จูฬปุณณมสูตร: คนพาลกับคนดี ต่างกันแปดด้าน
ใช้ในชีวิตประจำวัน

จูฬปุณณมสูตร: คนพาลกับคนดี ต่างกันแปดด้าน

จูฬปุณฺณมสุตฺตํ

คืนวันเพ็ญ พระพุทธเจ้าทรงถามว่าอสัตบุรุษรู้จักอสัตบุรุษและสัตบุรุษได้หรือไม่ แล้วทรงแจกแจงความต่างแปดด้าน ตั้งแต่คุณสมบัติ มิตร ความคิด คำปรึกษา คำพูด การกระทำ ความเห็น ไปจนถึงวิธีให้ทาน

๘ ข้อ

ในจูฬปุณณมสูตร มัชฌิมนิกาย คืนวันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำ ในคืนเดือนเพ็ญ พระพุทธเจ้าประทับกลางแจ้งที่ปราสาทของมิคารมาตาในบุพพาราม แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงมองดูภิกษุที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ แล้วตรัสถามว่า อสัตบุรุษจะรู้จักอสัตบุรุษว่าเป็นอสัตบุรุษได้หรือไม่ ภิกษุทูลว่าไม่ได้ และอสัตบุรุษจะรู้จักสัตบุรุษว่าเป็นสัตบุรุษได้หรือไม่ ก็ไม่ได้เช่นกัน

จากนั้นทรงอธิบายว่า อสัตบุรุษประกอบด้วยธรรมของอสัตบุรุษ คบหาอย่างอสัตบุรุษ คิดอย่างอสัตบุรุษ ปรึกษาอย่างอสัตบุรุษ พูดอย่างอสัตบุรุษ ทำอย่างอสัตบุรุษ มีความเห็นอย่างอสัตบุรุษ และให้ทานอย่างอสัตบุรุษ ตายไปย่อมไปสู่ที่เกิดของอสัตบุรุษ คือนรกหรือกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน

แล้วทรงแสดงฝ่ายตรงข้าม ว่าสัตบุรุษรู้จักทั้งอสัตบุรุษและสัตบุรุษได้ตามจริง มีคุณสมบัติที่ดีทั้งแปดด้าน และไปสู่ที่เกิดของสัตบุรุษ คือความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่เทวดาหรือในหมู่มนุษย์

  1. ๑

    คนไม่ดีดูคนไม่ออก ชาเนยฺย นุ โข อสปฺปุริโส อสปฺปุริสํ

    ทรงถามว่าอสัตบุรุษรู้จักอสัตบุรุษว่าเป็นอสัตบุรุษได้หรือไม่ และรู้จักสัตบุรุษว่าเป็นสัตบุรุษได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ทั้งสองอย่าง ส่วนสัตบุรุษรู้จักได้ทั้งสองอย่าง ความสามารถในการดูคนจึงขึ้นกับคุณภาพของผู้ดูเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าพบว่าตัวเองคบคนผิดซ้ำ ๆ อย่าโทษแต่คนอื่น ลองดูว่าค่านิยมของเราเองทำให้มองอะไรพลาดไปบ้าง

  2. ๒

    คุณสมบัติพื้นฐาน อสทฺธมฺมสมนฺนาคโต

    อสัตบุรุษไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ได้ยินได้ฟังน้อย เกียจคร้าน หลงลืมสติ และไม่มีปัญญา สัตบุรุษมีคุณสมบัติตรงข้าม คือมีศรัทธา มีหิริ มีโอตตัปปะ ได้ฟังมาก ขยัน มีสติ และมีปัญญา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกมาหนึ่งข้อจากเจ็ดข้อนี้ที่ตัวเองยังอ่อน เช่น สติ แล้วฝึกเฉพาะข้อนั้นให้ชัดเจนในสัปดาห์นี้

  3. ๓

    คบหาใคร อสปฺปุริสภตฺตี

    อสัตบุรุษมีมิตรสหายเป็นสมณพราหมณ์ที่ไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริโอตตัปปะ ได้ฟังน้อย เกียจคร้าน หลงลืมสติ และไม่มีปัญญา สัตบุรุษคบหาคนที่มีคุณสมบัติที่ดีเหล่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ดูรายชื่อคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด รวมทั้งคนที่ติดตามออนไลน์ แล้วถามว่าเขาพาเราเข้าใกล้หรือห่างจากคุณสมบัติที่อยากมี

