มหาโคสิงคสาลสูตร: ภิกษุแบบไหนทำให้ป่างาม
กถํรูเปน ภิกฺขุนา โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยในราตรีแจ่มกระจ่างที่ต้นสาละบานสะพรั่ง พระเถระผู้ใหญ่ผลัดกันตอบว่าภิกษุแบบใดทำให้ป่าโคสิงคสาลวันงาม แต่ละรูปตอ…
อสฺสลายนสุตฺตํ
มาณพหนุ่มถูกส่งมาโต้ว่าวรรณะพราหมณ์ประเสริฐที่สุด พระพุทธเจ้าไม่ทรงโต้ด้วยอารมณ์ แต่ทรงถามทีละข้อจนเห็นเองว่า การเกิด การทำชั่ว การเจริญเมตตา และไฟที่จุดจากไม้ต่างชนิด ไม่ได้ต่างกันตามชาติกำเนิด
ในอัสสลายนสูตร มัชฌิมนิกาย พราหมณ์ราวห้าร้อยคนจากหลายแคว้นซึ่งพักอยู่ในกรุงสาวัตถี ขอให้อัสสลายนมาณพ หนุ่มอายุสิบหกปีผู้เรียนจบไตรเพท ไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้าเรื่องที่พราหมณ์ถือว่า พราหมณ์เท่านั้นเป็นวรรณะประเสริฐ ผิวขาว บริสุทธิ์ เป็นบุตรที่เกิดจากปากของพรหม ส่วนวรรณะอื่นต่ำกว่า
พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบด้วยคำประกาศ แต่ทรงตั้งคำถามทีละข้อให้อัสสลายนะตอบเอง เช่น นางพราหมณีก็มีระดู ตั้งครรภ์ คลอด และให้นมลูกเหมือนหญิงทั่วไป ในแคว้นโยนกและกัมโพชะมีเพียงสองชนชั้นคือนายกับทาส และเปลี่ยนสลับกันได้ ทุกวรรณะที่ทำชั่วย่อมไปสู่ทุคติเหมือนกัน ทุกวรรณะเจริญเมตตาได้ อาบน้ำชำระฝุ่นได้ และไฟที่จุดจากไม้ต่างชนิดก็มีเปลว สี และแสงเหมือนกัน
อัสสลายนะนิ่งเงียบ ก้มหน้า พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าเรื่องฤๅษีอสิตะ เทวละ ผู้ถามฤๅษีพราหมณ์เจ็ดตนว่ารู้หรือไม่ว่าบรรพบุรุษฝ่ายแม่และฝ่ายพ่อย้อนไปเจ็ดชั่วคนล้วนเป็นพราหมณ์ ฤๅษีเหล่านั้นตอบว่าไม่รู้ ท้ายพระสูตรอัสสลายนะประกาศตนเป็นอุบาสก
พราหมณ์อ้างว่าตนเกิดจากปากของพรหม แต่นางพราหมณีก็มีระดู ตั้งครรภ์ คลอดลูก และให้นมลูกให้เห็นอยู่ พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าคำอ้างที่ขัดกับสิ่งที่ทุกคนเห็นได้เองเป็นคำอ้างที่ตั้งอยู่ไม่ได้
เมื่อได้ยินคำพูดว่าคนกลุ่มไหน "เกิดมาเหนือกว่า" ให้กลับมาดูข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ทุกคนมีเหมือนกัน ก่อนจะรับความเชื่อนั้นมา
ในแคว้นโยนก กัมโพชะ และแคว้นชายแดนอื่น มีเพียงสองชนชั้นคือนายกับทาส คนที่เป็นนายกลายเป็นทาสได้ และทาสกลายเป็นนายได้ แสดงว่าการแบ่งชนชั้นไม่ใช่กฎธรรมชาติที่ตายตัว แต่เป็นสิ่งที่แต่ละสังคมกำหนดขึ้น
เวลาเห็นลำดับชั้นในที่ทำงานหรือในสังคม จำไว้ว่าเป็นการจัดวางชั่วคราว ไม่ได้บอกคุณค่าของคน ปฏิบัติต่อพนักงานทำความสะอาดด้วยความเคารพเท่ากับผู้บริหาร
ทรงถามว่า ถ้ากษัตริย์ แพศย์ ศูทร ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ พูดเท็จ เป็นต้น ตายไปย่อมไปทุคติ แต่พราหมณ์ที่ทำอย่างเดียวกันจะไม่ไปหรือ อัสสลายนะยอมรับว่าไม่ใช่ ทุกวรรณะที่ทำชั่วย่อมได้ผลอย่างเดียวกัน และที่ทำดีก็ไปสุคติเหมือนกัน
เมื่อคนใกล้ตัวหรือคนกลุ่มเดียวกับเราทำผิด อย่าหาข้อยกเว้นให้เพราะเป็นพวกเดียวกัน ใช้มาตรฐานเดียวกับที่ใช้กับคนอื่น
