะอีกครั้ง ก่อนปิดหมวดนี้ คัมภีร์ย้อนกลับมาขยายทุกะสุดท้าย(สรณทุกะ)ให้ครบกับติกะทั้ง 22 หมวดอย่างละเอียดอีกครั้ง (เช่นเดียวกับเหตุทุกะในตอนต้น) เพื่อยืนยันว่าแม่แบบยังใช้ได้กับทุกะทุกตัว ปิดฉาก 'ทุกติกปัฏฐาน' อย่างสมบูรณ์
  8. ໜ້າ 106–120 สลับลำดับเป็น 'ติกทุกปัฏฐาน': กุสลติกะเป็นตัวตั้ง ไล่จับคู่กับทุกะทั้ง 100 คู่ สลับทิศทางการไขว้ จากเดิมทุกะนำ-ติกะตาม เป็นติกะนำ-ทุกะตาม โดยนำกุสลติกะ(กุศล-อกุศล-อัพยากฤต)เป็นตัวตั้งแล้วไล่จับคู่กับทุกะทั้ง 100 คู่ทีละคู่ตามลำดับมาติกา เริ่มจากเหตุทุกะโดยละเอียด แล้วค่อยๆย่อลงเมื่อถึงทุกะถัดๆไป จนถึงกลุ่มปิฏฐิทุกะ(ทุกะเสริมท้ายมาติกา)ซึ่งยังตรวจไม่ครบเมื่อสิ้นสุดหน้า 120
  9. ໜ້າ 121–124 ติกทุกปัฏฐาน (ต่อ): กุสลติกะไล่จับคู่กับกลุ่มทุกะสุดท้าย รวมถึง 'สรณทุกะ' ต่อเนื่องจากหน้าก่อน ไล่กุสลติกะจับคู่กับทุกะกลุ่มท้ายๆของมาติกา ได้แก่จูฬันตรทุกะ(ทุกะเดี่ยวชุดเล็ก) กลุ่มอาสวะ-สัญโญชน์ กลุ่มจิต-เจตสิก กลุ่มอุปาทาน และปิดท้ายด้วยสรณทุกะ ครบทั้ง 100 คู่สำหรับกุสลติกะ
  10. ໜ້າ 125–140 ติกทุกปัฏฐานจบ: เวทนาติกะ วิปากติกะ (ย่อ) และสนิทัสสนติกะ (ติกะสุดท้าย) ไล่จับคู่ทุกะครบเช่นกัน หลังกุสลติกะแล้ว ผ่านเวทนาติกะ(สุข-ทุกข์-อทุกขมสุข)และวิปากติกะ(วิบาก)แบบย่อ ก่อนขยายรายละเอียดเต็มอีกครั้งด้วยสนิทัสสนติกะ(เห็นได้-กระทบได้ ติกะสุดท้ายลำดับที่22)ไล่จับคู่ทุกะทั้งชุด ปิดท้ายด้วยคำสั่งให้ขยายวาระที่เหลือตามแบบเดิม จบภาค 'ติกทุกปัฏฐาน ปัจจนียะ' ทั้งหมดที่หน้า 140
  11. ໜ້າ 141–157 เริ่มไขว้ติกะกับติกะ (ติกติกปัฏฐาน ปัจจนียะ): กุสลติกะไล่จับคู่กับติกะที่เหลืออีก 21 หมวด ขยับไปอีกขั้น คือนำติกะสองหมวดมาไขว้กันเอง (แทนที่จะไขว้กับทุกะ) เพื่อตรวจความสัมพันธ์เชิงเหตุปัจจัยในระดับที่ละเอียดยิ่งขึ้น เริ่มจากกุสลติกะเป็นตัวตั้งไล่จับคู่กับติกะที่เหลือทั้ง 21 หมวดตามลำดับ เช่น กุศล-อกุศล-อัพยากฤต ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา เป็นต้น