  4. ๔

    คิดและปรึกษาเพื่ออะไร อสปฺปุริสจินฺตี อสปฺปุริสมนฺตี

    อสัตบุรุษคิดเพื่อเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่น หรือเบียดเบียนทั้งสองฝ่าย และให้คำปรึกษาเพื่อเบียดเบียนตน ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย สัตบุรุษคิดและปรึกษาเพื่อไม่เบียดเบียนใคร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนแนะนำเพื่อนเรื่องสำคัญ ถามตัวเองว่าคำแนะนำนี้จะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ รวมทั้งตัวเขาเองในระยะยาว

  5. ๕

    พูดและทำอย่างไร อสปฺปุริสวาโจ อสปฺปุริสกมฺมนฺโต

    อสัตบุรุษพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ ทำร้ายชีวิต ลักทรัพย์ และประพฤติผิดในกาม สัตบุรุษเว้นจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนโพสต์หรือส่งข้อความตอนอารมณ์ขึ้น เช็กสี่ข้อ คือ จริงไหม ยุให้แตกกันไหม หยาบไหม และจำเป็นต้องพูดไหม

  6. ๖

    มีความเห็นอย่างไร อสปฺปุริสทิฏฺฐี

    อสัตบุรุษมีความเห็นว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี บิดามารดาไม่มีคุณ และไม่มีสมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติชอบซึ่งรู้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง สัตบุรุษมีความเห็นที่ถูกต้องตรงข้ามกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่า "ทำดีไปก็ไม่มีประโยชน์" ให้รู้ว่าความคิดนี้เองเป็นจุดเริ่มที่พาไปสู่การทำอย่างอื่นที่ไม่ดี แล้วลองนึกถึงผลดีที่เคยเห็นจริง

  7. ๗

    ให้ทานอย่างไร อสกฺกจฺจํ ทานํ เทติ

    อสัตบุรุษให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ให้ด้วยมือตนเอง ให้อย่างไม่ใส่ใจ ให้ของที่จะทิ้งอยู่แล้ว และให้โดยไม่เห็นว่าจะมีผลอะไร สัตบุรุษให้โดยเคารพ ให้ด้วยมือตนเอง ให้อย่างใส่ใจ ไม่ให้ของเหลือทิ้ง และเห็นว่าการให้มีผล

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาบริจาคของ ให้เลือกของที่ยังใช้ได้ดี และยื่นให้อย่างให้เกียรติผู้รับ ไม่ใช่เพียงเอาของที่ไม่ต้องการไปทิ้งไว้

  8. ๘

    ปลายทางที่ต่างกัน เทวมหตฺตตา วา มนุสฺสมหตฺตตา วา

    อสัตบุรุษที่ประกอบด้วยลักษณะทั้งแปดนี้ ตายไปย่อมเกิดในที่เกิดของอสัตบุรุษ คือนรกหรือกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน สัตบุรุษย่อมเกิดในที่เกิดของสัตบุรุษ คือความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่เทวดาหรือในหมู่มนุษย์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ไม่ต้องรอดูผลหลังความตาย ลองสังเกตว่าในชีวิตนี้ คนที่คิด พูด และทำแบบไหน มีชีวิตและความสัมพันธ์ไปในทางใด

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ข้อสังเกตแรกของพระสูตรนี้ใช้ได้ทันที คือคนที่ยังไม่ดีพอมักดูคนไม่ออก ทั้งดูคนไม่ดีไม่ออกและดูคนดีไม่ออก การอยากเลือกคบคนให้ถูกจึงต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองด้วย

รายการแปดด้านใช้เป็นแบบตรวจสอบได้ทั้งคนอื่นและตัวเอง เช่น คนที่พูดดีแต่คำปรึกษาของเขาพาไปสู่ความเดือดร้อน หรือคนที่ให้ของแต่ให้อย่างไม่เคารพ พระสูตรชวนให้ดูทุกด้านประกอบกัน ไม่ตัดสินจากด้านเดียว

ใช้พระสูตรนี้เพื่อตรวจตัวเองก่อนตัดสินคนอื่น การตีตราใครว่าเป็นอสัตบุรุษจากเหตุการณ์ครั้งเดียว ไม่ใช่เจตนาของคำสอนนี้

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อัญญาณกถา: พระอรหันต์ยังไม่รู้ ยังสงสัย ยังต้องให้คนอื่นบอกได้หรือไม่

อญฺญาณกถา

สามกถาต่อเนื่องที่ถามว่าพระอรหันต์ยังมีความไม่รู้ ความสงสัย และการต้องอาศัยคนอื่นแนะนำหรือไม่ คำตอบของฝ่ายเถรว…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้