เสลเถราปทาน: บุญที่ทั้งถนนทำร่วมกัน
ใช้ในชีวิตประจำวัน

เสลเถราปทาน: บุญที่ทั้งถนนทำร่วมกัน

เสลตฺเถราปทานํ

หัวหน้าถนนในนครหงสวดีชวนคนทั้งย่าน ตั้งแต่พ่อครัว ช่างย้อม ช่างเหล็ก คนหาบน้ำ ไปจนถึงคนขายขนม มาสร้างโรงฉันถวายสงฆ์ร่วมกัน แล้วคนกลุ่มนั้นก็เดินทางร่วมกันมาจนพ้นทุกข์พร้อมกัน

๗ ข้อ

ในเสลเถราปทาน อปทาน ขุททกนิกาย (ปิลินทวรรคที่ ๔๐) พระเสลเถระเล่าว่า ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านเป็นเจ้าของถนนอยู่ในนครหงสวดี ได้ประชุมญาติและคนในย่านแล้วบอกว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เป็นบุญเขตอันสูงสุด

คาถาไล่รายชื่ออาชีพของคนที่มาร่วมไว้ยาวมาก ทั้งกษัตริย์ พราหมณ์ พ่อค้า พ่อครัว คนรับจ้าง ช่างย้อม ช่างหูก ช่างเย็บผ้า ช่างกัลบก ช่างศร ช่างหนัง ช่างเหล็ก ช่างทอง คนซักรีด คนตักน้ำขาย คนหาบไม้ ชาวนา คนเกี่ยวหญ้า คนขายดอกไม้ คนขายผลไม้ ไปจนถึงหญิงแพศยาและคนขายปลา โดยย้ำว่าแต่ละกลุ่มทำตามกำลังของตน ๆ แล้วทั้งหมดร่วมกันสร้างโรงฉันถวายภิกษุสงฆ์

ช่วงท้ายเล่าถึงภพสุดท้าย ท่านเป็นพราหมณ์มีศิษย์ ๓๐๐ คน สอนศิษย์ถึงวิธีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าให้สงบเรียบร้อย แล้วตรวจดูพระลักษณะ เห็นไม่ครบสองประการจนพระองค์ทรงแสดงให้เห็น ท่านจึงลงความเห็นว่าเป็นพระพุทธเจ้าแน่ แล้วออกบวชพร้อมศิษย์ทั้งหมด เรื่องการพบกันในภพสุดท้ายนี้มีเล่าไว้ในเสลสูตรด้วย

  1. ๑

    ชวนกันทำ ไม่ได้ทำคนเดียว ปูคธมฺมํ อกํสุ เต

    ท่านเป็นเจ้าของถนน จึงประชุมญาติและคนในย่านแล้วบอกข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว คาถาใช้คำว่าคนเหล่านั้นมีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้พากันประพฤติธรรมเป็นอันมาก เป็นการทำบุญอย่างเป็นหมู่คณะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาจะทำเรื่องดี ลองชวนคนรอบตัวร่วมด้วยแทนการทำเงียบ ๆ คนเดียว งานจะใหญ่ขึ้นและอยู่ได้นานกว่า

  2. ๒

    แต่ละคนทำตามกำลังของตน ยถา สเกน ถาเมน

    คาถาไล่ชื่ออาชีพยาวมาก ตั้งแต่พ่อครัว ช่างย้อม ช่างเหล็ก ลูกจ้าง ทาส คนตักน้ำขาย ชาวนา ไปจนถึงคนขายขนมและคนขายปลา แล้วย้ำว่าได้พากันประพฤติธรรมตามกำลังของตน ๆ ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครให้มากกว่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในการลงขันของกลุ่ม อย่าตั้งยอดเท่ากันทุกคน เปิดให้ร่วมตามกำลัง คนที่ให้น้อยจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างนอก

  3. ๓

    สร้างของส่วนรวม ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง ปูคธมฺเม วสึ อหํ

    สิ่งที่คนกลุ่มนั้นตกลงกันสร้างคือโรงฉันถวายภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นอาคารที่ทุกคนได้ใช้ร่วมกัน ท่านกราบทูลด้วยว่า บุรุษประมาณ ๓๐๐ คนนี้ร่วมกันเป็นคณะ ขอมอบถวายโรงฉัน ไม่ได้ทูลในนามของตนคนเดียว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อบริจาค ลองเลือกสิ่งที่เป็นโครงสร้างส่วนกลาง เช่น ห้องน้ำ ที่นั่งพัก หรือครัว ซึ่งคนใช้ได้ทุกวันโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร

