[๑๔๙๘] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
ที่เป็น นานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
[๑๔๙๙] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๕๐๐] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม โดย กัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
[๑๕๐๑] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน รูปทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
[๑๕๐๒] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยวิปากปัจจัย มีหัวข้อ ปัจจัย ๓ พึงกระทำ ปวัตติ ปฏิสนธิ
[๑๕๐๓] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยวิปากปัจจัย มี ๓ นัย พึงกระทำ ปวัตติ อย่างเดียว
[๑๕๐๔] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย โดย อินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดย มัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย วิปปยุตตปัจจัย