สิกขาปทวิภังค์: ศีล ๕ เมื่อมองผ่านสภาพจิต
สิกฺขาปทวิภงฺโควิภังค์ที่ ๑๔ ถามว่าสิกขาบททั้งห้า "คืออะไร" ในขณะจิตที่งดเว้น แล้วตอบสามแบบ คือตัวการงดเว้น ตัวเจตนา และธรรมท…
จนฺทูปมสุตฺตํ
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ภิกษุเข้าไปสู่ตระกูลเหมือนดวงจันทร์ ถอยกายถอยใจ เป็นผู้ใหม่เสมอ ไม่คะนอง ใจไม่ติดข้องเหมือนมือที่โบกในอากาศ และแสดงธรรมด้วยความกรุณา ไม่ใช่เพื่อให้คนมาเลื่อมใสตน — โดยยกพระมหากัสสปะเป็นแบบอย่าง
ในจันทูปมสูตร กัสสปสังยุต สังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุว่า จงเข้าไปสู่ตระกูลเหมือนดวงจันทร์ พรากกาย พรากจิตออก เป็นผู้ใหม่เป็นนิตย์ ไม่คะนองในตระกูล เหมือนคนที่มองลงไปในบ่อน้ำเก่า หลุมบนภูเขา หรือแม่น้ำที่ขาดเป็นห้วง ๆ และตรัสว่ากัสสปะเป็นเช่นนั้น
จากนั้นทรงโบกพระหัตถ์ในอากาศ ตรัสว่ามือไม่ข้อง ไม่ติด ไม่พัวพันในอากาศฉันใด ใจของภิกษุที่เข้าไปสู่ตระกูลก็ควรเป็นฉันนั้น แล้วทรงแยกการแสดงธรรมที่ไม่บริสุทธิ์ คือแสดงเพื่อให้คนเลื่อมใสตน กับที่บริสุทธิ์ คือแสดงเพราะธรรมดี และเพราะความกรุณา
ในสันตุฏฐสูตร ซึ่งเป็นสูตรแรกของกัสสปสังยุต พระพุทธเจ้าตรัสว่ากัสสปะสันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยารักษาโรคตามมีตามได้ และทรงให้ภิกษุศึกษาตามอย่างกัสสปะ
พระมหากัสสปะสันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และยารักษาโรคตามมีตามได้ กล่าวสรรเสริญความสันโดษ ไม่แสวงหาในทางที่ไม่ควร ไม่ได้ก็ไม่ทุรนทุราย ได้แล้วก็ไม่ติดใจ ใช้สอยโดยเห็นโทษและมีปัญญารู้จักสลัดออก
ก่อนซื้อของใหม่ ลองถามว่าของเดิมยังใช้ได้ไหม และถ้าไม่ได้ของที่อยากได้ เราจะยังสบายใจอยู่ได้หรือไม่
พระพุทธเจ้าตรัสให้ภิกษุเข้าไปสู่ตระกูลเหมือนดวงจันทร์ พรากกาย พรากจิตออก คือไม่เข้าไปคลุกคลีจนเกินพอดีทั้งกายและใจ และตรัสว่ากัสสปะเป็นผู้เปรียบเหมือนดวงจันทร์ เข้าไปสู่ตระกูลอย่างนั้น
เวลาไปบ้านคนอื่น ให้อยู่ในพื้นที่ที่เจ้าของเชิญ ไม่เปิดตู้ ไม่ถามเรื่องส่วนตัวเกินไป และรู้จักเวลากลับ
ทรงให้เป็นผู้ใหม่เป็นนิตย์ และไม่คะนองในตระกูล ต่อให้คุ้นเคยกันมานาน ก็ยังรักษาความนอบน้อมเหมือนครั้งแรกที่ได้ไปเยือน
กับเพื่อนสนิทหรือลูกค้าเก่า ยังพูดขอบคุณ ขออนุญาต และไม่ทึกทักว่าอะไรก็ได้ เพราะความสนิทไม่ใช่ใบอนุญาตให้ไม่เกรงใจ
ทรงเปรียบว่า เหมือนคนที่พรากกายพรากใจ มองลงไปในบ่อน้ำที่คร่ำคร่า หลุมบนภูเขา หรือแม่น้ำที่ขาดเป็นห้วง ๆ คือมองอย่างระวัง ไม่ยื่นตัวเข้าไปจนพลัดตก