  12. ໜ້າ 158–174 ติกติกปัฏฐาน ปัจจนียะ (ต่อ): สลับให้ติกะอื่นเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กุสลติกะ จบปัฏฐาน สลับบทบาท นำติกะที่ 2 ถึง 22 มาเป็นตัวตั้งแทน แล้วย้อนจับคู่กับกุสลติกะทีละคู่ตามลำดับ (แสดงความสัมพันธ์ทั้งสองทิศทาง) จนถึงสนิทัสสนติกะ(ติกะสุดท้าย)ขยายเต็มทุกวาระ ปิดท้ายภาค 'ติกติกปัฏฐาน ปัจจนียะ' ทั้งหมดที่หน้า 174
  13. ໜ້າ 175–177 เริ่มขั้นสุดท้ายของนัยปฏิเสธ: ทุกทุกปัฏฐาน — ไขว้ทุกะกับทุกะโดยตรง เข้าสู่ขั้นสุดท้ายของนัยปัจจนียะ คือนำทุกะสองคู่มาไขว้กันเอง เริ่มจากเหตุทุกะเป็นตัวตั้งจับคู่กับสเหตุกทุกะ(มี/ไม่มีเหตุ)เป็นคู่แรก จำนวนวาระที่ต้องตรวจน้อยกว่าติกะเพราะทุกะมีเพียง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ 3 เหมือนติกะ
  14. ໜ້າ 178–184 ทุกทุกปัฏฐานปัจจนียะ (ต่อ): เหตุทุกะเป็นตัวตั้ง ไล่จับคู่กับกลุ่มทุกะสำคัญไปเรื่อยๆ เหตุทุกะเป็นตัวตั้งไล่จับคู่ไปข้างหน้ากับกลุ่มทุกะสำคัญตามลำดับมาติกา ได้แก่กลุ่มที่เกี่ยวกับเหตุ กลุ่มทุกะเดี่ยว กลุ่มอาสวะ-สัญโญชน์ กลุ่มจิต-เจตสิก และปิฏฐิทุกะ
  15. ໜ້າ 185–198 ทุกทุกปัฏฐาน (สลับทิศ): กลุ่มทุกะต่างๆเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กับเหตุทุกะ สลับทิศทาง นำทุกะกลุ่มต่างๆที่เพิ่งจับคู่ไปแล้วกลับมาเป็นตัวตั้งแทน แล้วย้อนจับคู่กับเหตุทุกะ เป็นรูปแบบสมมาตรเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทั้งสองทิศทาง
  16. ໜ້າ 199–210 ทุกทุกปัฏฐานปัจจนียะจบ: 'สรณทุกะ' จับคู่กับทุกกลุ่ม ปิดท้ายด้วย 'ธัมมปัจจนียะ ทุกทุกปัฏฐาน จบ' ทุกะสุดท้าย(สรณทุกะ)จับคู่กับกลุ่มทุกะที่เหลือทั้งหมดจนครบ ปิดท้ายด้วยข้อความ 'ธัมมปัจจนียะ ทุกทุกปัฏฐาน จบ' ซึ่งเป็นการปิดฉากนัยที่สอง(ปัจจนียะ)ทั้งหมดของมหาปัฏฐาน — จากนี้เข้าสู่นัยที่สาม (ธัมมานุโลมปัจจนียะ) ที่ผสมนัยบวกกับนัยลบเข้าด้วยกัน
  17. ໜ້າ 211–220 เริ่มนัยที่สาม: ธัมมานุโลมปัจจนียะ ติกปัฏฐาน — ผสมคำถามบวกกับลบเข้าด้วยกัน เริ่มนัยที่สามของมหาปัฏฐาน คือ 'อนุโลมปัจจนียะ' ซึ่งถามคำถามแบบผสม เช่น 'สภาวธรรมที่เป็นกุศล(ฝ่ายบวก)อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกุศล(ฝ่ายลบ)หรือไม่' เป็นการตรวจความสัมพันธ์ข้ามขั้วบวก-ลบ เริ่มจากกุสลติกะและเวทนาติกะ
