สโมธานปริวาส: เมื่อกระบวนการรับผิดสะดุดกลางทาง
สโมธานปริวาโสสมุจจยขันธกะไล่กรณีที่ยุ่งยากของการอยู่ปริวาสและประพฤติมานัต เช่น มีอาบัติหลายตัวปิดไว้นานไม่เท่ากัน ปิดไว้โดย…
น เจตนาย กรณียํ
ผู้มีศีลไม่ต้องตั้งใจอ้อนวอนว่าขอความไม่เดือดร้อนใจจงเกิด เพราะเป็นธรรมดาที่มันจะเกิดเอง แล้วต่อไปเป็นปราโมทย์ ปีติ กายสงบ สุข สมาธิ รู้เห็นตามจริง เบื่อหน่าย คลายกำหนัด จนถึงวิมุตติญาณทัสสนะ ธรรมย่อมหลั่งไหลสู่ธรรมเพื่อถึงฝั่ง
ในเจตนาสูตร นิสสายวรรค เอกาทสกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอความไม่เดือดร้อนใจจงเกิดแก่เรา ข้อที่ความไม่เดือดร้อนใจเกิดขึ้นแก่ผู้มีศีลนั้นเป็นธรรมดา แล้วตรัสต่อไปทีละขั้นในรูปเดียวกัน จนถึงผู้คลายกำหนัดไม่ต้องตั้งใจว่าขอให้แจ้งวิมุตติญาณทัสสนะ เพราะเป็นธรรมดาที่จะเป็นเช่นนั้น
ลำดับขั้นเหมือนกับพระสูตรที่อยู่ก่อนหน้าในวรรคเดียวกัน ที่พระอานนท์ถามว่าศีลมีอะไรเป็นผล แต่เจตนาสูตรเน้นอีกแง่หนึ่ง คือแต่ละขั้นไม่ต้องบังคับหรืออ้อนวอนให้เกิด เมื่อเหตุพร้อม ผลก็ตามมาเอง
พระสูตรจบว่า ธรรมทั้งหลายย่อมหลั่งไหลไปสู่ธรรมทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายย่อมยังธรรมทั้งหลายให้บริบูรณ์ เพื่อการไปจากที่มิใช่ฝั่งสู่ฝั่ง
บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอความไม่เดือดร้อนใจจงเกิดแก่เรา เพราะเมื่อไม่ได้ทำสิ่งที่ต้องรู้สึกผิด ใจก็ไม่มีอะไรค้าง
แทนที่จะพยายามลืมความรู้สึกผิด ให้ดูว่ามีอะไรที่ยังต้องแก้ไขหรือขอโทษ เมื่อทำแล้ว ความเบาใจจะมาเอง
ทุกขั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า ข้อที่ผลเกิดขึ้นแก่ผู้มีเหตุพร้อมนั้นเป็นธรรมดา ไม่ใช่รางวัลที่ต้องขอ และไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนสร้าง
เมื่อรู้สึกว่าการฝึกไม่ได้ผลเสียที ให้กลับไปดูที่เหตุ แทนการกดดันตัวเองให้รู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ผู้ไม่มีความเดือดร้อนใจไม่ต้องตั้งใจให้ปราโมทย์เกิด ผู้มีปราโมทย์ไม่ต้องตั้งใจให้ปีติเกิด ความเบิกบานและความอิ่มใจเกิดขึ้นเองตามลำดับ
หลังวันที่ทำงานอย่างซื่อตรง สังเกตความอิ่มใจเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่ต้องไปหาความสุขจากที่อื่นมาเติม
ผู้มีใจประกอบด้วยปีติไม่ต้องตั้งใจว่าขอกายจงสงบ ผู้มีกายสงบแล้วไม่ต้องตั้งใจว่าขอเราจงเสวยสุข เพราะเป็นธรรมดาที่จะเป็นเช่นนั้น
ถ้านอนไม่หลับ แทนการบังคับตัวเองให้หลับ ลองทำใจให้โปร่งก่อน เช่น จดเรื่องค้างใจไว้ แล้วให้กายผ่อนคลายตามเอง
