แรงที่ลงไปคือของถวาย: อปทานผู้กวาดลาน พรวนดิน พัด และนวดเท้า
ใช้ในชีวิตประจำวัน

แรงที่ลงไปคือของถวาย: อปทานผู้กวาดลาน พรวนดิน พัด และนวดเท้า

ผลํ สมฺมชฺชนายิทํ

อปทานของพระเถระที่ไม่ได้ถวายสิ่งของ แต่ถวายแรงงาน คือ กวาดลานโพธิ์ เก็บใบไม้ พรวนดิน พัดอาสนะ เหยียบนวด สร้างวัจจกุฎี และเหลาไม้เท้าถวายสงฆ์

๘ ข้อ

ในอปทาน ขุททกนิกาย มีเถราปทานกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เล่าเรื่องของถวาย แต่เล่าเรื่องการลงแรง ชื่อของท่านก็มักตั้งตามงานที่ทำ เช่น สกิงสัมมัชชกะ แปลว่าผู้กวาดครั้งเดียว โพธิสัมมัชชกะ แปลว่าผู้กวาดลานโพธิ์ และชคติทายกะ แปลว่าผู้ถวายลานดิน

หน้านี้อ่านสามวรรคที่ยังไม่ได้พูดถึง คือ สกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓ ชคติทายกวรรคที่ ๔๖ และติณทายกวรรคที่ ๕๓ พร้อมเรื่องหนึ่งจากภัททาลิวรรคที่ ๔๒ คาถาของท่านเหล่านี้สั้นมาก บางเรื่องมีไม่ถึงสิบบรรทัด และลงท้ายซ้ำกันว่า นี้เป็นผลแห่งการกวาด หรือ นี้เป็นผลของดิน

สิ่งที่คาถาเน้นไม่ใช่มูลค่าของงาน แต่เป็นสภาพจิตขณะทำ คำที่ซ้ำบ่อยคือ ยังจิตให้เลื่อมใส และ มีใจโสมนัส ผลบุญที่พรรณนาไว้อย่างยืดยาว เช่น การเกิดเป็นเทวดาหรือพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นสำนวนสรรเสริญของคัมภีร์ชุดนี้ ไม่ใช่ข้อตกลงแลกเปลี่ยน

  1. ๑

    กวาดลานโพธิ์ครั้งเดียว สกึสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ

    พระสกิงสัมมัชชกเถระ (สกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓) เห็นไม้โพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ยังใจให้เลื่อมใส หยิบไม้กวาดมากวาดลานโพธิ์ แล้วไหว้และกลับกระท่อม คาถาเล่าว่าท่านสิ้นชีวิตระหว่างทางกลับเพราะถูกงูเหลือมรัด และกล่าวว่ากรรมที่ทำในเวลาใกล้จะตายนั้นทำให้ท่านยินดีด้วยผล คำลงท้ายที่ซ้ำหลายครั้งคือ นี้เป็นผลแห่งการกวาด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    งานทำความสะอาดที่ใช้เวลาห้านาทีก็มีค่า ไม่ต้องรอวันที่มีเวลาทั้งวันจึงจะไปช่วยงานส่วนรวม

  2. ๒

    เก็บใบไม้ที่ร่วงไปทิ้ง โพธิสมฺมชฺชกตฺเถราปทานํ

    พระโพธิสัมมัชชกเถระ (ติณทายกวรรคที่ ๕๓) เล่าว่างานของท่านคือเก็บใบโพธิ์ที่ถูกทิ้งไว้ที่ลานพระเจดีย์เอาไปทิ้ง คาถาไล่เรียงคุณที่ท่านได้ไว้ถึง ๒๐ ประการ ทั้งเรื่องสุขภาพ ความไม่มีศัตรู และความไม่ขาดแคลน แล้วปิดท้ายว่านี้เป็นวิบากแห่งการทิ้งใบโพธิ์ งานที่ดูไม่สำคัญที่สุดกลับได้รับการพรรณนายาวที่สุดเรื่องหนึ่งในวรรค

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เก็บขยะที่ไม่ใช่ของเราสักชิ้นเมื่อเดินผ่าน เป็นงานที่ไม่มีใครขอบคุณและไม่มีใครเห็น จึงฝึกใจได้ดี

  3. ๓

    พรวนดินโคนต้นโพธิ์ ชคติทายกตฺเถราปทานํ

    พระชคติทายกเถระ (ชคติทายกวรรคที่ ๔๖) มีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ให้คนพรวนดินที่ไม้โพธิพฤกษ์ของพระมหามุนีพระนามว่าธัมมทัสสี คาถาลงท้ายซ้ำ ๆ ว่า นี้เป็นผลของดิน ในที่นี้ท่านไม่ได้ลงมือเอง แต่เป็นผู้จัดให้งานเกิดขึ้น ซึ่งคัมภีร์ก็นับเป็นกรรมของท่านเช่นกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าลงมือเองไม่ไหว การออกค่าจ้าง จัดคน หรือประสานงานให้งานส่วนรวมเกิดขึ้นได้ ก็เป็นส่วนของเรา

  4. ๔

    พัดให้ลมแก่อาสนะ สีหาสนพีชิยตฺเถราปทานํ

    พระสีหาสนพีชิยเถระ (ชคติทายกวรรคที่ ๔๖) ไหว้โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ แล้วถือพัดวีชนีพัดอาสนะในที่นั้น คาถาสั้นเพียงไม่กี่บรรทัด และลงท้ายว่า นี้เป็นผลของการพัด งานของท่านคือทำให้ที่ตรงนั้นน่าอยู่ขึ้นเท่านั้นเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เปิดพัดลมให้คนที่ร้อนกว่า เลื่อนร่มให้บังคนอื่นด้วย เป็นงานเล็กที่คนทำมักไม่ทันคิดว่าเป็นการให้