  18. ໜ້າ 221–231 ติกปัฏฐาน (อนุโลมปัจจนียะ): วิปากติกะ และอุปาทินนติกะ ดำเนินต่อด้วยวิปากติกะ(วิบาก-เหตุให้เกิดวิบาก-ไม่ใช่ทั้งสอง)และอุปาทินนติกะ(กรรมที่ตัณหาทิฏฐิยึดถือ) ตรวจนัยผสมบวก-ลบอย่างละเอียดกว่าหมวดทุกะเพราะติกะมี 3 ฝ่ายให้ตรวจ
  19. ໜ້າ 232–234 ติกปัฏฐาน: สังกิลิฏฐติกะ และเริ่มวิตักกติกะ ต่อด้วยสังกิลิฏฐติกะ(กิเลสทำให้เศร้าหมอง-เป็นอารมณ์ของกิเลส)และเริ่มวิตักกติกะ(มี/ไม่มีวิตกวิจาร ซึ่งเกี่ยวโยงกับองค์ฌาน)
  20. ໜ້າ 235–238 ติกปัฏฐาน (ต่อ): จบอุปาทินนติกะ สังกิลิฏฐติกะ วิตักกติกะ ปีติติกะ ทัสสนติกะ และเริ่มทัสสนเหตุติกะ เนื้อหาต่อเนื่อง ไล่ผ่านสังกิลิฏฐติกะ วิตักกติกะ ปีติติกะ(สหรคตด้วยปีติ-สุข-อุเบกขา) ทัสสนติกะ(ต้องประหาณด้วยมรรค) และเริ่มทัสสนเหตุติกะ
  21. ໜ້າ 239–252 ติกปัฏฐานจบ: อาจยคามิติกะ (นำสู่สังสารวัฏ/นิพพาน) ไล่ถึงสนิทัสสนติกะ ปิดหมวดติกะทั้ง 22 ไล่ต่อผ่านอาจยคามิติกะ(ธรรมนำสู่ปฏิสนธิ-จุติเทียบกับนำสู่นิพพาน) เสกขติกะ(เสขบุคคล-อเสขบุคคล) ปริตตติกะ หีนติกะ และติกะที่เหลือจนถึงสนิทัสสนติกะ ปิดฉากติกปัฏฐาน 22 หมวดของนัยอนุโลมปัจจนียะ
  22. ໜ້າ 253–267 เริ่มทุกปัฏฐาน (อนุโลมปัจจนียะ): กลุ่มเหตุ สัปปัจจยทุกะ อาสวะ จนถึงปรามาส เปลี่ยนจากติกะเป็นทุกะ เริ่มจากกลุ่มทุกะที่เกี่ยวกับเหตุ แล้วกลุ่มทุกะเดี่ยว(มีปัจจัยปรุงแต่งหรือไม่ เป็นต้น) กลุ่มอาสวะ และไล่ถึงกลุ่มปรามาส ตรวจนัยผสมบวก-ลบกับแต่ละทุกะ
  23. ໜ້າ 268–282 ทุกปัฏฐานจบ: จิต-เจตสิก อุปาทาน กิเลส จนถึงสรณทุกะ ปิดหมวดทุกะทั้ง 100 ไล่ต่อผ่านกลุ่มจิต-เจตสิก อุปาทานโคจฉกะ กิเลสโคจฉกะ ทัสสเนนปหาตัพพทุกะ และกลุ่มทุกะสุดท้ายจนถึงสรณทุกะ ปิดฉากทุกปัฏฐาน 100 ทุกะของนัยอนุโลมปัจจนียะ
  24. ໜ້າ 283–291 เริ่มทุกติกปัฏฐาน (อนุโลมปัจจนียะ): เหตุทุกะไขว้กับกุสลติกะ เวทนาติกะ วิปากติกะ เรื่อยไปจนถึงอาจยคามิติกะ กลับมาไขว้ทุกะกับติกะอีกครั้ง คราวนี้ในนัยผสมบวก-ลบ เริ่มจากเหตุทุกะไล่จับคู่กับติกะทีละหมวดตามลำดับ
  25. ໜ້າ 292–296 ทุกติกปัฏฐาน: เหตุทุกะจับคู่ครบทั้ง 22 ติกะโดยละเอียด ขยายเหตุทุกะให้จับคู่ครบกับติกะทั้ง 22 หมวดอย่างละเอียด เป็นแม่แบบสำหรับทุกะที่เหลือในภาคนี้