ทรงถามว่ามีแต่พราหมณ์เท่านั้นหรือที่เจริญจิตเมตตา ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนได้ อัสสลายนะตอบว่าทั้งสี่วรรณะทำได้ ความสามารถทางจิตใจที่ดีงามจึงไม่ผูกอยู่กับชาติกำเนิด
อย่าคิดว่าความใจดีหรือความมีคุณธรรมเป็นสมบัติของคนการศึกษาสูงหรือคนฐานะดี มองหาความดีในคนทุกกลุ่มที่พบในแต่ละวัน
ทรงถามว่ามีแต่พราหมณ์เท่านั้นหรือที่ถือเครื่องสนานไปแม่น้ำแล้วล้างฝุ่นละอองออกได้ อัสสลายนะตอบว่าทุกวรรณะทำได้ ความสะอาดบริสุทธิ์ไม่ได้มีไว้เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
สังเกตคำพูดทำนอง "คนพวกนั้นสกปรก" หรือ "คนพวกนั้นไม่มีวันเปลี่ยน" ในใจตัวเอง แล้วถามว่ามีเหตุผลรองรับจริงหรือไม่
สมมติพระราชาให้คนร้อยคนต่างชาติกำเนิดมาก่อไฟ คนจากตระกูลสูงใช้ไม้สาละหรือไม้จันทน์ คนจากตระกูลต่ำใช้ไม้รางหมู ไม้รางน้ำสุนัข หรือไม้ละหุ่ง ไฟที่เกิดขึ้นทุกกองย่อมมีเปลว มีสี และมีแสงสว่างเหมือนกัน และใช้ทำประโยชน์ได้เหมือนกัน
เวลาคัดเลือกคนเข้าทำงานหรือรับฟังความคิดเห็น ให้ดูที่ผลงานและความสามารถ ไม่ใช่ที่มาของเขา ความคิดดี ๆ อาจมาจากคนที่เราไม่คาดคิด
ฤๅษีอสิตะ เทวละ ถามฤๅษีพราหมณ์เจ็ดตนผู้ถือว่าพราหมณ์ประเสริฐสุด ว่ารู้หรือไม่ว่ามารดาและยายของตนย้อนไปเจ็ดชั่วคนอยู่กับชายพราหมณ์เท่านั้น และรู้หรือไม่ว่าการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ฤๅษีเหล่านั้นตอบว่าไม่รู้ ความภูมิใจในสายเลือดที่บริสุทธิ์จึงตั้งอยู่บนสิ่งที่ตรวจสอบไม่ได้
เมื่อรู้สึกภูมิใจหรืออับอายในตระกูล ภาค หรือเชื้อชาติของตน ลองย้ายความสนใจมาที่สิ่งที่ตัวเองทำได้จริงในวันนี้แทน
อคติเรื่องชาติกำเนิดในวันนี้อาจไม่ได้มาในชื่อวรรณะ แต่มาในรูปของสีผิว เชื้อชาติ ภาค นามสกุล สถาบันที่จบ หรือฐานะของครอบครัว วิธีของพระสูตรนี้ใช้ได้ตรง ๆ คือไม่ต้องเถียงกันด้วยอารมณ์ แต่ถามคำถามที่ให้อีกฝ่ายตรวจความเชื่อของตัวเอง
คำถามที่ใช้ได้เสมอคือ "ถ้าคนกลุ่มนั้นทำแบบเดียวกัน ผลจะต่างกันไหม" ถ้าคำตอบคือไม่ต่าง ความเชื่อว่ากลุ่มหนึ่งเหนือกว่าอีกกลุ่มก็ไม่มีฐานรองรับ
พระสูตรนี้ใช้ตรวจใจตัวเองได้ด้วย ก่อนตัดสินใครจากสำเนียง ชื่อ หรือหน้าตา ให้ถามตัวเองว่ากำลังตัดสินจากสิ่งที่เขาทำ หรือจากสิ่งที่เขาเกิดมาเป็น
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ในราตรีแจ่มกระจ่างที่ต้นสาละบานสะพรั่ง พระเถระผู้ใหญ่ผลัดกันตอบว่าภิกษุแบบใดทำให้ป่าโคสิงคสาลวันงาม แต่ละรูปตอ…
บุตรเศรษฐีผู้มีทุกอย่างตื่นกลางดึกแล้วอุทานว่า "ที่นี่วุ่นวายหนอ" พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า "ที่นี่ไม่วุ่นวาย" จนย…
กถาสั้น ๆ ในวรรคที่ ๗ ของกถาวัตถุ ถามว่าทานคือเจตสิกธรรมในใจผู้ให้ หรือคือสิ่งของที่ให้ ทั้งสองฝ่ายยกพระสูตรมา…
อดีตพระราชาสององค์ออกบวชด้วยกัน องค์หนึ่งแอบเก็บเกลือไว้ อีกองค์ตักเตือน ผู้ถูกเตือนย้อนว่าไหนว่าเลิกสั่งสอนคน…