โคตมพุทธวงศ์: พระประวัติพระโคตมพุทธเจ้าในพุทธวงศ์
หลักธรรมพื้นฐาน

โคตมพุทธวงศ์: พระประวัติพระโคตมพุทธเจ้าในพุทธวงศ์

โคตมพุทฺธวํโส

ในพุทธวงศ์ พระพุทธเจ้าตรัสเล่าพระประวัติของพระองค์เองอย่างย่อ ตั้งแต่พระนคร พระบิดามารดา การออกผนวช ต้นไม้ที่ตรัสรู้ อัครสาวก และพระอุปัฏฐาก แล้วสรุปลำดับพระพุทธเจ้าในอดีตและอนาคตในพุทธปกิรณกกัณฑ์

๘ ข้อ

ในพุทธวงศ์ ขุททกนิกาย พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องพระพุทธเจ้า ๒๔ พระองค์ในอดีต ตั้งแต่พระทีปังกรพุทธเจ้าซึ่งพยากรณ์สุเมธดาบส จนถึงพระกัสสปพุทธเจ้า แล้วจบด้วยโคตมพุทธวงศ์ซึ่งเป็นวงศ์ที่ ๒๕ คือเรื่องของพระองค์เอง ต้นเรื่องของพุทธวงศ์อยู่ในรัตนจงกรมกัณฑ์ ที่พระพุทธเจ้าทรงนิรมิตที่จงกรมแก้วในอากาศ และพระสารีบุตรทูลถามถึงความตั้งใจแต่แรกของพระองค์

โคตมพุทธวงศ์เป็นคาถาสั้น ๆ ที่ตรัสในบุรุษที่หนึ่ง ให้ข้อมูลหลักตามแบบเดียวกับพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นในคัมภีร์ คือ พระนคร พระบิดามารดา ระยะเวลาครองเรือน พระชายาและพระโอรส การออกผนวช ระยะเวลาบำเพ็ญเพียร สถานที่แสดงธรรมจักร อัครสาวก อุปัฏฐาก ต้นไม้ที่ตรัสรู้ และพระชนมายุ

ต่อจากนั้นเป็นพุทธปกิรณกกัณฑ์ ซึ่งสรุปว่าพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เสด็จอุบัติในกัปใด และธาตุภาชนียกถา ซึ่งเล่าการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ชื่อบางชื่อในคาถาเขียนต่างกันในฉบับต่าง ๆ ส่วนรายละเอียดพุทธประวัติที่คนไทยคุ้นเคยนอกเหนือจากนี้ ส่วนใหญ่มาจากอรรถกถาและคัมภีร์ชั้นหลัง

  1. ๑

    ตรัสรู้เพราะบำเพ็ญเพียร อหเมตรหิ สมฺพุทฺโธ โคตโม สกฺยวฑฺฒโน

    บัดนี้ เราเป็นพระสัมพุทธเจ้านามว่าโคดม ผู้ทำความเจริญแก่ศากยสกุล บำเพ็ญเพียรแล้วบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เมื่อพรหมอาราธนาจึงประกาศธรรมจักร การบรรลุธรรมครั้งแรกมีแก่สัตว์ ๑๘ โกฏิ ครั้งที่สองในสมาคมมนุษย์และเทวดา และครั้งที่สามเมื่อทรงสอนราหุลผู้เป็นบุตร มีจำนวนนับไม่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความสำเร็จสูงสุดในเรื่องนี้เริ่มจากคำว่า "บำเพ็ญเพียรแล้ว" ไม่ใช่โชค เมื่อท้อกับเป้าหมายระยะยาว ให้กลับมาถามว่าวันนี้ได้ลงมือทำส่วนของตัวเองแล้วหรือยัง

  2. ๒

    ประชุมสาวกครั้งเดียว ๑,๒๕๐ รูป อฑฺฒเตฬสสตานํ

    พระองค์มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป ทรงรุ่งเรืองท่ามกลางภิกษุสงฆ์ และทรงประกาศอริยสัจ ๔ เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ ตรัสว่าคำสอนของศากยมุนีแพร่หลาย บริสุทธิ์ เป็นประโยชน์แก่คนมาก และมีภิกษุผู้สิ้นอาสวะหลายร้อยรูปแวดล้อมอยู่เสมอ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ชุมชนที่ดีวัดจากคุณภาพของคนในชุมชน ไม่ใช่จำนวนงานใหญ่ที่จัด ในกลุ่มหรือทีมที่เราดูแล ให้ใส่ใจการเติบโตของคนที่มีอยู่มากกว่าการเพิ่มจำนวนสมาชิก

