จัมมขันธกะ: ปิดช่องเลี่ยงกฎทีละข้อ แต่เปิดทางให้คนเจ็บ
จมฺมกฺขนฺธกํระเบียบเรื่องรองเท้าและเครื่องหนังของภิกษุ พระฉัพพัคคีย์หาช่องเลี่ยงทุกครั้งที่ทรงห้าม จากรองเท้าสีสด เขียงเท้…
จริยาปิฏกํ
เรื่องสั้นแบบคาถาที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงชาติก่อน ดาบสอกิตติให้อาหารของตนหมด สังขพราหมณ์ถวายร่มและรองเท้า กระต่ายสละตัวเอง ช้างสีลวะไม่โกรธคนจับ กระบือไม่ทำร้ายลิงที่รังแก และกวางรุรุช่วยคนจมน้ำ
ในจริยาปิฎก ขุททกนิกาย พระพุทธเจ้าทรงเล่าความประพฤติในชาติก่อน ๆ ที่เป็นเครื่องบ่มโพธิญาณ เป็นคาถาสั้น ๆ เรื่องละไม่กี่บท หมวดแรกเป็นทานบารมีสิบเรื่อง หมวดที่สองเป็นศีลบารมีสิบเรื่อง
ในหมวดทานมีทั้งดาบส พราหมณ์ พระราชา และสัตว์ เช่น อกิตติดาบส สังขพราหมณ์ พระเจ้ามหาสุทัสนะ พระเจ้าสีวี และกระต่ายสสบัณฑิต ส่วนเรื่องพระเวสสันดรก็อยู่ในหมวดนี้ด้วย หมวดศีลส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่พระโพธิสัตว์มีกำลังพอจะตอบโต้ แต่เลือกไม่โกรธ เพราะกลัวศีลขาด
ท้ายหลายเรื่องมีประโยคซ้ำว่า มิใช่เกลียดสิ่งที่สละ แต่เพราะสัพพัญญุตญาณเป็นที่รัก คือการสละทั้งหมดมีเป้าหมายที่โพธิญาณ ไม่ใช่ลาภ ยศ หรือการเบื่อชีวิต
ดาบสอกิตติอยู่ในป่า ท้าวสักกะแปลงเป็นพราหมณ์มาขออาหาร ท่านให้ใบไม้ที่เก็บมาจากป่าซึ่งไม่มีน้ำมันและไม่เค็มจนหมดพร้อมภาชนะ วันที่สองวันที่สามก็ให้อีก ตนเองอดอาหาร แต่อยู่ได้ด้วยปีติและความสุข และกล่าวว่าไม่ได้ให้เพราะปรารถนายศหรือลาภ
ของที่เราให้ได้อาจดูธรรมดามาก เช่น ข้าวกล่องธรรมดาหรือเวลาครึ่งชั่วโมง สิ่งสำคัญคือให้ด้วยใจยินดี ไม่ใช่เพื่อให้ใครเห็น
สังขพราหมณ์เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเดินบนพื้นที่แข็งและร้อนจัด คิดว่าคนที่อยากได้ข้าวแต่เห็นนาดีแล้วไม่หว่านพืช ก็ไม่ใช่คนต้องการข้าวจริง ตนเห็นเนื้อนาบุญแล้วไม่ทำบุญก็เหมือนกัน จึงถอดรองเท้า ไหว้ แล้วถวายร่มและรองเท้าของตน
สังเกตความต้องการที่อยู่ตรงหน้า เช่น คนเดินกลางแดดหรือคนถือของหนัก แล้วให้สิ่งที่ตรงกับความต้องการนั้นทันที ไม่ต้องรอโอกาสใหญ่
พระเจ้ามหาสุทัสนะให้ประกาศทุกวันว่า ใครหิว ใครกระหาย ใครต้องการผ้า ร่ม หรือรองเท้า ให้มารับไป ตั้งของไว้ให้ในที่หลายร้อยแห่ง มาเวลาใดก็ได้ พระองค์ตรัสว่าไม่ใช่เกลียดทรัพย์และไม่ใช่ไม่มีการเก็บสะสม แต่เปรียบเหมือนคนไข้ที่ยอมจ่ายให้หมอพอใจเพื่อหายจากโรค
ถ้ามีกำลัง ลองทำการให้ที่เป็นระบบ เช่น ตู้ปันสุขหน้าบ้าน หรือการบริจาคประจำเดือนในจำนวนที่ไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น เพราะการให้กับการวางแผนการเงินไปด้วยกันได้
กระต่ายอยู่กับลิง สุนัขจิ้งจอก และนาก สอนเพื่อนให้เว้นบาป ในวันอุโบสถชวนกันเตรียมทาน เพื่อน ๆ เตรียมตามกำลัง แต่กระต่ายกินหญ้า ไม่มีงา ถั่ว หรือข้าว จึงคิดว่าถ้ามีผู้มาขอจะให้ตัวเอง ท้าวสักกะแปลงเป็นพราหมณ์มาทดลอง กระต่ายให้ก่อไฟแล้วกระโดดลงไป และเล่าว่าความร้อนทั้งปวงระงับเหมือนดำลงในน้ำเย็น
เรื่องนี้เป็นอุดมคติ ไม่ใช่แบบให้ทำตาม บทเรียนที่ใช้ได้คือ แม้ไม่มีเงินหรือของ เรายังมีสิ่งที่ให้ได้ เช่น แรง เวลา ความรู้ หรือการฟังอย่างตั้งใจ
