The Book of Pairs, Part 1

Thai Royal Edition · Abhidhamma Piṭaka — The Basket of Higher Teachings · Volume 38 · 731 pages

Summarised by AI from the whole volume (62 topics) — click to jump to where a topic begins.

  1. Page 1–8 มูลยมก: อุทเทสวาร เปิดคัมภีร์ยมกปกรณ์ด้วยมูลยมกซึ่งว่าด้วยรากเหง้าของธรรม ตั้งคำถามคู่กลับกันเชิงอุทเทส (ตั้งหัวข้อ) ครอบคลุมกุศลมูล อกุศลมูล อัพยากตมูล และนามธรรม เช่น ธรรมที่เป็นกุศลมูลทั้งหมดเป็นนามหรือไม่ หรือธรรมที่เป็นนามทั้งหมดเป็นกุศลมูลหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "อุทเทสวาร จบ."
  2. Page 9–22 มูลยมก: นิทเทสวาร และจบมูลยมก ขยายความคำถามในอุทเทสวารออกเป็น ๔ นิทเทสย่อย คือ กุศลธรรมนิทเทส อกุศลธรรมนิทเทส อัพยากตธรรมนิทเทส และนามธรรมนิทเทส ตอบคำถามคู่แบบเดียวกันแต่ละคู่อย่างละเอียด ปิดท้ายด้วย "มูลยมก จบ." ที่หน้า ๒๒ ซึ่งเป็นยมกที่สั้นและง่ายที่สุดในคัมภีร์
  3. Page 23–29 ขันธยมก: ปัณณัตติวาร - อุทเทสวาร และเริ่มปทโสธนวาร เริ่มขันธยมกว่าด้วยขันธ์ ๕ ตั้งอุทเทสวารด้วยรูปแบบคำถาม ๔ แบบ (เช่น รูปเป็นขันธ์หรือ ขันธ์เป็นรูปหรือ) แล้วเข้าสู่ปทโสธนวารซึ่งไต่สวนความหมายของบทว่า "ขันธ์" และ "รูป" เป็นต้นเป็นรายบท
  4. Page 30–38 ขันธยมก: ปทโสธนมูลจักกวาร และสุทธขันธวาร ดำเนินปทโสธนมูลจักกวารต่อ ผูกคำถามบทที่ชำระแล้วให้เป็นวงจักรครบทุกคู่ขันธ์ จากนั้นเข้าสู่สุทธขันธวารซึ่งถามคำถามล้วนๆ โดยไม่ผ่านการไต่สวนบทซ้ำ
  5. Page 39–46 ขันธยมก: สุทธขันธมูลจักกวาร และจบปัณณัตติวาร ผูกคำถามสุทธขันธวารให้ครบวงจักรทุกคู่ขันธ์ (สุทธขันธมูลจักกวาร) ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ." ที่หน้า ๔๖ อันเป็นการปิดฉากส่วนที่ว่าด้วยบัญญัติของขันธยมก
  6. Page 47–63 ขันธยมก: ปวัตติวาร - อุปปาทวาร เข้าสู่ปวัตติวาร ส่วนที่ว่าด้วยความเป็นไปของขันธ์ ตั้งคำถามคู่กลับกันว่าขันธ์หนึ่งเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ขันธ์อีกอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือไม่ ครอบคลุมทุกคู่ขันธ์ในกาลปัจจุบันเป็นหลัก ปิดท้ายด้วย "อุปปาทวาร จบ."
  7. Page 64–77 ขันธยมก: นิโรธวาร ตั้งคำถามคู่ในกรอบเดียวกับอุปปาทวารแต่เปลี่ยนจาก "เกิดขึ้น" เป็น "ดับไป" ไล่ทุกคู่ขันธ์ว่าขันธ์หนึ่งดับไปแก่สัตว์ใด อีกขันธ์หนึ่งย่อมดับไปแก่สัตว์นั้นหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "นิโรธวาร จบ."
