อปริหานิยธรรม ๗
สตฺต อปริหานิยธมฺมาธรรม ๗ ข้อที่ทำให้หมู่คณะมีแต่เจริญไม่มีเสื่อม — คำตอบที่ทรงให้เมื่อมีคนคิดจะยึดแคว้นวัชชี
จูฬปุณฺณมสุตฺตํ
คืนวันเพ็ญ พระพุทธเจ้าทรงถามว่าอสัตบุรุษรู้จักอสัตบุรุษและสัตบุรุษได้หรือไม่ แล้วทรงแจกแจงความต่างแปดด้าน ตั้งแต่คุณสมบัติ มิตร ความคิด คำปรึกษา คำพูด การกระทำ ความเห็น ไปจนถึงวิธีให้ทาน
ในจูฬปุณณมสูตร มัชฌิมนิกาย คืนวันอุโบสถขึ้นสิบห้าค่ำ ในคืนเดือนเพ็ญ พระพุทธเจ้าประทับกลางแจ้งที่ปราสาทของมิคารมาตาในบุพพาราม แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงมองดูภิกษุที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ แล้วตรัสถามว่า อสัตบุรุษจะรู้จักอสัตบุรุษว่าเป็นอสัตบุรุษได้หรือไม่ ภิกษุทูลว่าไม่ได้ และอสัตบุรุษจะรู้จักสัตบุรุษว่าเป็นสัตบุรุษได้หรือไม่ ก็ไม่ได้เช่นกัน
จากนั้นทรงอธิบายว่า อสัตบุรุษประกอบด้วยธรรมของอสัตบุรุษ คบหาอย่างอสัตบุรุษ คิดอย่างอสัตบุรุษ ปรึกษาอย่างอสัตบุรุษ พูดอย่างอสัตบุรุษ ทำอย่างอสัตบุรุษ มีความเห็นอย่างอสัตบุรุษ และให้ทานอย่างอสัตบุรุษ ตายไปย่อมไปสู่ที่เกิดของอสัตบุรุษ คือนรกหรือกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน
แล้วทรงแสดงฝ่ายตรงข้าม ว่าสัตบุรุษรู้จักทั้งอสัตบุรุษและสัตบุรุษได้ตามจริง มีคุณสมบัติที่ดีทั้งแปดด้าน และไปสู่ที่เกิดของสัตบุรุษ คือความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่เทวดาหรือในหมู่มนุษย์
ทรงถามว่าอสัตบุรุษรู้จักอสัตบุรุษว่าเป็นอสัตบุรุษได้หรือไม่ และรู้จักสัตบุรุษว่าเป็นสัตบุรุษได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ทั้งสองอย่าง ส่วนสัตบุรุษรู้จักได้ทั้งสองอย่าง ความสามารถในการดูคนจึงขึ้นกับคุณภาพของผู้ดูเอง
ถ้าพบว่าตัวเองคบคนผิดซ้ำ ๆ อย่าโทษแต่คนอื่น ลองดูว่าค่านิยมของเราเองทำให้มองอะไรพลาดไปบ้าง
อสัตบุรุษไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ได้ยินได้ฟังน้อย เกียจคร้าน หลงลืมสติ และไม่มีปัญญา สัตบุรุษมีคุณสมบัติตรงข้าม คือมีศรัทธา มีหิริ มีโอตตัปปะ ได้ฟังมาก ขยัน มีสติ และมีปัญญา
เลือกมาหนึ่งข้อจากเจ็ดข้อนี้ที่ตัวเองยังอ่อน เช่น สติ แล้วฝึกเฉพาะข้อนั้นให้ชัดเจนในสัปดาห์นี้
อสัตบุรุษมีมิตรสหายเป็นสมณพราหมณ์ที่ไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริโอตตัปปะ ได้ฟังน้อย เกียจคร้าน หลงลืมสติ และไม่มีปัญญา สัตบุรุษคบหาคนที่มีคุณสมบัติที่ดีเหล่านั้น
ดูรายชื่อคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด รวมทั้งคนที่ติดตามออนไลน์ แล้วถามว่าเขาพาเราเข้าใกล้หรือห่างจากคุณสมบัติที่อยากมี
อสัตบุรุษคิดเพื่อเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่น หรือเบียดเบียนทั้งสองฝ่าย และให้คำปรึกษาเพื่อเบียดเบียนตน ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย สัตบุรุษคิดและปรึกษาเพื่อไม่เบียดเบียนใคร
