Enumeration of Phenomena

泰文皇家版 · Abhidhamma Piṭaka — The Basket of Higher Teachings · 卷 34 · 339 页

由 AI 根据整卷内容摘要(共 17 个主题)——点击即可跳到该主题开始的位置。

  1. 页 1–27 มาติกา บัญชีแม่บทของพระอภิธรรมปิฎกทั้งหมด แบ่งเป็นติกมาติกา 22 ติกะ (จัดกลุ่มธรรมเป็น 3 ประเภทในแต่ละแง่มุม เช่น กุศล-อกุศล-อัพยากฤต, สัมปยุตด้วยสุข-ทุกข์-อทุกขมสุขเวทนา) และทุกมาติกา 142 ทุกะ แบ่งเป็นอภิธรรมมาติกา 100 ทุกะ (จัดเป็น 13 หมวดโคจฉกะตามกิเลส เช่น เหตุ อาสวะ สัญโญชน์ นิวรณ์) และสุตตันตมาติกา 42 ทุกะ (คู่ธรรมจากพระสูตร เช่น วิชชา-อวิชชา หิริ-โอตตัปปะ สมถะ-วิปัสสนา) เป็นกุญแจที่เนื้อหาส่วนที่เหลือของเล่มนำไปใช้จำแนกธรรมทุกดวงโดยละเอียด
  2. 页 28–53 จิตตุปปาทกัณฑ์ (1): กามาวจรมหากุศลจิต 8 ดวง เปิดคัมภีร์วิเคราะห์จิตด้วยกามาวจรมหากุศลจิต 8 ดวง จิตดวงที่ 1 (โสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ ไม่มีการชักจูง) ถูกกางแบบละเอียดที่สุดเป็นแม่แบบ ให้นิยามคำต่อคำของเจตสิกทุกตัว (ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา อินทรีย์ พละ มรรคองค์ต่างๆ) ส่วนดวงที่ 2-8 ย่อในระดับต่างๆ ตามความต่างจากดวงที่ 1 (มี/ไม่มีการชักจูง มี/ไม่มีปัญญา โสมนัส/อุเบกขา)
  3. 页 54–80 จิตตุปปาทกัณฑ์ (2): รูปาวจรกุศล (ฌานผสมกสิณ อภิภายตนะ วิโมกข์ พรหมวิหาร) วิเคราะห์รูปาวจรกุศลจิต (จิตในฌาน) ด้วยการนับองค์ฌานแบบจตุกกนัย (4 ระดับ) และปัญจกนัย (5 ระดับ) ตามจำนวนวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตาที่มี/ไม่มี แล้วขยายแจกแจงซ้ำกับกสิณ 8 อย่าง (ปฐวี อาโป เตโช วาโย และสี 4) อภิภายตนะ 8 ฐาน วิโมกข์ 3 และฌานที่ประกอบด้วยพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
  4. 页 81–107 จิตตุปปาทกัณฑ์ (3): รูปาวจร (จบ) อรูปาวจรกุศล และโลกุตตรกุศลจิต ปิดท้ายรูปาวจรกุศล (อสุภฌาน) ตามด้วยอรูปาวจรกุศล (4 ฌานไร้รูป: อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ) แล้วเข้าสู่โลกุตตรกุศลจิต (จิตมรรค 4 ระดับ) ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ของช่วงนี้ ขยายความอินทรีย์ พละ มรรคองค์ 8 อย่างละเอียดด้วยมหานัย 20 วิธี