  8. Page 78–94 ขันธยมก: อุปปาทนิโรธวาร ปริญญาวาร และจบขันธยมก ผสมคำถามเกิด-ดับเข้าด้วยกันในอุปปาทนิโรธวาร แล้วปิดปวัตติวารทั้งหมด จากนั้นเข้าสู่ปริญญาวารซึ่งถามว่าบุคคลกำหนดรู้ขันธ์หนึ่งแล้ว ย่อมกำหนดรู้อีกขันธ์หนึ่งด้วยหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "ขันธยมก จบ." ที่หน้า ๙๔
  9. Page 95–99 อายตนยมก: อุทเทสวาร เริ่มอายตนยมกว่าด้วยอายตนะ ๑๒ (๖ ภายใน + ๖ ภายนอก) ตั้งอุทเทสวารเป็นคำถามคู่กลับกันทำนองเดียวกับขันธยมก ปิดท้ายด้วย "อุทเทสวาร จบ."
  10. Page 100–109 อายตนยมก: นิทเทสวาร และจบปัณณัตติวาร ไต่สวนความหมายบทว่า "อายตนะ" เป็นรายบท (ปทโสธนวาร) ผูกเป็นวงจักร (ปทโสธนมูลจักกวาร) แล้วตั้งคำถามล้วนๆ ด้วยสุทธายตนวารและผูกวงจักร (สุทธายตนมูลจักกวาร) ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ." ที่หน้า ๑๐๙
  11. Page 110–122 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๑ เข้าสู่ปวัตติวารที่ใหญ่ที่สุดส่วนหนึ่งของคัมภีร์ เริ่มอุปปาทวารไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของอายตนะ ๑๒ คู่กันในกาลปัจจุบัน โดยใช้สัตว์และภูมิเป็นเงื่อนไข
  12. Page 123–135 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๒ ดำเนินคำถามคู่การเกิดขึ้นของอายตนะต่อ ขยายจากกาลปัจจุบันไปสู่การผสมกาลอดีต-อนาคตในบางคู่ ยังคงอยู่ในกรอบอุปปาทวาร
  13. Page 136–148 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๓ ไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของอายตนะต่อเนื่อง ครอบคลุมการผสมกาลหลายแบบ (ปัจจุบัน-อดีต-อนาคต) ทั้งหมดในฝ่ายอนุโลม
  14. Page 149–161 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๔ ดำเนินตารางคำถามคู่การเกิดขึ้นแบบผสมกาล ๖ ชนิดต่อไปตามระบบของยมก ครอบคลุมอายตนะคู่ต่างๆ ที่ยังไม่ครบ
  15. Page 162–172 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๕ ไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของอายตนะต่อจนใกล้ครบชุดสมบูรณ์ ยังคงใช้กรอบผสมกาลและเงื่อนไขภูมิ/สัตว์เดิม
  16. Page 173–183 อายตนยมก: อุปปาทวาร ช่วงสุดท้าย และจบ (หน้าร่วมกับนิโรธวาร) ปิดท้ายอุปปาทวารด้วยคำถามคู่สุดท้ายเกี่ยวกับมนายตนะและธัมมายตนะที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น/จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ในภูมิต่างๆ ปิดท้ายด้วย "อุปาทวาร จบ." กลางหน้า ๑๘๓ ซึ่งเป็นหน้าที่ใช้ร่วมกับจุดเริ่มต้นของนิโรธวาร