  26. ໜ້າ 297–307 ทุกะที่เหลือจับคู่กับกุสลติกะแบบย่อ: จบกลุ่มจูฬันตรทุกะ เข้าสู่อาสวะและสัญโญชน์ นำทุกะถัดไป(สเหตุกทุกะ กลุ่มจูฬันตรทุกะ)จับคู่กับกุสลติกะเพียงหมวดเดียวแบบย่อ จบกลุ่มจูฬันตรทุกะแล้วเข้าสู่กลุ่มอาสวะ และย่อรวมกลุ่มสัญโญชน์-คันถะ-โอฆะ-โยคะ-นิวรณ์-ปรามาส(ราว 34 ทุกะ)ไว้ในไม่กี่หน้าเพราะซ้ำรูปแบบเดิม
  27. ໜ້າ 308–315 กลุ่มจิต-เจตสิก (จิตตโคจฉกะ) จับคู่กุสลติกะโดยละเอียด จบมหันตรทุกะ ขยายรายละเอียดกลุ่มทุกะเกี่ยวกับจิต(จิตตทุกะ เจตสิกทุกะ และทุกะผสมอีกหลายคู่)จับคู่กับกุสลติกะ ปิดท้ายกลุ่มใหญ่ 'มหันตรทุกะ' แล้วเริ่มกลุ่มถัดไปทันที
  28. ໜ້າ 316–325 ทุกะเกี่ยวกับการประหาณกิเลสด้วยมรรค องค์ฌาน และภูมิ จนถึงจุดเริ่มสรณทุกะ ไล่ผ่านทุกะที่เกี่ยวกับธรรมต้องประหาณด้วยมรรคระดับต่างๆ องค์ฌาน(วิตก วิจาร ปีติ) และภูมิ(กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร) จนถึงจุดเริ่มทุกะสุดท้ายคือสรณทุกะ
  29. ໜ້າ 326–342 'สรณทุกะ' (ทุกะสุดท้าย) จับคู่ครบทั้ง 22 ติกะอีกครั้ง ปิดภาคทุกติกปัฏฐาน ทุกะสุดท้ายกลับมาจับคู่ครบกับติกะทั้ง 22 หมวดโดยละเอียดอีกครั้ง (เช่นเดียวกับเหตุทุกะในตอนต้นภาค) ปิดท้ายด้วยหัวข้อ 'ปัจจนียุทธาร' (การนับวาระสรุป) ซึ่งปิดฉากภาค 'ทุกติกปัฏฐาน' ของนัยอนุโลมปัจจนียะทั้งหมด
  30. ໜ້າ 343–348 สลับลำดับเป็นติกทุกปัฏฐาน: กุสลติกะเป็นตัวตั้ง เริ่มไล่จับคู่กับทุกะทั้ง 100 สลับทิศทางอีกครั้งเป็นติกะนำ-ทุกะตาม เริ่มจากกุสลติกะจับคู่กับเหตุทุกะโดยละเอียด แล้วต่อด้วยสเหตุกทุกะ
  31. ໜ້າ 349–360 กุสลติกะไล่จับคู่ทุกะ: จบกลุ่มเหตุ (เหตุโคจฉกะ) เข้าสู่กลุ่มทุกะเดี่ยวและอาสวะ กุสลติกะจับคู่กับทุกะกลุ่มเหตุจนครบ 6 ทุกะแรก แล้วต่อด้วยกลุ่มทุกะเดี่ยวและกลุ่มอาสวะ
  32. ໜ້າ 361–379 กุสลติกะไล่จับคู่ทุกะจนครบ: ผ่านกลุ่มกิเลส 6 พวง กลุ่มจิต-เจตสิก จนถึงสรณทุกะ กุสลติกะไล่จับคู่ทุกะต่อเนื่องผ่านกลุ่มกิเลส 6 พวง(สังโยชน์ คันถะ โอฆะ โยคะ นิวรณ์ ปรามาส) กลุ่มจิต-เจตสิก อุปาทาน ปิฏฐิทุกะ องค์ฌาน ภูมิ จนถึงสรณทุกะซึ่งเป็นทุกะสุดท้าย ปิดฉากกุสลติกะที่ได้รับการขยายความเต็มรูปแบบ
