ปัฏฐาน ภาค ๑
ฉบับหลวง · เล่ม ๔๐ · หน้า ๒๓๓ · ข้อ 503 504 505 506
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ

ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอรหันต์กระทำผลจิตให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์หนักแน่น แล้วพิจารณา

นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผลจิต โดยอธิปติปัจจัย

ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ที่เป็นอธิบดี เป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

[๕๐๓] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระเสขะ กระทำผลจิตให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา

นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และมรรค โดยอธิปติปัจจัย

[๕๐๔] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย

มีอย่างเดียวคือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลกระทำจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น

บุคคลกระทำโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ที่อัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มี ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น

[๕๐๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอนันตรปัจจัย

คือ กุศลขันธ์ที่เกิดขึ้นก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย

อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู

อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน

โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค

โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอนันตรปัจจัย

[๕๐๖] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยอนันตรปัจจัย

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้