ภัททาลิสูตร: เมื่อไม่อยากทำตามข้อฝึก
ข้อปฏิบัติ

ภัททาลิสูตร: เมื่อไม่อยากทำตามข้อฝึก

ภทฺทาลิสุตฺตํ

พระภัททาลิไม่ยอมทำตามข้อฝึกและหลบหน้าพระพุทธเจ้าทั้งพรรษา จนยอมรับผิดในที่สุด — บทเรียนเรื่องการรับคำตักเตือน และการฝึกตนเหมือนม้าอาชาไนย

๕ ข้อ

ในภัททาลิสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระองค์ฉันอาหารวันละครั้ง และรู้สึกว่ามีโรคน้อย กายเบา มีกำลัง อยู่สบาย จึงชวนภิกษุทั้งหลายให้ทำเช่นนั้น พระภัททาลิทูลว่าทำไม่ได้ เพราะกลัวจะเกิดความรำคาญใจ แม้พระพุทธเจ้าทรงเสนอทางผ่อนปรนให้ฉันส่วนหนึ่ง แล้วนำอีกส่วนไปฉันภายหลัง ท่านก็ยังปฏิเสธ และหลบหน้าพระพุทธเจ้าตลอดไตรมาส

เมื่อใกล้ออกพรรษา ภิกษุทั้งหลายเตือนให้ท่านไปสารภาพก่อนพระพุทธเจ้าจะเสด็จจาริก พระภัททาลิจึงไปทูลขอขมา พระพุทธเจ้าทรงรับ และชี้ว่าท่านไม่ได้คิดเลยว่าพระพุทธเจ้า ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา และเทวดา ต่างก็รู้เรื่องนี้

จากนั้นทรงสอนว่าภิกษุที่ถูกตักเตือนแล้วตอบเลี่ยง แสดงความโกรธ สงฆ์ก็จะพิจารณาเรื่องของเธอไม่ให้จบง่าย ๆ ส่วนผู้ที่ถูกเตือนแล้วรับฟังด้วยดี เรื่องก็ระงับได้เร็ว ทรงอธิบายว่าสิกขาบทมีมากขึ้นเพราะเมื่อสงฆ์ใหญ่ขึ้น มีลาภ ยศ และความเป็นพหูสูตมากขึ้น ธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งอาสวะก็ปรากฏมากขึ้น และทรงยกอุปมาการฝึกลูกม้าอาชาไนยทีละขั้น

  1. ๑

    ปฏิเสธแม้มีทางผ่อนปรน น อุสฺสหามิ

    พระพุทธเจ้าไม่ได้สั่งให้ทำทันที แต่เสนอวิธีที่ง่ายลง พระภัททาลิยังปฏิเสธ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ข้อฝึกยากเกินไป แต่อยู่ที่ใจที่ยังไม่ยอมลองเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่า "ทำไม่ได้หรอก" ลองถามตัวเองว่ามีเวอร์ชันที่ง่ายกว่านี้ที่พอทำได้ไหม แล้วเริ่มจากตรงนั้น

  2. ๒

    หลบหน้าไม่ได้ทำให้เรื่องหายไป น สมฺมุขีภาวํ อทาสิ

    พระภัททาลิหลบหน้าพระพุทธเจ้าตลอดสามเดือน แต่ทุกคนรู้เรื่องนี้ การหลบเลี่ยงจึงเพิ่มภาระให้ตัวเอง มากกว่าช่วยให้พ้นจากความอึดอัด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ากำลังหลบใครสักคนเพราะรู้ว่าตัวเองผิด ลองนัดคุยให้จบภายในสัปดาห์นี้

  3. ๓

    ยอมรับผิดแล้วเรื่องก็จบได้ อจฺจโย มํ ภนฺเต อจฺจคมา

    เมื่อพระภัททาลิทูลว่าตนทำผิดไปเพราะความโง่ พระพุทธเจ้าทรงรับการขอขมา และตรัสว่าการเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามธรรม เป็นความเจริญในวินัยของพระอริยะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การขอโทษที่ดีคือบอกตรง ๆ ว่าผิดอะไร และจะระวังอย่างไรต่อไป ไม่ต้องแก้ตัวยาว

  4. ๔

    รับคำเตือนอย่างไร เรื่องก็จบอย่างนั้น วุจฺจมาโน

    ภิกษุที่ถูกเตือนแล้วพูดเลี่ยงไปเรื่องอื่น แสดงความโกรธ ไม่ประพฤติให้ถูก เรื่องของเธอจะไม่จบง่าย ส่วนผู้ที่รับฟังและปรับตัว เรื่องก็ระงับได้เร็ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกทักท้วงในที่ทำงาน ลองตอบว่า "ขอบคุณ เดี๋ยวแก้" ก่อนจะอธิบายเหตุผล สังเกตว่าเรื่องจบเร็วขึ้นแค่ไหน

  5. ๕

    ฝึกตนเหมือนลูกม้าอาชาไนย อาชานีโย

    ผู้ฝึกม้าเริ่มจากให้ลูกม้าคุ้นกับบังเหียน ช่วงแรกมันดิ้นรนขัดขืน แต่เมื่อฝึกซ้ำ ๆ ก็สงบลง แล้วค่อยฝึกขั้นต่อไป การฝึกตนก็ต้องผ่านช่วงที่ใจขัดขืนเช่นกัน จนถึงความเป็นผู้ควรแก่การบูชา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความอึดอัดช่วงแรกของนิสัยใหม่เป็นเรื่องปกติ ให้เวลากับมันสักสองสามสัปดาห์ก่อนตัดสินว่าทำไม่ได้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

หลายคนเคยเป็นพระภัททาลิ คือรู้ว่าคำแนะนำนั้นดี แต่ไม่อยากทำ แล้วเลือกหลบหน้าคนที่แนะนำแทนที่จะคุยตรง ๆ พระสูตรนี้ชี้ว่าการหลบไม่ได้ทำให้เรื่องหายไป คนรอบข้างรู้อยู่แล้ว และยิ่งปล่อยนานยิ่งยาก

สิ่งที่น่าสังเกตคือพระพุทธเจ้าไม่ได้บังคับ แต่เสนอทางผ่อนปรนก่อน และเมื่อพระภัททาลิกลับมาขอขมาก็ทรงรับทันที ใช้เป็นแบบอย่างได้ทั้งฝ่ายผู้เตือนและผู้ถูกเตือน

เรื่องการฉันมื้อเดียวเป็นข้อปฏิบัติของนักบวช ไม่ใช่คำแนะนำทางโภชนาการสำหรับทุกคน ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับการกินอาหาร

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อากังเขยยสูตร: ถ้าปรารถนาสิ่งใด ให้เริ่มที่ศีล

อากงฺเขยฺยสุตฺตํ

พระพุทธเจ้าทรงแสดงสิ่งที่ภิกษุอาจปรารถนา ๑๗ อย่าง ตั้งแต่เป็นที่รักของเพื่อน ได้ปัจจัย ๔ ข่มความกลัวได้ ไปจนถึ…

สามท่าทีต่อกฎ: ไม่ยอมเรียน ก่นว่าจุกจิก และแสร้งว่าไม่รู้

สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน

สามสิกขาบทแรกในสหธรรมิกวรรค ห้ามท่าทีสามแบบเมื่อถูกเตือนตามกฎ คือตอบว่าจะยังไม่ทำตามจนกว่าจะได้ถามผู้รู้ ก่นว่…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้