  33. ໜ້າ 380–392 ติกะที่เหลือแบบย่อ: เวทนาติกะถึงอตีตติกะ จับคู่เฉพาะเหตุทุกะเป็นตัวแทน เนื่องจากรูปแบบซ้ำ ติกะที่ 2 ถึง 18 จับคู่กับเหตุทุกะเพียงตัวเดียวเป็นตัวแทน (แทนที่จะขยายครบทุกทุกะแบบกุสลติกะ) แล้วอ้างอิงว่าทุกะที่เหลือให้ทำเช่นเดียวกัน
  34. ໜ້າ 393–405 ติกะที่เหลือแบบย่อต่อ จนถึงสนิทัสสนติกะ (ติกะสุดท้าย) ซึ่งกลับมาขยายละเอียดอีกครั้ง ติกะที่ 19-21 ยังคงย่อเช่นเดิม จนถึงสนิทัสสนติกะ(ติกะสุดท้ายลำดับที่22)ซึ่งกลับมาขยายจับคู่กับหลายทุกะอย่างละเอียดอีกครั้งเหมือนกุสลติกะ
  35. ໜ້າ 406–410 สนิทัสสนติกะจับคู่ทุกะกลุ่มจิต-เจตสิกและกลุ่มกิเลสต้นๆ สนิทัสสนติกะ(ติกะสุดท้าย)จับคู่กับทุกะตั้งแต่กลุ่มเหตุจนถึงกลุ่มจิต-เจตสิกตอนต้น
  36. ໜ້າ 411–426 สนิทัสสนติกะจับคู่ทุกะจนครบ 100 คู่ ปิดภาคติกทุกปัฏฐานทั้งหมด สนิทัสสนติกะไล่จับคู่ทุกะที่เหลือจนถึงสรณทุกะ(ทุกะสุดท้าย) ปิดท้ายด้วยคำสั่งให้นับเหมือนกุสลติกะที่นับไว้แล้ว ปิดฉากภาค 'ติกทุกปัฏฐาน' ของนัยอนุโลมปัจจนียะทั้งหมด
  37. ໜ້າ 427–448 เริ่มติกติกปัฏฐาน (อนุโลมปัจจนียะ): กุสลติกะไขว้กับติกะที่เหลือทั้ง 21 หมวด ขยับเข้าสู่การไขว้ติกะกับติกะในนัยผสมบวก-ลบ เริ่มจากกุสลติกะจับคู่กับติกะที่เหลือทั้ง 21 หมวดตามลำดับ
  38. ໜ້າ 449–460 ติกติกปัฏฐานจบ: สลับให้ติกะอื่นเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กุสลติกะ แล้วสนิทัสสนติกะไล่จับคู่ครบ สลับบทบาทให้เวทนาติกะถึงปีติติกะเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กุสลติกะ แล้วกระโดดไปสนิทัสสนติกะ(ติกะสุดท้าย)จับคู่กับติกะที่ 1-21 ครบ ปิดฉากภาคติกติกปัฏฐานของนัยนี้
  39. ໜ້າ 461–462 เริ่มทุกทุกปัฏฐาน (อนุโลมปัจจนียะ): เหตุทุกะไขว้กับสเหตุกทุกะ ขั้นสุดท้ายของนัยที่สาม คือไขว้ทุกะกับทุกะโดยตรง เริ่มจากเหตุทุกะจับคู่กับสเหตุกทุกะเป็นคู่แรก
  40. ໜ້າ 463–477 ทุกทุกปัฏฐาน: เหตุทุกะเป็นตัวตั้ง ไล่จับคู่กับกลุ่มทุกะสำคัญ เหตุทุกะเป็นตัวตั้งไล่จับคู่ไปข้างหน้ากับกลุ่มทุกะสำคัญตามลำดับมาติกา