ผู้มีสุขไม่ต้องตั้งใจว่าขอจิตของเราจงตั้งมั่น จิตของผู้มีสุขย่อมตั้งมั่นเป็นธรรมดา สมาธิจึงไม่ได้มาจากการเค้นใจ แต่มาจากใจที่เป็นสุข
ก่อนนั่งสมาธิ อย่าเริ่มด้วยการเกร็ง ให้ใจสบายก่อน เช่น ระลึกถึงสิ่งดีที่ได้ทำ แล้วค่อยวางใจไว้กับลมหายใจ
ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่ต้องตั้งใจว่าขอเราจงรู้เห็นตามเป็นจริง ผู้มีจิตตั้งมั่นย่อมรู้เห็นตามเป็นจริงเป็นธรรมดา
เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องยาก ให้ใจนิ่งก่อน ความชัดเจนมักมาเองเมื่อใจไม่ขุ่น มากกว่าการคิดวนหลายรอบตอนร้อนรน
ผู้รู้เห็นตามจริงย่อมเบื่อหน่าย ผู้เบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด ผู้คลายกำหนัดย่อมทำให้แจ้งวิมุตติญาณทัสสนะ ทุกขั้นเป็นธรรมดา ไม่ต้องทำเจตนาอ้อนวอน
เมื่อเห็นโทษของบางสิ่งชัดจริง ๆ การปล่อยวางจะง่ายขึ้นเอง ไม่ต้องฝืนตัดใจด้วยแรงบังคับอย่างเดียว
พระสูตรจบว่า ธรรมทั้งหลายย่อมหลั่งไหลไปสู่ธรรมทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายย่อมยังธรรมทั้งหลายให้บริบูรณ์ เพื่อการไปจากที่มิใช่ฝั่งสู่ฝั่ง แต่ละขั้นส่งต่อไปยังขั้นถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ให้ความสำคัญกับขั้นที่อยู่ตรงหน้า เช่น รักษาศีลวันนี้ให้ดี แล้วไว้ใจว่าขั้นต่อไปจะตามมาเมื่อเหตุพร้อม
คนที่เริ่มฝึกสมาธิมักพยายามบังคับให้ใจสงบหรือให้เกิดปีติ ยิ่งพยายามยิ่งเครียด พระสูตรนี้บอกว่าจุดที่ควรลงแรงคือต้นเหตุ ถ้าชีวิตประจำวันสะอาด ไม่มีเรื่องค้างใจ ความเบาใจ ความอิ่มใจ และความสงบจะตามมาเองตามลำดับ
หลักนี้ใช้ได้นอกเหนือจากการภาวนา เช่น ความไว้ใจในครอบครัวหรือในทีมไม่ได้เกิดจากการเรียกร้องว่า "เชื่อใจฉันสิ" แต่เกิดจากการทำตัวน่าไว้ใจสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไร ศีลยังต้องรักษาด้วยความตั้งใจ สิ่งที่ไม่ต้องบังคับคือผลที่ตามมาเมื่อเหตุพร้อมแล้ว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
สมุจจยขันธกะไล่กรณีที่ยุ่งยากของการอยู่ปริวาสและประพฤติมานัต เช่น มีอาบัติหลายตัวปิดไว้นานไม่เท่ากัน ปิดไว้โดย…
พระเทวทัตชวนพวกเสนอวัตถุ ๕ เพื่อทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงให้เลือกปฏิบัติตามความสมัครใจ แล้วทรงบัญญัติให้ภิกษุเต…
คาถาของพระอานนท์ ว่าด้วยการเลือกมิตร คนเรียนน้อยแก่เปล่าเหมือนโค คนรู้มากแต่ไม่ปฏิบัติเหมือนคนตาบอดถือประทีป ก…
ปีติ สุข และอุเบกขา มีสามระดับ — ที่อาศัยกามคุณ ที่ไม่อาศัยกามคุณ และที่ไม่อาศัยอะไรเลยยิ่งกว่านั้น ความสุขไม่…