ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
[๕๕๖] วิริยสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ วิริยสัมโพชฌงค์อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค อันใด นี้เรียกว่า วิริยสัมโพชฌงค์
[๕๕๗] ปีติสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความอิ่มใจ ความปราโมทย์ ความยินดียิ่ง ความบันเทิง ความร่าเริงความรื่นเริง ความปลื้มใจ ความปีติอย่างโลดโผน ความที่จิตชื่นชมยินดี ปีติสัมโพชฌงค์ อันใด นี้เรียกว่า ปีติสัมโพชฌงค์
[๕๕๘] ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
การสงบ การสงบระงับ กิริยาที่สงบ กิริยาที่สงบระงับ ความสงบระงับแห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์อันใด นี้เรียกว่า ปัสสัทธิ สัมโพชฌงค์
[๕๕๙] สมาธิสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความตั้งอยู่แห่งจิต ฯลฯ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่อง ในมรรค อันใด นี้เรียกว่า สมาธิสัมโพชฌงค์
[๕๖๐] อุเบกขาสัมโพชฌงค์ เป็นไฉน
ความวางเฉย กิริยาที่วางเฉย ความเพ่งเล็งยิ่ง ความเป็นกลางแห่งจิตอุเบกขา สัมโพชฌงค์ อันใด นี้เรียกว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์
ธรรมเหล่านี้ เรียกว่า โพชฌงค์ ๗ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่าธรรมที่สัมปยุตด้วย โพชฌงค์ ๗
ปาฏิเยกกปุจฉาวิสัชนานัย
[๕๖๑] โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์
๔. ปีติสัมโพชฌงค์