พระโพธิสัตว์เป็นช้างเลี้ยงมารดาอยู่ในป่าหิมพานต์ ควาญช้างของพระราชามาพบขณะถอนเง่าบัวไปเลี้ยงแม่ แล้วจับที่งวง ช้างมีกำลังเท่าช้างหลายพัน เหยียบคนเหล่านั้นได้ แต่ไม่ทำจิตให้โกรธ แม้จะถูกใส่เสาตลุง หรือถูกทำร้ายด้วยขวานและหอก เพราะกลัวศีลจะขาด
เมื่อเรามีอำนาจเหนือกว่า เช่น เป็นหัวหน้า พ่อแม่ หรือลูกค้า และรู้สึกไม่พอใจ ให้จำไว้ว่าการใช้อำนาจตอบโต้ด้วยความโกรธคือการทิ้งศีลของตัวเอง
ลิงตัวหนึ่งมาถ่ายรดคอ หน้าผาก และคิ้วของกระบือทุกวัน เทวดาบอกให้ใช้เขาและกีบฆ่ามันเสีย กระบือตอบว่า ถ้าโกรธลิงนั้นก็จะเลวกว่ามัน ศีลจะแตก และวิญญูชนจะติเตียน ผู้มีปัญญาย่อมอดกลั้นคำดูหมิ่นของคนทุกระดับได้
เมื่อถูกยั่วซ้ำ ๆ ทั้งในที่ทำงานหรือในโลกออนไลน์ ก่อนตอบกลับ ให้ถามว่า "ถ้าตอบแบบนี้ เราจะต่ำลงไปเท่าเขาหรือไม่" การไม่ตอบโต้ไม่ได้ห้ามการตั้งขอบเขตหรือแจ้งผู้ที่รับผิดชอบ
ชายคนหนึ่งถูกเจ้าหนี้ทวงจนกระโดดลงแม่น้ำคงคา ถูกน้ำพัดร้องไห้ทั้งคืนทั้งวัน กวางรุรุสละชีวิตว่ายไปช่วยขึ้นฝั่ง แล้วขอเพียงอย่าบอกใครว่าตนอยู่ที่ไหน แต่ชายนั้นอยากได้ทรัพย์จึงพาพระราชามา เมื่อพระราชาจะยิงชายผู้ประทุษร้ายมิตร กวางกลับปกป้องเขา และกล่าวว่าตนรักษาศีล ไม่ใช่รักษาชีวิต
ความดีที่ทำไปแล้วไม่ต้องขึ้นกับว่าอีกฝ่ายจะตอบแทนอย่างไร เมื่อถูกเนรคุณ เราระวังตัวมากขึ้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความแค้นเปลี่ยนเราเป็นคนใจร้าย
ธรรมเทพบุตรชักชวนผู้คนให้ทำกุศลกรรมบถสิบ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเทพบุตรผู้ชักชวนในอกุศล วันหนึ่งรถของทั้งสองสวนทางกันจนแอกชนกัน เกิดการวิวาทว่าใครจะหลีก ธรรมเทพบุตรมีกำลังพอจะทำลายอีกฝ่าย แต่ระงับใจแล้วหลีกทางให้ เพื่อรักษาศีล คัมภีร์เล่าว่าขณะนั้นแผ่นดินเปิดช่องให้อธรรมเทพบุตร
บนถนนหรือในการโต้เถียง ฝ่ายที่ถูกไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้ง การหลีกทางให้คนที่ก้าวร้าวมักเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด และผลของการกระทำของเขาเป็นเรื่องของเขาเอง
เรื่องการให้อย่างสุดขั้วในจริยาปิฎก เช่น การสละร่างกายหรือดวงตา เป็นอุดมคติของพระโพธิสัตว์ ไม่ใช่คำแนะนำให้คนทั่วไปให้เกินกำลังจนตนเองหรือครอบครัวเดือดร้อน ไม่ใช่เหตุให้ทำร้ายตัวเอง และไม่ใช่ข้ออ้างให้ยกสิ่งที่เป็นของคนอื่นหรือตัวคนอื่นไปให้ใคร
สิ่งที่นำมาใช้ได้คือท่าทีของใจ ให้ด้วยความยินดี ให้เท่าที่มี ไม่หวังชื่อเสียง และในเรื่องศีล การมีกำลังเหนือกว่าไม่ใช่เหตุผลให้ใช้กำลัง
เรื่องศีลในหมวดนี้ใกล้ตัวมาก เราไม่ค่อยเจอพรานจับช้าง แต่เจอคนที่รังแกซ้ำ ๆ หรือคนที่เนรคุณ การไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธไม่ได้แปลว่ายอมให้ถูกทำร้าย เรายังปกป้องตัวเองและขอความช่วยเหลือได้ โดยไม่ทิ้งศีลของตน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ระเบียบเรื่องรองเท้าและเครื่องหนังของภิกษุ พระฉัพพัคคีย์หาช่องเลี่ยงทุกครั้งที่ทรงห้าม จากรองเท้าสีสด เขียงเท้…
ไม่มอบหมายห้องแล้วจากไปจนไฟไหม้ก็ไม่มีใครกล้าช่วยขนของ เข้าอารามโดยไม่บอกกล่าว แล้วพอถือกฎเคร่งเกินไปจนเลิกมาช…
ท้าวสักกะให้พรดาบสอกิตติได้ตามปรารถนา แต่ดาบสไม่ขอทรัพย์หรือสวรรค์ กลับขอให้ใจไม่มีความโลภ ไม่มีโทสะ ไม่ต้องอย…
สัมมาสมาธิของพระอริยะมีองค์มรรคอีก ๗ ข้อเป็นเครื่องอุปการะ ในทุกองค์ สัมมาทิฏฐินำหน้า สัมมาวายามะและสัมมาสติคอ…