  17. Page 183–195 อายตนยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๑ เริ่มนิโรธวารทันทีในหน้า ๑๘๓ ต่อจากอุปปาทวาร เปลี่ยนกรอบจาก "เกิดขึ้น" เป็น "ดับไป" ไล่คำถามคู่การดับของอายตนะ ๑๒ ในกาลปัจจุบันเป็นหลัก
  18. Page 196–208 อายตนยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๒ ดำเนินคำถามคู่การดับของอายตนะต่อ ขยายสู่การผสมกาลตามระบบเดียวกับอุปปาทวาร
  19. Page 209–221 อายตนยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๓ ไล่คำถามคู่การดับของอายตนะต่อเนื่องในกรอบผสมกาลหลายแบบ ทั้งหมดในฝ่ายอนุโลม
  20. Page 222–236 อายตนยมก: นิโรธวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายนิโรธวารด้วยคำถามคู่สุดท้ายเรื่องการดับของอายตนะที่เหลือ ปิดท้ายด้วย "นิโรธวาร จบ." ที่หน้า ๒๓๖ ซึ่งแยกหน้าสะอาดจากอุปปาทนิโรธวารที่ตามมา
  21. Page 237–247 อายตนยมก: อุปปาทนิโรธวาร ช่วงที่ ๑ ผสมคำถามเกิด-ดับของอายตนะเข้าด้วยกัน (เช่น อายตนะหนึ่งเกิดขึ้น อีกอายตนะหนึ่งดับไปแก่สัตว์เดียวกันหรือไม่) เริ่มต้นชุดคำถามผสมนี้
  22. Page 248–258 อายตนยมก: อุปปาทนิโรธวาร ช่วงที่ ๒ ดำเนินคำถามคู่ผสมเกิด-ดับของอายตนะต่อ ครอบคลุมคู่อายตนะที่เหลือในกรอบผสมกาล
  23. Page 259–268 อายตนยมก: อุปปาทนิโรธวาร ช่วงสุดท้าย และจบปวัตติวาร ปิดท้ายคำถามผสมเกิด-ดับ ปิดท้ายด้วย "อุปปาทนิโรธวาร จบ." และ "ปวัตติวาร จบ." ที่หน้า ๒๖๘ อันเป็นการปิดส่วนความเป็นไปทั้งหมดของอายตนยมก
  24. Page 269–272 อายตนยมก: ปริญญาวาร และจบอายตนยมก ถามว่าพระอริยบุคคลผู้กำหนดรู้อายตนะหนึ่งแล้ว ย่อมกำหนดรู้อีกอายตนะหนึ่งด้วยหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "ปริญญาวาร จบ." และ "อายตนยมก จบ." ที่หน้า ๒๗๒
  25. Page 273–284 ธาตุยมก: ปัณณัตติวาร (โดยเปยยาล) ว่าด้วยธาตุ ๑๘ ตั้งอุทเทสวารและนิทเทสวาร (ปทโสธนวาร ปทโสธนมูลจักกวาร สุทธธาตุวาร สุทธธาตุมูลจักกวาร) แต่ตัวบทระบุชัดว่าให้ผูกจักรแบบเดียวกับอายตนยมก (เปยยาล) ทำให้ส่วนนี้สั้นกว่าอายตนยมกมาก ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ." ที่หน้า ๒๘๔
  26. Page 285–286 ธาตุยมก: ปวัตติวาร ปริญญาวาร และจบธาตุยมก ย่นย่อปวัตติวาร (อุปปาทวาร) เหลือเพียง ๕ คู่คำถาม และปริญญาวารเหลือเพียง ๑ คู่ โดยอ้างอิงกลับไปยังจักรของอายตนยมกทั้งหมด ปิดท้ายด้วย "ธาตุยมก จบบริบูรณ์โดยเปยยาล." และ "ธาตุยมก จบ." ที่หน้า ๒๘๖
  27. Page 287–289 สัจจยมก: อุทเทสวาร เริ่มสัจจยมกว่าด้วยอริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มัคค) ตั้งอุทเทสวารเป็นคำถามคู่กลับกัน โดยนิโรธ (นิพพาน) จะถูกยกเว้นจากคำถามเรื่องเกิด-ดับในภายหลังเพราะไม่เกิดไม่ดับ ปิดท้ายด้วย "อุทเทสวาร จบ."
