สรกานิสูตร: อย่าด่วนตัดสินภูมิธรรมของผู้อื่น
สรกานิสุตฺตํเจ้าสรกานิศากยะผู้เคยอ่อนแอในสิกขาถึงขั้นดื่มสุรา สิ้นพระชนม์ และพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระโสดาบัน ชาวศาก…
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน
อปทานของผู้ที่ไม่ได้ถวายสิ่งของใดเลย มีแต่การประนมมือ นั่งกระโหย่งไหว้ ลุกออกไปต้อนรับ และก้มกราบแทบเท้า รวมทั้งพรานที่ประนมมืออีกครั้งในวินาทีสุดท้ายของชีวิต และคนรับใช้ในงานประชุมใหญ่ที่บอกตรง ๆ ว่าไม่มีของจะถวาย
ในอปทาน ขุททกนิกาย มีเถราปทานสั้น ๆ จำนวนมากที่ชื่อของท่านตั้งตามท่าทางเพียงท่าเดียว เช่น ฐิตัญชลิยะ แปลว่าผู้ยืนประนมมือ เอกัญชลิยะ แปลว่าผู้ประนมมือครั้งหนึ่ง และปัจจุคคมนิยะ แปลว่าผู้ออกไปต้อนรับ คาถาของท่านเหล่านี้บางเรื่องยาวเพียงสองสามบรรทัด และไม่มีของถวายอยู่ในเรื่องเลย
หน้านี้อ่านจากวรรคที่ยังไม่ได้พูดถึงในเว็บ ได้แก่ นาคสมาลวรรคที่ ๘ ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙ สุธาวรรคที่ ๑๐ ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗ ปรรณทายกวรรคที่ ๒๙ และเอกปทุมวรรคที่ ๓๕ นักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่าอปทานเป็นคัมภีร์ชั้นหลังในพระไตรปิฎก ส่วนฝ่ายเถรวาทนับรวมไว้ในขุททกนิกาย
คาถาเหล่านี้ลงท้ายด้วยสำนวนเดียวกันว่า เพราะกรรมนั้นจึงไม่รู้จักทุคติเลย และบางเรื่องต่อด้วยการได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ นั่นเป็นสำนวนสรรเสริญของคัมภีร์ชุดนี้ ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยน สิ่งที่ควรหยิบมาใช้คือตัวท่าทาง และสภาพใจที่คาถาเรียกซ้ำ ๆ ว่ายังจิตให้เลื่อมใส
พระฐิตัญชลิยเถระ (นาคสมาลวรรคที่ ๘) เล่าว่าเคยเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏ ได้พบพระสัมพุทธเจ้าจึงประนมมือแล้วเดินไปทางทิศตะวันออก ขณะนั่งอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ไม่ไกลจากที่นั้น ฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ในเวลาใกล้ตาย ท่านประนมมืออีกครั้งหนึ่ง คาถาไม่ได้บอกว่าท่านเลิกเป็นพรานก่อน สิ่งที่บันทึกไว้มีเพียงการประนมมือสองครั้งนั้น
ไม่ต้องรอให้ตัวเองเป็นคนดีพร้อมก่อนจึงจะแสดงความเคารพต่อสิ่งดีงาม การยกมือไหว้ด้วยใจจริงทำได้ตั้งแต่วันนี้ ในสภาพที่เราเป็นอยู่
พระรังสิสัญญกเถระ (ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙) อยู่ในระหว่างภูเขาหิมวันต์ นุ่งห่มหนังสัตว์ เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสีเสด็จเข้าป่า งามเหมือนต้นรังที่ดอกบาน ท่านยังจิตให้เลื่อมใสในพระรัศมี แล้วนั่งกระโหย่ง ประนมอัญชลี และถวายบังคมด้วยศีรษะ คาถาไล่ท่าทางไว้ทีละขั้นอย่างชัดเจน ราวกับว่าท่าทางแต่ละขั้นมีความหมายของมันเอง
เวลากราบพระหรือไหว้พ่อแม่ ลองทำให้ช้าลงและรู้ตัวทุกขั้น ตั้งแต่ประนมมือจนก้มลง ท่าทางที่ทำอย่างตั้งใจช่วยให้ใจตั้งใจตามไปด้วย
พระปัจจุคคมนิยเถระ (ปรรณทายกวรรคที่ ๒๙) เล่าว่ามีใจผ่องใส ได้ทำการต้อนรับพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ซึ่งกำลังเสด็จมา คาถาพรรณนาว่าพระองค์เสด็จเที่ยวในป่าดังราชสีห์ องอาจดังม้าอาชาไนย แล้วลงท้ายว่า นี้เป็นผลแห่งการต้อนรับ ชื่อของท่านมาจากคำว่า ปัจจุคคมนะ คือการลุกออกไปรับผู้ที่กำลังมาถึง
เมื่อมีแขก ลูกค้า หรือพนักงานใหม่มาถึง ลุกขึ้นเดินไปรับที่ประตูสักสองสามก้าว คนที่ถูกรับจะรู้สึกได้ทันทีว่าเขาเป็นที่ต้อนรับ