  41. ໜ້າ 478–494 ทุกทุกปัฏฐาน (ต่อ): สลับทิศให้กลุ่มทุกะต่างๆเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่เหตุทุกะ สลับทิศทาง นำทุกะกลุ่มต่างๆกลับมาเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กับเหตุทุกะ ครอบคลุมถึงกลุ่มอุปาทาน — ช่วงหน้า 491 มีเนื้อหาขาดหายไปบางส่วนในต้นฉบับดิจิทัล (ราว 9 ย่อหน้า พร้อมหัวข้อทุกะใหม่ที่ควรอยู่ก่อนหน้าอุปาทานโคจฉกะ) ซึ่งเป็นช่องว่างของแหล่งข้อมูลต้นทาง ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนจากการสรุป
  42. ໜ້າ 495–502 'สรณทุกะ' เป็นตัวตั้งไขว้ทุกะทั้งปวง ปิดนัยที่สาม (ธัมมานุโลมปัจจนียะ) ทั้งหมด ทุกะสุดท้ายเป็นตัวตั้งไขว้กับทุกะที่เหลือทั้งหมด ปิดท้ายด้วยข้อความ 'ธัมมานุโลมปัจจนียะ ทุกทุกปัฏฐาน จบ' ซึ่งปิดฉากนัยที่สามทั้งหมดของมหาปัฏฐาน จากนี้เหลือนัยสุดท้าย(ธัมมปัจจนียานุโลม)ก่อนจบทั้งคัมภีร์
  43. ໜ້າ 503–519 เริ่มนัยสุดท้ายของมหาปัฏฐาน: ธัมมปัจจนียานุโลม — ผสมคำถามลบนำหน้าบวก เริ่มนัยที่สี่และสุดท้ายของมหาปัฏฐาน คือ 'ปัจจนียานุโลม' ซึ่งกลับลำดับคำถามจากนัยก่อนหน้า(ถามฝ่ายลบนำก่อนแล้วจึงถามฝ่ายบวก) เริ่มจากกุสลติกะไล่ไปจนถึงอตีตติกทวยะ(ติกะเกี่ยวกับอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน)
  44. ໜ້າ 520–522 ติกปัฏฐาน (ปัจจนียานุโลม): ติกะที่เหลือจนครบ 22 หมวด ปิดหมวดติกะของนัยสุดท้าย ไล่ติกะที่เหลือจนครบ 22 หมวด ปิดท้ายด้วยคำสั่งขยายปัญหาวารให้พิสดาร ปิดฉากติกปัฏฐานของนัยที่สี่
  45. ໜ້າ 523–534 เริ่มทุกปัฏฐาน (ปัจจนียานุโลม): กลุ่มเหตุ กลุ่มทุกะเดี่ยว อาสวะ กิเลส 6 พวง เริ่มกลุ่มจิต-เจตสิก เปลี่ยนเป็นทุกะ ไล่กลุ่มเหตุ กลุ่มทุกะเดี่ยว กลุ่มอาสวะ และกลุ่มกิเลส 6 พวง(สัญโญชน์ คันถะ โอฆะ โยคะ นิวรณ์ ปรามาส) แล้วเริ่มกลุ่มจิต-เจตสิก
  46. ໜ້າ 535–547 ทุกปัฏฐานจบ: จิต-เจตสิก อุปาทาน กิเลส ปิฏฐิทุกะ จนถึงสรณทุกะ ปิดหมวดทุกะของนัยสุดท้าย ไล่ต่อผ่านกลุ่มจิต-เจตสิก อุปาทานโคจฉกะ กิเลสโคจฉกะ และกลุ่มปิฏฐิทุกะ(ครอบคลุมองค์ฌาน ภูมิ และคุณสมบัติต่างๆ)จนถึงสรณทุกะ ปิดฉากทุกปัฏฐาน 100 ทุกะของนัยที่สี่ทั้งหมด