  5. 页 108–122 จิตตุปปาทกัณฑ์ (4): อกุศลจิต 12 ดวง วิเคราะห์อกุศลจิตโดยสลับองค์ธรรมฝ่ายกุศลเป็นคู่ตรงข้าม (มิจฉาทิฏฐิแทนสัมมาทิฏฐิ อหิริกะ-อโนตตัปปะแทนหิริ-โอตตัปปะ) แบ่งเป็นโลภมูลจิต 8 ดวง (แยกตามมี/ไม่มีทิฏฐิ และโสมนัส/อุเบกขา) โทสมูลจิต 2 ดวง (โทมนัสสัมปยุตด้วยปฏิฆะ) และโมหมูลจิต 2 ดวง (วิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ซึ่งมีเหตุเดียวคือโมหะ)
  6. 页 123–135 จิตตุปปาทกัณฑ์ (5): กามาวจรวิบาก เริ่มวิเคราะห์อัพยากตธรรม (จิตที่ไม่ใช่ทั้งกุศลและอกุศล) ด้วยกามาวจรวิบาก คือวิญญาณ 5 ทางทวารที่เป็นผลของกุศลกรรม (จักขุ โสต ฆาน ชิวหา กายวิญญาณ) มโนธาตุ (จิตรับอารมณ์) มโนวิญญาณธาตุ (จิตพิจารณาอารมณ์) และมหาวิบาก 8 ดวง
  7. 页 136–159 จิตตุปปาทกัณฑ์ (6): รูปาวจร-อรูปาวจรวิบาก และโลกุตตรวิบาก รูปาวจรวิบากและอรูปาวจรวิบาก (ผลของฌานกุศล) ตามด้วยโลกุตตรวิบาก ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของช่วงนี้ คือผลของมรรคจิตทั้ง 4 ระดับ อธิบายมรรคที่ 1 อย่างละเอียดด้วยมหานัย 20 วิธี แล้วย่อมรรคที่ 2-4
  8. 页 160–166 จิตตุปปาทกัณฑ์ (7, จบ): อกุศลวิบาก และกิริยาธรรมทั้งหมด ปิดท้ายวิปากธรรมด้วยอกุศลวิบากอัพยากฤต (ผลของอกุศลกรรม) แล้วเข้าสู่กิริยาธรรม (จิตที่ทำหน้าที่แต่ไม่ก่อวิบาก พบเฉพาะในพระอรหันต์) ครอบคลุมกามาวจรกิริยา รูปาวจรกิริยา และอรูปาวจรกิริยา ปิดท้ายด้วย "จิตตุปปาทกัณฑ์ จบ" อันเป็นจุดจบของกัณฑ์แรก (หน้า 28-166) ซึ่งยาวที่สุดในเล่ม
  9. 页 167–191 รูปกัณฑ์ (1): มาติกาและอุปาทาภาชนีย์ เปิดกัณฑ์ที่สอง ว่าด้วยการวิเคราะห์รูปธรรม เริ่มด้วยมาติกาย่อยจัดหมวดรูปตั้งแต่ 1 ถึง 11 ประเภท จากนั้นขยายความอุปาทายรูป (รูปที่อาศัยมหาภูตรูปเกิด) ทีละอย่าง ได้แก่อายตนะ 10 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย (ปสาทรูป) และรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสทางกาย ที่น่าสนใจคือธาตุดิน-ไฟ-ลมไม่ได้แยกนิยามทีละธาตุ แต่รวมอยู่ในโผฏฐัพพายตนะ ส่วนธาตุน้ำเท่านั้นที่มีนิยามแยกต่างหาก
  10. 页 192–229 รูปกัณฑ์ (2, จบ): ทบทวนคู่ธรรมและหมวดตัวเลข 2-11 ทบทวนกรอบคู่ธรรม (อุปาทา-อนุปาทา อุปาทินนะ-อนุปาทินนะ สนิทัสสนะ-อนิทัสสนะ สัปปฏิฆะ-อัปปฏิฆะ) อย่างขยายความ แล้วไล่จำแนกรูปทีละหมวดตัวเลขตั้งแต่หมวด 2 ถึงหมวดสูงสุดคือหมวด 11 (อายตนะ 10 บวกรูปละเอียดที่เหลือทั้งหมด) ปิดท้ายด้วย "รูปวิภัตติ จบ" อันเป็นจุดจบของกัณฑ์ที่สอง