  3. ๓

    พระนครและพระราชวงศ์ นครํ กปิลวตฺถุ เม

    พระนครชื่อกบิลพัสดุ์ พระบิดาคือพระเจ้าสุทโธทนะ พระมารดาผู้ให้กำเนิดคือพระนางมายาเทวี ทรงครองเรือนอยู่ ๒๙ ปี มีปราสาทชั้นเยี่ยม ๓ หลัง พระชายาชื่อยโสธรา พระโอรสชื่อราหุล ชื่อปราสาทและพระนามพระชายาในคาถาบางฉบับเขียนต่างกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่า "ถ้ามีสิ่งนี้แล้วจะพอ" ให้ระลึกว่าผู้ที่มีพร้อมทุกอย่างตามที่โลกยกย่อง ยังเลือกแสวงหาคำตอบของความทุกข์ที่ลึกกว่านั้น

  4. ๔

    เห็นนิมิต ๔ แล้วออกผนวช นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา

    ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการแล้ว เสด็จออกด้วยม้าพระที่นั่ง บำเพ็ญเพียรอันทำได้ยากอยู่ ๖ ปี แล้วประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนะ เมืองพาราณสี คาถาไม่ได้ระบุว่านิมิต ๔ คืออะไร ที่รู้จักกันว่าคือคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช มาจากคำอธิบายในอรรถกถา และตรงกับเรื่องของพระวิปัสสีพุทธเจ้าในมหาปทานสูตร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความแก่ ความเจ็บ และความตายที่เห็นรอบตัวเป็นนิมิตให้ทบทวนชีวิตได้ เมื่อไปเยี่ยมคนป่วยหรือไปงานศพ ลองถามตัวเองว่ากำลังใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญจริงหรือไม่

  5. ๕

    อัครสาวก อุปัฏฐาก และผู้อุปถัมภ์ โกลิโต อุปติสฺโส จ

    อัครสาวกคือภิกษุโกลิตะและอุปติสสะ (พระมหาโมคคัลลานะและพระสารีบุตร) อุปัฏฐากผู้อยู่ใกล้ชิดคือพระอานนท์ อัครสาวิกาคือภิกษุณีเขมาและอุบลวรรณา อัครอุปัฏฐากฝ่ายอุบาสกคือจิตตะและหัตถกะชาวอาฬวี ฝ่ายอุบาสิกาคือนันทมาตาและอุตตรา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    พระพุทธเจ้าเองก็มีผู้ช่วยครบทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ทั้งชายและหญิง งานดีในชีวิตเราก็อาศัยคนหลายแบบ ลองขอบคุณคนที่คอยช่วยเราอย่างเงียบ ๆ สักคนในสัปดาห์นี้

  6. ๖

    ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถะ พระชนมายุร้อยปี อหํ อสฺสตฺถมูลมฺหิ

    ทรงบรรลุสัมโพธิญาณที่โคนต้นอัสสัตถะ คือต้นโพธิ์ มีรัศมีแผ่ออกหนึ่งวาอยู่เสมอ ตรัสว่าพระชนมายุในบัดนี้น้อย คือร้อยปี แต่ในเวลาเท่านั้นก็ช่วยให้คนจำนวนมากข้ามพ้นวัฏสงสารได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ชีวิตร้อยปีถูกเรียกว่าน้อย แต่ยังทำประโยชน์ได้มาก อย่ารอให้มีเวลามากกว่านี้จึงเริ่มทำสิ่งที่มีความหมาย