พระชวหังสกเถระ (ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗) เป็นพรานป่าอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะเสด็จไปในอากาศ ท่านประนมมือ แลดูพระมหามุนีอยู่ ยังจิตของตนให้เลื่อมใส แล้วถวายบังคม พระองค์เสด็จอยู่บนอากาศ คาถาไม่ได้เล่าว่าท่านกล่าวหรือถวายสิ่งใด มีเพียงการแลดู ประนมมือ และถวายบังคม แต่ก็บันทึกไว้เป็นกรรมดีเต็มเรื่องหนึ่ง
เมื่อเห็นคนทำความดีอยู่ไกล ๆ เช่นอาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนัก การหยุดมองด้วยความชื่นชมจริง ๆ สักครู่ เป็นการฝึกใจให้เห็นความดีของคนอื่นเป็น
พระเอกัญชลิยเถระ (เอกปทุมวรรคที่ ๓๕) เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเรวตะประทับอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ คาถาใช้ถ้อยคำเกือบทั้งหมดพรรณนาสิ่งที่ท่านเห็น ว่าพระพักตร์เบิกบาน มีรัศมีเหมือนพระจันทร์และดาวประกายพฤกษ์ ส่วนการกระทำของท่านมีเพียงประโยคเดียวว่า เราได้ประนมกรอัญชลี ความเลื่อมใสมาจากการเห็นก่อน ท่าทางจึงตามมา
ถ้าการไหว้หรือการขอบคุณของเราเริ่มแห้งแล้งเป็นกิจวัตร ลองกลับไปดูให้เห็นก่อนว่าคนตรงหน้าทำอะไรให้เราบ้าง แล้วคำขอบคุณจะมีน้ำหนักขึ้นเอง
พระไวยาวัจจกเถระ (สุธาวรรคที่ ๑๐) เล่าว่าในการประชุมใหญ่ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ท่านเป็นผู้รับใช้ที่วุ่นอยู่กับกิจทุกอย่าง คาถาบอกตรง ๆ ว่า ไทยธรรมที่จะถวายของเราไม่มี ท่านจึงมีจิตผ่องใสถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา แล้วลงท้ายว่า นี้เป็นผลแห่งการทำไวยาวัจกร คือคาถานับทั้งงานรับใช้และการกราบนั้นเป็นกุศลของท่าน
คนที่ทำงานเบื้องหลังในงานบุญหรืองานเลี้ยง มักรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ร่วมทำบุญเพราะไม่ได้ควักเงิน แรงที่ลงไปกับความเคารพที่มีอยู่ก็นับแล้ว ไม่ต้องรู้สึกด้อยกว่าเจ้าภาพ
ความเคารพที่แสดงด้วยร่างกายเป็นสิ่งที่ทุกคนมีติดตัวเสมอ ไม่ต้องมีเงิน ไม่ต้องเตรียมล่วงหน้า การยกมือไหว้ การลุกขึ้นยืนเมื่อผู้ใหญ่เข้ามา การเดินออกไปรับแขกที่ประตูแทนการนั่งรอให้เขาเดินเข้ามาหา ล้วนเป็นสิ่งที่อปทานกลุ่มนี้นับว่าเป็นกุศล
ข้อที่ควรสังเกตคือคาถาไม่ได้ให้ค่ากับท่าทางที่ทำตามมารยาทเฉย ๆ แต่ย้ำทุกครั้งว่าทำด้วยจิตเลื่อมใส การไหว้ที่ทำเพราะเกรงใจหรือเพราะต้องทำจึงยังไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ลองถามตัวเองก่อนยกมือไหว้ว่ากำลังเคารพอะไรในคนตรงหน้า
อีกข้อหนึ่งคือ ความเคารพไม่ได้ต้องรอให้มีของในมือ คนที่คิดว่าไปหาผู้ใหญ่มือเปล่าไม่ได้ จึงไม่ไปเลย อาจกำลังพลาดสิ่งที่สำคัญกว่าของฝาก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
เจ้าสรกานิศากยะผู้เคยอ่อนแอในสิกขาถึงขั้นดื่มสุรา สิ้นพระชนม์ และพระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระโสดาบัน ชาวศาก…
ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน เพราะสติตั้งมั่นปรารภธรรมได้ทุกอย่าง ฝ่ายเถรวาทแยกให้เห็นว่า สิ่งที่ส…
คืนวันเพ็ญ พระพุทธเจ้าทรงถามว่าอสัตบุรุษรู้จักอสัตบุรุษและสัตบุรุษได้หรือไม่ แล้วทรงแจกแจงความต่างแปดด้าน ตั้ง…
พระฉันนะอ้างว่าพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นของตน จึงไม่ยอมให้ภิกษุอื่นว่ากล่าว เป็นต้นเรื่องของสิกขาบทเรื่องคนว่า…