  47. ໜ້າ 548–567 เริ่มทุกติกปัฏฐาน (ปัจจนียานุโลม): เหตุทุกะจับคู่กุสลติกะครบ แล้วไล่ต่อกับติกะที่ 2-12 กลับมาไขว้ทุกะกับติกะในนัยสุดท้าย เริ่มเหตุทุกะจับคู่กับกุสลติกะจนครบทุกกลุ่มทุกะ แล้วเริ่มไล่จับคู่กับติกะถัดไปตั้งแต่เวทนาติกะจนถึงเริ่มปริตตติกะ
  48. ໜ້າ 568–576 เหตุทุกะไล่จับคู่ติกะต่อเนื่อง จากเวทนาติกะถึงเริ่มปริตตติกะ เหตุทุกะไล่จับคู่ติกะถัดไปทีละหมวดต่อเนื่อง แต่ละคู่นับวาระสั้นกว่าช่วงต้นเพราะเป็นการตรวจซ้ำรูปแบบเดิม
  49. ໜ້າ 577–581 เหตุทุกะจับคู่ติกะที่เหลือจนครบทั้ง 22 หมวด เหตุทุกะไล่จับคู่ติกะที่เหลือ(ปริตตารัมมณติกะ หีนติกะ มิจฉัตตนิยตติกะ และอื่นๆ)จนครบทั้ง 22 หมวด
  50. ໜ້າ 582–604 สนิทัสสนติกะ (ติกะสุดท้าย) ย้อนจับคู่กับทุกะที่เหลือจนครบเมทริกซ์ ปิดภาคทุกติกปัฏฐาน สลับให้สนิทัสสนติกะ(ติกะสุดท้าย)เป็นตัวตั้งไล่จับคู่ย้อนกับทุกะที่เหลือทั้งหมดตั้งแต่สเหตุกทุกะจนถึงปิฏฐิทุกะ ขยายครบทุกวาระ ปิดฉากภาคทุกติกปัฏฐานของนัยสุดท้ายทั้งหมด
  51. ໜ້າ 605–620 สลับลำดับเป็นติกทุกปัฏฐาน: กุสลติกะเป็นตัวตั้งไล่จับคู่ทุกะทั้ง 100 คู่จนครบ สลับทิศทางอีกครั้งเป็นติกะนำ-ทุกะตาม กุสลติกะไล่จับคู่ทุกะตั้งแต่เหตุทุกะ กลุ่มจูฬันตร กลุ่มอาสวะ-กิเลส กลุ่มจิต-เจตสิก ภูมิ จนถึงสรณทุกะ ครบทั้ง 100 คู่สำหรับติกะแรก
  52. ໜ້າ 621–633 ติกะที่เหลือไล่จับคู่ทุกะแบบย่อ ทีละหมวด ติกะที่ 2 ถึง 22 ไล่จับคู่กับทุกะแบบย่อทีละหมวด (เทียบกับกุสลติกะที่ขยายเต็ม) จนถึงสนิทัสสนติกะซึ่งเจาะลึกทุกะที่ 2-7 อีกครั้ง
  53. ໜ້າ 634–638 ติกทุกปัฏฐาน ส่วนท้าย: ติกะกลุ่มท้ายๆจับคู่กับเหตุทุกะต่อเนื่อง ไล่ติกะกลุ่มท้ายๆ(สังกิลิฏฐติกะจนถึงสนิทัสสนติกะ)จับคู่กับเหตุทุกะต่อเนื่องแบบย่อ
  54. ໜ້າ 639–654 สนิทัสสนติกะจับคู่กลุ่มกิเลส 6 พวง กลุ่มจิต-เจตสิก จนถึงสรณทุกะ ปิดภาคติกทุกปัฏฐานทั้งหมด สนิทัสสนติกะไล่จับคู่ทุกะที่เหลือ ผ่านกลุ่มกิเลส 6 พวง กลุ่มจิต-เจตสิก อุปาทาน จนถึงสรณทุกะ ปิดท้ายด้วยคำสั่งให้นับเหมือนนัยก่อนหน้า ปิดฉากภาค 'ติกทุกปัฏฐาน' ของนัยสุดท้ายทั้งหมด