  28. Page 290–297 สัจจยมก: นิทเทสวาร และจบปัณณัตติวาร ไต่สวนความหมายบทว่า "สัจจะ" เป็นรายบท (ปทโสธนวาร-ปทโสธนมูลจักกวาร) แล้วตั้งคำถามล้วนๆ (สุทธสัจจวาร-สุทธสัจจมูลจักกวาร) ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ." ที่หน้า ๒๙๗
  29. Page 298–308 สัจจยมก: อุปาทวาร ช่วงที่ ๑ (กาลเดียว) เข้าสู่ปวัตติวาร เริ่มอุปาทวารไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของสัจจะ ๓ (ทุกข์ สมุทัย มัคค — เว้นนิโรธ) ในกาลเดียว (ปัจจุบันหรืออดีตอย่างเดียว)
  30. Page 309–317 สัจจยมก: อุปาทวาร ช่วงที่ ๒ (ผสมกาล) ขยายคำถามคู่การเกิดขึ้นของสัจจะไปสู่การผสมกาล (ปัจจุบัน-อดีต-อนาคต) ตามระบบยมก
  31. Page 318–326 สัจจยมก: อุปาทวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่การเกิดขึ้นของสัจจะแบบผสมกาล ปิดท้ายด้วย "อุปาทวาร จบ." ที่หน้า ๓๒๖
  32. Page 327–338 สัจจยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๑ เปลี่ยนกรอบจาก "เกิดขึ้น" เป็น "ดับไป" ไล่คำถามคู่การดับของสัจจะ ๓ ในกาลเดียวก่อน แล้วขยายสู่ผสมกาล
  33. Page 339–349 สัจจยมก: นิโรธวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่การดับของสัจจะแบบผสมกาล ปิดท้ายด้วย "นิโรธวาร จบ." ที่หน้า ๓๔๙
  34. Page 350–362 สัจจยมก: อุปปาทนิโรธวาร (อุปานิโรธวาร) และจบปวัตติวาร ผสมคำถามเกิด-ดับของสัจจะเข้าด้วยกัน ปิดท้ายด้วย "อุปานิโรธวาร จบ." และ "ปวัตติวาร จบ." ที่หน้า ๓๖๒
  35. Page 363–365 สัจจยมก: ปริญญาวาร และจบสัจจยมก (หน้าร่วมกับสังขารยมก) ถามว่าผู้กำหนดรู้สัจจะหนึ่งแล้ว ย่อมกำหนดรู้สัจจะอื่นด้วยหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "สัจจยมก จบ." ที่บรรทัดแรกของหน้า ๓๖๕ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับจุดเริ่มต้นของสังขารยมก
  36. Page 365–371 สังขารยมก: ปัณณัตติวาร (หน้าร่วมกับสัจจยมก) เริ่มสังขารยมกทันทีในหน้า ๓๖๕ ต่อจาก "สัจจยมก จบ." ว่าด้วยสังขาร ๓ ตามนัยอานาปานสติ (กายสังขาร=ลมหายใจ, วจีสังขาร=วิตกวิจาร, จิตตสังขาร=สัญญาเวทนา) ตั้งอุทเทสวารและนิทเทสวาร (ปทโสธนวาร-ปทโสธนมูลจักกวาร-สุทธสังขารวาร) ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ." ที่หน้า ๓๗๑
  37. Page 372–384 สังขารยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๑ เข้าสู่ปวัตติวาร ไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของสังขาร ๓ ในกาลปัจจุบันและผสมกาลเบื้องต้น
  38. Page 385–397 สังขารยมก: อุปปาทวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่การเกิดขึ้นของสังขาร ๓ แบบผสมกาล ปิดท้ายด้วย "อุปปาทวาร จบ." ที่หน้า ๓๙๗ (ต้นฉบับพิมพ์คลาดเคลื่อนเป็น "อุปาทวาร จบ.")