เวลาเข้าไปช่วยเรื่องครอบครัวของคนอื่น เช่น ปัญหาคู่ครองของเพื่อน ให้ช่วยเท่าที่ถูกขอ ไม่กระโจนเข้าไปจนตัวเองกลายเป็นคู่กรณี
พระพุทธเจ้าทรงโบกพระหัตถ์ในอากาศ ตรัสว่ามือไม่ข้อง ไม่ยึด ไม่พัวพันในอากาศฉันใด ใจของผู้เข้าไปสู่ตระกูลก็ไม่ข้องฉันนั้น โดยคิดว่า ผู้ต้องการลาภก็ขอให้ได้ลาภ ผู้ต้องการบุญก็ขอให้ได้ทำบุญ และพอใจกับลาภของคนอื่นเหมือนพอใจกับลาภของตน
เมื่อช่วยใคร ให้ช่วยแล้วปล่อยมือ ไม่ทวงบุญคุณ และเมื่อเขาได้ดีจากที่อื่น ก็ยินดีด้วยอย่างจริงใจ
ภิกษุที่แสดงธรรมโดยคิดว่า ขอให้คนฟังแล้วเลื่อมใส แล้วแสดงอาการเลื่อมใสต่อเรา การแสดงธรรมนั้นไม่บริสุทธิ์ ส่วนภิกษุที่แสดงธรรมเพราะเห็นว่าธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว และหวังให้คนฟังเข้าใจแล้วปฏิบัติตาม การแสดงธรรมนั้นบริสุทธิ์
ก่อนแชร์ความรู้หรือให้คำแนะนำ ถามตัวเองว่าเราอยากให้เขาเข้าใจ หรืออยากให้เขาเห็นว่าเราเก่ง
ภิกษุที่แสดงธรรมอย่างบริสุทธิ์ แสดงเพราะอาศัยความที่ธรรมเป็นธรรมอันดี อาศัยความกรุณา ความเอ็นดู และความอนุเคราะห์ พระพุทธเจ้าตรัสว่ากัสสปะแสดงธรรมอย่างนี้ และทรงให้ภิกษุศึกษาตามอย่างกัสสปะ
เวลาสอนลูก สอนน้องใหม่ในที่ทำงาน หรือตอบคำถามในกลุ่มออนไลน์ ให้เริ่มจากความหวังดีต่อเขา ไม่ใช่จากความอยากชนะหรืออยากได้คำชม
คำสอนนี้ตรัสแก่ภิกษุที่ต้องเข้าไปบิณฑบาตและเยี่ยมบ้านญาติโยม แต่หลักเดียวกันใช้ได้กับคนทั่วไป ทั้งเวลาไปเยี่ยมบ้านเพื่อน บ้านญาติ ไปช่วยงาน หรือเข้าไปทำงานในองค์กรของคนอื่น
ภาพดวงจันทร์คือการเข้าไปอย่างสุภาพ นอบน้อม ไม่ทำตัวคุ้นเคยเกินงาม และไม่ถือว่าตนมีสิทธิ์ในบ้านของคนอื่น ส่วนภาพมือในอากาศคือการช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนหรือความผูกพันกลับมา
เรื่องการแสดงธรรมก็ใช้กับการสอนหรือให้คำแนะนำทุกอย่าง ถามตัวเองก่อนว่ากำลังช่วยให้เขาเข้าใจ หรือกำลังอยากให้เขาชื่นชมเรา
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
วิภังค์ที่ ๑๔ ถามว่าสิกขาบททั้งห้า "คืออะไร" ในขณะจิตที่งดเว้น แล้วตอบสามแบบ คือตัวการงดเว้น ตัวเจตนา และธรรมท…
พระฉันนะอ้างว่าพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นของตน จึงไม่ยอมให้ภิกษุอื่นว่ากล่าว เป็นต้นเรื่องของสิกขาบทเรื่องคนว่า…
พระอุทายียิงกาเพราะไม่ชอบ ภิกษุบางกลุ่มรู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ก็ยังใช้และรดลงดิน และพระฉัพพัคคีย์ไปขอตัวไหมจาก…
พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่าเคยอยู่อย่างสุขสบายที่สุด แต่ทรงพิจารณาว่า การรังเกียจคนแก่ คนเจ็บ คนตาย ทั้งที่ตัวเราก็ต…