  55. ໜ້າ 655–670 เริ่มติกติกปัฏฐาน (ปัจจนียานุโลม): กุสลติกะไขว้กับติกะที่เหลือทั้ง 21 หมวด หมวดใหม่เริ่มด้วยเลขวาระนับใหม่ แสดงว่าเป็นภาคที่แยกจากส่วนก่อนหน้าอย่างชัดเจน กุสลติกะไขว้กับติกะที่เหลือทั้ง 21 หมวดตามลำดับจนครบ
  56. ໜ້າ 671–683 ติกติกปัฏฐาน: ติกะที่เหลือสลับเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กุสลติกะ สลับบทบาทให้ติกะที่ 2 ถึง 22 เป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กับกุสลติกะทีละคู่ตามลำดับ ปิดคอลัมน์การไขว้ที่เกี่ยวข้องกับกุสลติกะทั้งหมด
  57. ໜ້າ 684–690 สนิทัสสนติกะ (ติกะสุดท้าย) เริ่มไขว้กับติกะที่เหลือ เปิดคอลัมน์ใหม่ สนิทัสสนติกะเริ่มเป็นตัวตั้งไขว้กับเวทนาติกะจนถึงเริ่มปริตตติกะ เป็นคอลัมน์สุดท้ายของภาคติกติกปัฏฐาน
  58. ໜ້າ 691–695 สนิทัสสนติกะไขว้ติกะที่เหลือจนครบ ปิดภาคติกติกปัฏฐานทั้งหมด สนิทัสสนติกะไล่ไขว้ติกะที่เหลือ(อัชฌัตตติกะ อัชฌัตตารัมมณติกะ)จนครบ 21 คู่ ปิดท้ายด้วยคำสั่งขยายวาระที่เหลือให้พิสดาร ปิดฉากภาค 'ติกติกปัฏฐาน' ของนัยสุดท้ายทั้งหมด
  59. ໜ້າ 696–718 เริ่มขั้นสุดท้ายของมหาปัฏฐานทั้งเล่ม: ทุกทุกปัฏฐาน (ปัจจนียานุโลม) — เหตุทุกะไขว้กับทุกะทั้งปวง เข้าสู่ขั้นสุดท้ายของนัยที่สี่และของมหาปัฏฐานทั้งคัมภีร์ คือไขว้ทุกะกับทุกะโดยตรง เหตุทุกะเป็นตัวตั้งไล่จับคู่กับสเหตุกทุกะ กลุ่มจูฬันตร กลุ่มอาสวะ-กิเลส และกลุ่มจิต-เจตสิก แล้วสลับให้ทุกะเหล่านั้นเป็นตัวตั้งย้อนจับคู่กับเหตุทุกะอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ทุกะสุดท้ายในหน้าถัดไป
  60. ໜ້າ 719–731 'สรณทุกะ' ทุกะสุดท้ายในมาติกา ปิดท้ายปัฏฐานปกรณ์ พระอภิธรรมปิฎก และพระไตรปิฎก มจร. ทั้ง 45 เล่ม สรณทุกะ(ทุกะสุดท้ายลำดับที่100)ไขว้กับทุกะที่เหลือจนครบ คัมภีร์สรุปว่า 'ปัฏฐานตั้งแต่อนุโลมทุกติกปัฏฐานจนจบ มีประมาณ 30 ภาณวาร' แล้วปิดท้ายด้วยลำดับคำลงท้ายซ้อนกัน 4 ชั้น: 'ธัมมปัจจนียานุโลม ทุกทุกปัฏฐาน จบ' → 'ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน จบ' → 'ปัฏฐานปกรณ์ จบบริบูรณ์' → 'พระอภิธรรมปิฎก จบ' ซึ่งหมายถึงจบทั้งคัมภีร์ปัฏฐาน จบพระอภิธรรมปิฎกทั้งหมด และจบพระไตรปิฎกฉบับ มจร. ทั้ง 45 เล่ม ตามด้วยคาถาอนุโมทนาปิดท้ายจากคณะผู้แปล