  4. ๔

    เข้าหาครูอย่างเคารพและไม่รบกวน ปฏิสลฺลานครุกา

    ก่อนพาศิษย์ไปเฝ้า ท่านสอนไว้ว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงหนักในการอยู่ในที่เร้น ชอบเงียบเสียง จึงให้เดินเรียงลำดับกัน อย่าจามอย่าไอ และเมื่อท่านถามปัญหาให้ทุกคนเงียบและตั้งใจฟัง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาพาทีมไปพบผู้ใหญ่หรือผู้รู้ ตกลงกันก่อนว่าใครถาม ใครฟัง และจะไม่พูดแทรก การเตรียมเล็กน้อยนี้ทำให้ได้เนื้อหามากขึ้น

  5. ๕

    ตรวจสอบเองก่อนจะเชื่อ ลกฺขเณ เทฺว น ทกฺขามิ

    ท่านไม่ได้เชื่อเพราะได้ยินมา แต่เข้าไปสนทนาแล้วตรวจดูพระลักษณะด้วยตนเอง เห็นเพียง ๓๐ ประการ ไม่เห็นอีกสองประการ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงให้เห็น เมื่อเห็นครบแล้วท่านจึงลงความเห็นว่าเป็นพระพุทธเจ้าแน่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนเชื่อคำโฆษณาหรือข่าวลือ ให้ตรวจสอบด้วยตัวเองเท่าที่ทำได้ และเมื่อหลักฐานชัดแล้วก็อย่าลังเลจนพลาดโอกาส

  6. ๖

    ฝึกคนโดยไม่ต้องใช้อาชญา อทณฺเฑน อสตฺเถน

    ท้ายอปทาน ท่านทูลว่า ผู้ฝึกช้างฝึกม้าย่อมทำเหตุต่าง ๆ แล้วฝึกด้วยความทารุณ แต่พระองค์หาได้ฝึกชายหญิงอย่างนั้นไม่ ทรงฝึกในวิธีฝึกอันสูงสุด โดยไม่ต้องใช้อาชญาไม่ใช้ศาตรา และตรัสปัญหาข้อเดียวก็ยังคน ๓๐๐ คนให้รู้ตามได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาสอนลูกหรือลูกน้อง ลองวัดตัวเองว่าใช้คำอธิบายกับความเข้าใจได้ผลแค่ไหน ก่อนจะหันไปใช้การลงโทษหรือข่มขู่

  7. ๗

    ร่วมกันทำ ร่วมกันเดินทาง เอกโต กมฺมํ กตฺวาน

    คาถาสรุปว่า พวกท่านร่วมกันทำกรรมในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ท่องเที่ยวไปร่วมกัน และคลายกิเลสได้ร่วมกัน เมื่อบวชแล้วยังไม่ถึงกึ่งเดือน ทั้งหมดก็ถึงความดับทุกข์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เลือกหมู่คณะที่จะเดินไปด้วยกันให้ดี เพราะสิ่งที่เราทำร่วมกับใครมักพาเราไปทางเดียวกับเขา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

แก่นของอปทานนี้คือ บุญที่ทำร่วมกันเป็นคณะ คาถาใช้คำว่าทำตามกำลังของตน ๆ ซึ่งแปลว่าไม่มีใครถูกวัดด้วยจำนวนเงิน คนหาบน้ำกับพ่อค้าใหญ่อยู่ในรายชื่อเดียวกัน

ในชีวิตจริง นี่คือแบบของการลงขันของหมู่บ้าน การรวมเงินซื้อของให้โรงเรียน หรือการที่ทีมหนึ่งช่วยกันคนละไม้คนละมือจนงานส่วนกลางสำเร็จ สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่คือความรู้สึกว่าเป็นของเราทุกคน

อีกบทเรียนอยู่ที่วิธีของท่านเสละเอง ท่านไม่เชื่อทันทีเพราะมีคนเล่าให้ฟัง แต่ไปดูด้วยตนเองก่อน และเมื่อเห็นชัดแล้วก็ไม่ลังเล การตรวจสอบก่อนเชื่อกับการตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อเห็นชัด ไปด้วยกันได้

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เอกราชชาดก: ใจที่เที่ยงตรงดั่งตราชูทั้งในสุขและทุกข์

สุเข จ ทุกฺเข จ ภวนฺติ ตุลฺยา

พระราชาผู้เคยเสวยสุขเต็มที่ถูกข้าศึกจับทิ้งในที่ลำบาก แต่ผิวพรรณและกำลังไม่ตก เพราะความอดทนและตบะที่ปรารถนามาน…

กถาวัตถุ: คัมภีร์โต้วาทะ กับคำถามว่าบุคคลมีอยู่จริงหรือ

กถาวตฺถุ

กถาวัตถุบันทึกการโต้วาทะเพื่อชำระความเห็นที่คลาดเคลื่อนทีละประเด็น กถาแรกถามว่า "บุคคล" หาได้โดยปรมัตถ์หรือไม่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้