  11. 页 230–241 นิกเขปกัณฑ์ (1): 22 ติกะ เปิดกัณฑ์ที่สาม ซึ่งนำมาติกาเดิมกลับมาจำแนกธรรมอย่างเป็นระบบและกระชับกว่าจิตตุปปาทกัณฑ์ ไล่นิยามครบทั้ง 22 ติกะจากมาติกาต้นเล่ม (กุสลติกะ เวทนาติกะ วิปากติกะ ฯลฯ) โดยอ้างอิงกลับไปยังขันธ์และหมวดหมู่ที่นิยามไว้แล้ว ปิดท้ายด้วย "ติกะ จบ"
  12. 页 242–255 นิกเขปกัณฑ์ (2): เหตุ จูฬันตร อาสวะ และสัญโญชนโคจฉกะ เข้าสู่หมวดทุกะแบบโคจฉกะ (กลุ่มคู่ธรรมเป็นพวง) เริ่มด้วยเหตุโคจฉกะ (เหตุ 9: กุศลเหตุ อกุศลเหตุ อัพยากตเหตุ) จูฬันตรทุกะ (สัปปัจจยะ สังขตะ โลกิยะ-โลกุตตระ) อาสวโคจฉกะ (อาสวะ 4) และสัญโญชนโคจฉกะ (สัญโญชน์ 10)
  13. 页 256–278 นิกเขปกัณฑ์ (3): คันถ โอฆ-โยค นิวรณ์ ปรามาส มหันตร อุปาทาน และกิเลสโคจฉกะ ต่อเนื่องด้วยคันถโคจฉกะ (คันถะ 4) โอฆ-โยคโคจฉกะ นิวรณโคจฉกะ (นิวรณ์ 6) ปรามาสโคจฉกะ (ทิฏฐิปรามาสะ) มหันตรทุกะ (คู่ธรรมเกี่ยวกับจิต/เจตสิก/มหาภูตรูป) อุปาทานโคจฉกะ (อุปาทาน 4) และเริ่มกิเลสโคจฉกะ (กิเลสวัตถุ 10: โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ)
  14. 页 279–301 นิกเขปกัณฑ์ (4, จบ): กิเลสโคจฉกะ (จบ) ปิฏฐิทุกะ และสุตตันติกทุกะ ปิดท้ายกิเลสโคจฉกะ ตามด้วยปิฏฐิทุกะ (คู่ธรรมเสริม เช่น ธรรมที่มรรคประหาณ ภูมิ 4 นิยยานิกะ) และสุตตันติกทุกะ (ชุดใหญ่ที่สุด ครอบคลุมคู่ธรรมจากพระสูตรจำนวนมาก เช่น วิชชา-อวิชชา หิริ-โอตตัปปะ สติ-สัมปชัญญะ สมถะ-วิปัสสนา ศีลวิบัติ-ทิฏฐิวิบัติ วิชชา-วิมุตติ) ปิดท้ายด้วย "นิกเขปกัณฑ์ จบ"
  15. 页 302–311 อัตถุทธารกัณฑ์ (1): 22 ติกะ เปิดกัณฑ์สุดท้าย ซึ่งหวนกลับไปนิยาม "สกัดเนื้อความ" ของคำศัพท์ในมาติกาเดิมทีละคำแบบพจนานุกรม (ต่างจากนิกเขปกัณฑ์ที่จำแนกธรรมใหม่) ด้วยสูตร "X เป็นไฉน?" แล้วอ้างอิงกลับไปยังรายชื่อจิต/เจตสิก/รูปที่กำหนดไว้แล้ว ไล่นิยามครบ 22 ติกะอีกครั้ง
  16. 页 312–320 อัตถุทธารกัณฑ์ (2): เหตุ จูฬันตร อาสวะ สัญโญชน์ และคันถโคจฉกะ (เริ่ม) ต่อด้วยหมวดทุกะแบบโคจฉกะซ้ำอีกครั้งในรูปแบบนิยามศัพท์: เหตุโคจฉกะ จูฬันตรทุกะ อาสวโคจฉกะ สัญโญชนโคจฉกะ และเริ่มคันถโคจฉกะ
  17. 页 321–339 อัตถุทธารกัณฑ์ (3, จบ): คันถ นิวรณ์ ปรามาส มหันตร อุปาทาน กิเลส และปิฏฐิทุกะ (จบเล่ม) ปิดท้ายคันถโคจฉกะ ตามด้วยนีวรณโคจฉกะ ปรามาสโคจฉกะ มหันตรทุกะ อุปาทานโคจฉกะ และกิเลสโคจฉกะ ก่อนปิดท้ายทั้งเล่มด้วยปิฏฐิทุกะ ซึ่งครอบคลุมธรรมที่มรรคประหาณ องค์ฌาน ภูมิ 4 และคู่สุดท้ายคือสรณธรรม-อรณธรรม จบด้วยโคลอฟอน "ธรรมสังคณีปกรณ์ จบ" อันเป็นจุดจบของเล่ม 34