  5. ๕

    ถวายการเหยียบนวด อกฺกมนทายกตฺเถราปทานํ

    พระอักกมนทายกเถระ (ชคติทายกวรรคที่ ๔๖) เล่าว่าถวายการเหยียบนวดแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่ากกุสันธะ ซึ่งกำลังเสด็จดำเนินไปสู่ที่พักกลางวัน แล้วลงท้ายว่า นี้เป็นผลแห่งการถวายเหยียบ เป็นการให้ที่ไม่ต้องใช้สิ่งของเลยสักชิ้น มีแต่เวลาและแรงของผู้ให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    นวดไหล่ให้พ่อแม่สักห้านาที หรือช่วยยกของหนักให้คนที่ยกไม่ไหว ร่างกายของเราเองเป็นสิ่งที่ให้ได้ทุกวัน

  6. ๖

    สร้างวัจจกุฎี งานที่ไม่มีใครอยากพูดถึง เวจฺจกทายกตฺเถราปทานํ

    พระเวจจกทายกเถระ (ติณทายกวรรคที่ ๕๓) เล่าว่าเลื่อมใสแล้วถวายวัจจกุฎี คือห้องส้วม หลังหนึ่งแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ด้วยมือของตน คาถาไม่ได้ทำให้เรื่องนี้ดูสูงส่งขึ้นเลย แต่ก็บันทึกไว้เคียงกับการถวายดอกไม้และประทีปอย่างเสมอกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    งานที่ไม่มีใครอยากทำ เช่น ล้างห้องน้ำส่วนกลางหรือเก็บถังขยะ เป็นงานที่ขาดไม่ได้จริง ๆ ลองรับไว้สักครั้ง

  7. ๗

    ตัดไม้ไผ่ทำไม้เท้าถวายสงฆ์ ทณฺฑทายกตฺเถราปทานํ

    พระทัณฑทายกเถระ (ติณทายกวรรคที่ ๕๓) เข้าไปในป่าใหญ่ ตัดไม้ไผ่มาทำเป็นไม้เท้าถวายแก่พระสงฆ์ แล้วกราบไหว้ท่านผู้มีวัตรอันงามด้วยจิตเลื่อมใสนั้น สิ่งที่ท่านให้คือของใช้ที่พระต้องใช้จริง ประกอบกับแรงที่ลงไปทำ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ซ่อมของที่พังในที่ทำงานหรือในวัดโดยไม่รอให้มีใครสั่ง เป็นการให้ที่ตรงกับความต้องการมากกว่าซื้อของใหม่

  8. ๘

    กวาดอาศรมแล้วปักไม้ทำมณฑป ภทฺทาลิตฺเถราปทานํ

    พระภัททาลิเถระ (ภัททาลิวรรคที่ ๔๒) เล่าว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ ๗ คืน ๗ วันในป่า ท่านถือหาบเข้าไปกลางป่า พบเข้าจึงจับไม้กวาดกวาดอาศรม ปักไม้สี่อันทำเป็นมณฑป แล้วเอาดอกรังมามุง เป็นงานสองอย่างต่อกัน คือทำความสะอาดก่อน แล้วจึงสร้าง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนจัดงานหรือต้อนรับใคร การเก็บกวาดสถานที่เป็นส่วนแรกของการต้อนรับ ไม่ใช่งานที่แยกออกไป

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คนจำนวนมากรู้สึกว่าตนทำบุญไม่ได้เพราะไม่มีเงิน อปทานกลุ่มนี้ตอบคำถามนั้นตรง ๆ ว่างานที่ใช้แรงล้วน ๆ ก็เป็นทานได้ กวาดลานวัด เก็บขยะในสวนสาธารณะ ล้างจานหลังงานเลี้ยง จัดเก้าอี้ก่อนประชุม หรือขับรถไปส่งใครสักคน

น่าสังเกตว่างานหลายอย่างในคาถาเป็นงานที่ไม่มีใครเห็น เก็บใบโพธิ์ที่ร่วงไปทิ้ง ถวายวัจจกุฎี หรือเหลาไม้เท้า ไม่ใช่งานที่จะมีคนถ่ายรูปลงประกาศ การเลือกทำงานประเภทนี้จึงเป็นเครื่องวัดเจตนาได้ดีกว่างานที่มีคนเห็น

อีกอย่างคือหลายเรื่องเป็นงานครั้งเดียว ไม่ใช่วัตรที่ทำทุกวัน ท่านสกิงสัมมัชชกะกวาดลานโพธิ์ครั้งเดียวเท่านั้น จึงไม่ต้องรอให้ตัวเองเป็นคนขยันสม่ำเสมอก่อนแล้วค่อยเริ่ม

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ปัจจยาการวิภังค์: ปฏิจจสมุปบาทในขณะจิตเดียว

ปจฺจยาการวิภงฺโค

ภาคอภิธรรมของปัจจยาการวิภังค์วางปฏิจจสมุปบาททั้งสายลงในจิตดวงเดียว แล้วแสดงว่าสายนั้นเปลี่ยนรูปไปตามชนิดของจิต…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้