ก่อนแนะนำเพื่อนเรื่องสำคัญ ถามตัวเองว่าคำแนะนำนี้จะทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ รวมทั้งตัวเขาเองในระยะยาว
อสัตบุรุษพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ ทำร้ายชีวิต ลักทรัพย์ และประพฤติผิดในกาม สัตบุรุษเว้นจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
ก่อนโพสต์หรือส่งข้อความตอนอารมณ์ขึ้น เช็กสี่ข้อ คือ จริงไหม ยุให้แตกกันไหม หยาบไหม และจำเป็นต้องพูดไหม
อสัตบุรุษมีความเห็นว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี บิดามารดาไม่มีคุณ และไม่มีสมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติชอบซึ่งรู้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง สัตบุรุษมีความเห็นที่ถูกต้องตรงข้ามกัน
เมื่อรู้สึกว่า "ทำดีไปก็ไม่มีประโยชน์" ให้รู้ว่าความคิดนี้เองเป็นจุดเริ่มที่พาไปสู่การทำอย่างอื่นที่ไม่ดี แล้วลองนึกถึงผลดีที่เคยเห็นจริง
อสัตบุรุษให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ให้ด้วยมือตนเอง ให้อย่างไม่ใส่ใจ ให้ของที่จะทิ้งอยู่แล้ว และให้โดยไม่เห็นว่าจะมีผลอะไร สัตบุรุษให้โดยเคารพ ให้ด้วยมือตนเอง ให้อย่างใส่ใจ ไม่ให้ของเหลือทิ้ง และเห็นว่าการให้มีผล
เวลาบริจาคของ ให้เลือกของที่ยังใช้ได้ดี และยื่นให้อย่างให้เกียรติผู้รับ ไม่ใช่เพียงเอาของที่ไม่ต้องการไปทิ้งไว้
อสัตบุรุษที่ประกอบด้วยลักษณะทั้งแปดนี้ ตายไปย่อมเกิดในที่เกิดของอสัตบุรุษ คือนรกหรือกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน สัตบุรุษย่อมเกิดในที่เกิดของสัตบุรุษ คือความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหมู่เทวดาหรือในหมู่มนุษย์
ไม่ต้องรอดูผลหลังความตาย ลองสังเกตว่าในชีวิตนี้ คนที่คิด พูด และทำแบบไหน มีชีวิตและความสัมพันธ์ไปในทางใด
ข้อสังเกตแรกของพระสูตรนี้ใช้ได้ทันที คือคนที่ยังไม่ดีพอมักดูคนไม่ออก ทั้งดูคนไม่ดีไม่ออกและดูคนดีไม่ออก การอยากเลือกคบคนให้ถูกจึงต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองด้วย
รายการแปดด้านใช้เป็นแบบตรวจสอบได้ทั้งคนอื่นและตัวเอง เช่น คนที่พูดดีแต่คำปรึกษาของเขาพาไปสู่ความเดือดร้อน หรือคนที่ให้ของแต่ให้อย่างไม่เคารพ พระสูตรชวนให้ดูทุกด้านประกอบกัน ไม่ตัดสินจากด้านเดียว
ใช้พระสูตรนี้เพื่อตรวจตัวเองก่อนตัดสินคนอื่น การตีตราใครว่าเป็นอสัตบุรุษจากเหตุการณ์ครั้งเดียว ไม่ใช่เจตนาของคำสอนนี้
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ธรรม ๗ ข้อที่ทำให้หมู่คณะมีแต่เจริญไม่มีเสื่อม — คำตอบที่ทรงให้เมื่อมีคนคิดจะยึดแคว้นวัชชี
สามกถาต่อเนื่องที่ถามว่าพระอรหันต์ยังมีความไม่รู้ ความสงสัย และการต้องอาศัยคนอื่นแนะนำหรือไม่ คำตอบของฝ่ายเถรว…
ภิกษุณีหลายรูปปลีกไปพักในป่า มารมาหลอกให้กลัว ยั่วด้วยกาม และดูแคลนว่าผู้หญิงมีปัญญาน้อย ทุกรูปรู้ทันว่านี่คือ…
ได้สิ่งใดควรยินดีด้วยสิ่งนั้น เพราะความโลภเกินประมาณเป็นสิ่งเลวร้าย พญาหงส์ทองให้ขนทองแก่ครอบครัวเดิมทีละขน แต…