  39. Page 398–410 สังขารยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๑ เปลี่ยนกรอบเป็นการดับของสังขาร ๓ ไล่คำถามคู่ในกาลปัจจุบันและผสมกาลเบื้องต้น
  40. Page 411–418 สังขารยมก: นิโรธวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่การดับของสังขาร ๓ ปิดท้ายด้วย "นิโรธวาร จบ." ที่หน้า ๔๑๘
  41. Page 419–431 สังขารยมก: อุปปาทนิโรธวาร และจบปวัตติวาร ผสมคำถามเกิด-ดับของสังขาร ๓ เข้าด้วยกัน ปิดท้ายด้วย "อุปปาทนิโรธวาร จบ." และ "ปวัตติวาร จบ." ที่หน้า ๔๓๑
  42. Page 432 สังขารยมก: ปริญญาวาร และจบสังขารยมก (หน้าร่วมกับอนุสยยมก) ปริญญาวารสั้นมากเพียง ๒ คู่คำถาม โดยอ้างอิงกลับไปยังปริญญาวารของขันธยมก ปิดท้ายด้วย "ปริญญาวาร จบ." และ "สังขารยมก จบ." ที่หน้า ๔๓๒ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับจุดเริ่มต้นของอนุสยยมก
  43. Page 432–447 อนุสยยมก: บทนำ อนุสัย ๗ และอนุโลม ช่วงที่ ๑ เริ่มอนุสยยมก (ยมกที่ใหญ่ที่สุดในคัมภีร์) ทันทีในหน้า ๔๓๒ ต่อจาก "สังขารยมก จบ." แจกแจงอนุสัย ๗ (กามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ภวราคะ อวิชชา) พร้อมนิยามว่าแต่ละอนุสัยนอนเนื่องในเวทนา/ธาตุใด จากนั้นเริ่มไล่คำถามคู่ฝ่ายอนุโลม (ยืนยัน) ว่าอนุสัยหนึ่งนอนเนื่องแก่บุคคลใด อีกอนุสัยหนึ่งย่อมนอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยใช้บุคคลเป็นมิติหลัก ไล่จากคู่เดี่ยวไปสู่การรวมกลุ่ม ๒-๓ อนุสัย
  44. Page 448–463 อนุสยยมก: อนุโลม ช่วงสุดท้าย และจบ (หน้าร่วมกับอนุสัยวาร) ดำเนินคำถามคู่ฝ่ายอนุโลมต่อ ขยายการรวมกลุ่มอนุสัยจาก ๓ ตัวไปจนถึง ๕-๖ ตัว ยังคงใช้บุคคลเป็นมิติหลัก ปิดท้ายด้วย "อนุโลม จบ." กลางหน้า ๔๖๓ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับจุดเริ่มต้นของอนุสัยวาร (ฝ่ายปฏิเสธ)
  45. Page 463–477 อนุสยยมก: อนุสัยวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงที่ ๑ เริ่มอนุสัยวารทันทีในหน้า ๔๖๓ ต่อจาก "อนุโลม จบ." เปลี่ยนเป็นฝ่ายปฏิเสธ (ปัจจนีก) ไล่คำถามคู่ว่าอนุสัยหนึ่งไม่นอนเนื่องแก่บุคคลใด อนุสัยอื่นก็ไม่นอนเนื่องแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยบุคคล
  46. Page 478–491 อนุสยยมก: อนุสัยวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงสุดท้าย และจบ ดำเนินคำถามคู่ปฏิเสธต่อ ขยายมิติจากบุคคลไปสู่ "ที่" (เวทนา/ธาตุ) และบุคคล+ที่รวมกัน ปิดท้ายด้วย "อนุสัยวาร จบ." ที่หน้า ๔๙๑
  47. Page 492–506 อนุสยยมก: สานุสยวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงที่ ๑ (โดยบุคคล) เปลี่ยนกรอบจาก "อนุสัยนอนเนื่อง" เป็น "สานุสัย" (การมีอนุสัย) ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันโดยใช้บุคคลเป็นมิติ ไล่จากคู่เดี่ยวสู่การรวมกลุ่มอนุสัย
  48. Page 507–520 อนุสยยมก: สานุสยวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงสุดท้าย (โดยที่ และบุคคล+ที่) ดำเนินคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของสานุสยวารต่อ ขยายมิติจากบุคคลไปสู่ที่ (เวทนา/ธาตุ) และบุคคล+ที่รวมกัน ปิดท้ายฝ่ายอนุโลม
  49. Page 521–536 อนุสยยมก: สานุสยวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงที่ ๑ พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของสานุสยวาร ไล่คำถามคู่ว่าบุคคลใดไม่มีอนุสัยหนึ่ง ไม่มีอนุสัยอื่นด้วยหรือไม่ โดยบุคคลเป็นมิติหลักก่อน
