[๑๗๑๖] อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยราคะที่เป็นอนิยตธรรมแล้วปลง ชีวิตมารดา ฯลฯ ทำลายสงงฆ์
บุคคลเข้าไปอาศัยโทสะที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ปลงชีวิตมารดา ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ราคะที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่มาตะฆาตกรรมแก่ปิตุฆาตกรรม แก่อรหันตฆาตกรรม แก่รุหิรุปปาทกรรม แก่มิจฉาทิฏฐิที่เป็นนิยตธรรม โยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๑๗] อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมมัตตนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูเปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกรูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค บริกรรมแห่งจตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๑๘] อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตุถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณษเห็นหทัยวัตถุ โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่ เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็่น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จจักขุวยิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปนิยตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๑๗๑๙] อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉัตตนิยตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต