พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ ขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นปริตตารัมมณธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย อารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๑] ปริตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ ปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาทิพพจักขุ พิจารณาทิพพโสตธาตุ พิจารณาอิทธิวิธญาณ ที่เป็นปริตตา รัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม โดยความ เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นมหัคคตา รัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นปริตตารัมมณธรรมและมหัคคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตารัมมณธรรม และมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๕๗๒] มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ ปัจจัย
คือ ฯลฯ พิจารณาวิญญานัญจายตนะ พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณา มหัคคตารัมมณธรรม เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