  50. Page 537–552 อนุสยยมก: สานุสยวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงสุดท้าย และจบ ขยายคำถามคู่ปฏิเสธของสานุสยวารสู่มิติที่และบุคคล+ที่รวมกัน ปิดท้ายด้วย "สานุสยวาร จบ." ที่หน้า ๕๕๒
  51. Page 553–562 อนุสยยมก: ปชหนวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงที่ ๑ (โดยบุคคล) เปลี่ยนกรอบเป็น "ปชหนวาร" ว่าด้วยการละอนุสัย ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าบุคคลใดละอนุสัยหนึ่ง ย่อมละอนุสัยอื่นด้วยหรือไม่ โดยบุคคล
  52. Page 563–572 อนุสยยมก: ปชหนวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงสุดท้าย และจบ (โดยที่) ขยายคำถามคู่การละอนุสัยฝ่ายยืนยันสู่มิติที่ (เวทนา/ธาตุ) ปิดท้ายด้วย "อนุโลม จบ." ที่หน้า ๕๗๒
  53. Page 573–588 อนุสยยมก: ปชหนวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงที่ ๑ พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของปชหนวาร ไล่คำถามคู่ว่าบุคคลใดไม่ละอนุสัยหนึ่ง ไม่ละอนุสัยอื่นด้วยหรือไม่
  54. Page 589–605 อนุสยยมก: ปชหนวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่ปฏิเสธของปชหนวาร ปิดท้ายด้วย "ปชหนวาร จบ." ที่หน้า ๖๐๕
  55. Page 606–616 อนุสยยมก: ปริญญาวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงที่ ๑ เข้าสู่ปริญญาวารของอนุสยยมก ว่าด้วยการกำหนดรู้อนุสัย ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าบุคคลใดกำหนดรู้อนุสัยหนึ่ง ย่อมกำหนดรู้อนุสัยอื่นด้วยหรือไม่
  56. Page 617–627 อนุสยยมก: ปริญญาวาร ฝ่ายอนุโลม ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของปริญญาวาร ปิดท้ายด้วย "อนุโลม จบ." ที่หน้า ๖๒๗
  57. Page 628–645 อนุสยยมก: ปริญญาวาร ฝ่ายปฏิเสธ (ไม่กำหนดรู้) ช่วงที่ ๑ พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธ ไล่คำถามคู่ว่าบุคคลใดไม่กำหนดรู้อนุสัยหนึ่ง ไม่กำหนดรู้อนุสัยอื่นด้วยหรือไม่ เป็นส่วนที่ขยายความยาวมากเพราะการรวมกลุ่มอนุสัย ๗ ตัว
  58. Page 646–663 อนุสยยมก: ปริญญาวาร ฝ่ายปฏิเสธ ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่ฝ่ายปฏิเสธของปริญญาวาร ปิดท้ายด้วย "ปริญญาวาร จบ." ที่หน้า ๖๖๓
  59. Page 664–685 อนุสยยมก: ปหีนวาร ช่วงที่ ๑ (โดยบุคคล และเริ่มบุคคล+ที่) เข้าสู่ปหีนวาร ว่าด้วยอนุสัยที่ถูกละแล้ว เริ่มด้วยคำถามคู่โดยบุคคลอย่างเดียว (สั้น) แล้วขยายเข้าสู่มิติบุคคล+ที่รวมกัน
  60. Page 686–700 อนุสยยมก: ปหีนวาร ช่วงที่ ๒ (บุคคล+ที่) ดำเนินคำถามคู่ปหีนวารต่อในมิติบุคคล+ที่รวมกัน ครอบคลุมการรวมกลุ่มอนุสัยที่ถูกละแล้วหลายแบบ
  61. Page 701–715 อนุสยยมก: ปหีนวาร ช่วงสุดท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่ปหีนวารในมิติบุคคล+ที่รวมกัน ปิดท้ายด้วย "ปหีนวาร จบ." ที่หน้า ๗๑๕
  62. Page 716–731 อนุสยยมก: อุปปัชชนวาร ธาตุวาร และจบคัมภีร์ยมกปกรณ์ อุปปัชชนวาร (สั้น) ว่าด้วยการเกิดขึ้นของอนุสัย ตามด้วยธาตุวารซึ่งเป็นตารางนับจำนวนอนุสัยที่ยังนอนเนื่อง (๗, ๕ หรือ ๓) เมื่อสัตว์จุติ-ปฏิสนธิข้ามกามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ ปิดท้ายด้วย "อุปปัชชนวาร จบ." "ธาตุวาร จบ." "อนุสยยมก ที่ ๗ จบ." และ "ยมกปกรณ์ อันมีในเบื้องต้น จบ." ที่หน้า ๗๓๑ อันเป็นหน้าสุดท้ายของเล่ม