  7. ๗

    ตั้งคบเพลิงคือธรรมไว้ให้คนรุ่นหลัง ฐปยิตฺวาน ธมฺโมกฺกํ

    ทรงตั้งคบเพลิงคือธรรมไว้เพื่อให้คนภายหลังได้ตรัสรู้ ตรัสว่าอีกไม่นานพระองค์พร้อมสงฆ์สาวกจะปรินิพพาน ณ ที่นี้ เหมือนไฟดับเพราะสิ้นเชื้อ พระวรกายที่มีลักษณะ ๓๒ ประการและรัศมีสว่างไสว ทั้งหมดจะหายไป แล้วจบวงศ์ด้วยคำว่า สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ปิดท้ายเรื่องของพระพุทธเจ้าพระองค์อื่นในพุทธวงศ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สิ่งที่เหลือหลังจากเราจากไปไม่ใช่รูปร่างหรือตำแหน่ง แต่คือสิ่งที่ส่งต่อให้คนอื่น เช่น ความรู้ วิธีคิด หรือความดีที่เคยทำ ลองคิดว่าอยากทิ้งคบเพลิงแบบไหนไว้

  8. ๘

    พระพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้ อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป

    พุทธปกิรณกกัณฑ์สรุปว่า ในกัปที่นับไม่ได้ก่อนหน้านี้มีพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ในกัปเดียว คือพระตัณหังกร พระเมธังกร พระสรณังกร และพระทีปังกร จากนั้นไล่ลำดับพระพุทธเจ้าในกัปต่าง ๆ จนถึงภัทรกัปนี้ ซึ่งมีพระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคดมในบัดนี้ และพระเมตไตรยซึ่งจะเสด็จอุบัติ ทั้ง ๕ พระองค์เป็นนักปราชญ์ผู้อนุเคราะห์โลก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การเห็นว่ามีพระพุทธเจ้ามาหลายพระองค์ และทุกพระองค์สอนทางเดียวกัน ช่วยให้มองธรรมะว่าเป็นความจริงที่ถูกค้นพบ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของใครคนหนึ่ง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พุทธวงศ์ตอบคำถามว่าพระพุทธเจ้าคือใคร โดยไม่ได้ยกพระองค์ให้เป็นผู้สร้างโลก แต่เป็นผู้ที่บำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้ ประกาศธรรม และปรินิพพานไปตามธรรมดาของสังขาร เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ

สิ่งที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้าในพุทธวงศ์คือความตั้งใจมั่นและการบำเพ็ญบารมีเป็นเวลายาวนาน ไม่ใช่ชาติกำเนิดหรือฤทธิ์ คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าเป็นพระพุทธเจ้า แต่นำหลักเดียวกันมาใช้ได้ คือความเพียรที่ต่อเนื่อง และการทำประโยชน์ให้คนอื่นไปพร้อมกัน

ตัวเลขอย่างจำนวนโกฏิ จำนวนกัป และรัศมี ควรอ่านตามที่คัมภีร์เล่า ใจความที่นำมาใช้ได้คือ แม้ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังอยู่ใต้ความไม่เที่ยง และสิ่งที่ส่งต่อได้จริงคือธรรม

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ชตุกัณณีมาณวกปัญหานิทเทส: เผาสิ่งที่ผ่านมา ไม่ก่อสิ่งที่ยังไม่มา

ชตุกณฺณีมาณวกปญฺหานิทฺเทโส

ชตุกัณณีขอให้ตรัสบอกทางแห่งความสงบ คำตอบสั้นมาก คือกำจัดความกำหนัดในกาม เผาสิ่งที่มีมาก่อนให้เหือดแห้ง อย่าให้…

อนภิรติชาดก: น้ำขุ่นมองไม่เห็นก้น ใจขุ่นมองไม่เห็นประโยชน์

อนภิรติชาตกํ

เมื่อน้ำขุ่น คนย่อมมองไม่เห็นหอย กรวด ทราย และฝูงปลา เมื่อจิตขุ่นมัว คนก็มองไม่เห็นทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู…

ไปหาคนที่หลงทาง ป่วย และหวาดกลัว: อปทานว่าด้วยการมาช่วยในเวลาที่ต้องการ

กึ นุ โสจสิ มา ภายิ

อปทานที่ผู้เล่าเป็นฝ่ายได้รับความช่วยเหลือ หรือเป็นผู้ไปช่วยคนอื่น ทั้งคนป่วยหนักใต้ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าเสด็จม…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้