อานันทเถรคาถา: พหูสูต ผู้ติดตามดุจเงา
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อานันทเถรคาถา: พหูสูต ผู้ติดตามดุจเงา

อานนฺทตฺเถรคาถา

คาถาของพระอานนท์ ว่าด้วยการเลือกมิตร คนเรียนน้อยแก่เปล่าเหมือนโค คนรู้มากแต่ไม่ปฏิบัติเหมือนคนตาบอดถือประทีป การอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ๒๕ ปีด้วยเมตตา และความว้าเหว่เมื่อกัลยาณมิตรและพระศาสดาจากไป

๗ ข้อ

ในเถรคาถา ขุททกนิกาย หมวดติงสนิบาต มีคาถาของพระอานนท์ ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ในคาถาท่านกล่าวว่าได้เรียนธรรมจากพระพุทธเจ้า ๘๒,๐๐๐ ธรรมขันธ์ จากภิกษุอีก ๒,๐๐๐ รวมเป็น ๘๔,๐๐๐ ธรรมขันธ์ ส่วนเรื่องที่ท่านเป็นพระญาติ (ลูกพี่ลูกน้อง) ของพระพุทธเจ้า มาจากอรรถกถา

คาถาชุดนี้มีหลายเสียงปนกัน ส่วนใหญ่เป็นคำของพระอานนท์เอง มีพระคาถาหนึ่งบทที่พระพุทธเจ้าตรัสกับท่าน และมีคาถาสามบทที่พระสังคีติกาจารย์รจนาสรรเสริญท่านภายหลัง

เนื้อหามีทั้งคำสอนเรื่องการเรียนและการคบคน และความรู้สึกส่วนตัวที่หาอ่านได้ยาก เช่น ความว้าเหว่เมื่อพระสารีบุตรผู้เป็นกัลยาณมิตรนิพพาน และความสะเทือนใจเมื่อพระศาสดาปรินิพพานขณะที่ท่านยังเป็นพระเสขะ ยังไม่บรรลุอรหัต

  1. ๑

    เลือกคบคน สขิตํ น กเรยฺย ปณฺฑิโต

    บัณฑิตไม่ควรเป็นมิตรกับคนส่อเสียด มักโกรธ ตระหนี่ และผู้ยินดีในความพินาศของผู้อื่น เพราะการสมาคมกับคนชั่วเป็นความลามก แต่ควรเป็นมิตรกับผู้มีศรัทธา มีศีล มีปัญญา และได้สดับมามาก เพราะการสมาคมกับคนดีมีแต่ความเจริญ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าหลังคุยกับเพื่อนแต่ละคน ใจเราเบาขึ้นหรือหนักขึ้น แล้วให้เวลากับคนที่ทำให้เราดีขึ้นมากกว่า

  2. ๒

    คนเรียนน้อยแก่เปล่าเหมือนโค พลิวทฺโทว ชีรติ

    คนที่ศึกษาน้อยย่อมแก่เปล่า เหมือนโคที่เขาไม่ได้ใช้งาน เนื้อของเขาเจริญ แต่ปัญญาไม่เจริญ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งเป้าอ่านหรือฟังสิ่งที่ทำให้ความเข้าใจลึกขึ้นวันละเล็กน้อย อายุที่เพิ่มขึ้นควรมาพร้อมปัญญาที่เพิ่มขึ้น

  3. ๓

    รู้มากแต่ไม่ปฏิบัติ เหมือนคนตาบอดถือประทีป อนฺโธ ปทีปธาโรว

    ผู้ที่เรียนมามาก แล้วดูหมิ่นผู้เรียนน้อยเพราะความรู้ของตน แต่ตนเองไม่ได้ปฏิบัติตามที่เรียน ย่อมปรากฏแก่ท่านเหมือนคนตาบอดถือดวงไฟ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนแนะนำหรือแก้ความเข้าใจของคนอื่น ถามตัวเองก่อนว่าเราทำเรื่องนั้นได้จริงแล้วหรือยัง

  4. ๔

    เรียนให้เข้าใจเนื้อความ อานนฺทตฺเถรคาถา

    ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้ศึกษามามาก และไม่ทำสุตะที่ได้มาให้เสื่อมหาย เพราะสุตะเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ผู้รู้อรรถแห่งภาษิต ฉลาดในถ้อยคำ ย่อมเรียนธรรมได้ดี พิจารณาเนื้อความด้วยความอดทน และมีจิตตั้งมั่นในภายใน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาอ่านบทความหรือหนังสือธรรมะ ให้หยุดสรุปเป็นคำของตัวเองสักสองสามประโยค การเข้าใจเนื้อความสำคัญกว่าการจำได้มาก

  5. ๕

    อุปัฏฐากด้วยเมตตา ติดตามดุจเงา ฉายาว อนปายินี

    เราอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคด้วยเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม และเมตตามโนกรรม เหมือนเงาที่ติดตามพระองค์ ตลอด ๒๕ ปี เมื่อพระองค์เสด็จไป เราก็เดินตามไปเบื้องพระปฤษฎางค์ ท่านยังกล่าวว่าตลอด ๒๕ ปีที่เป็นพระเสขะ กามสัญญาและโทสสัญญาไม่เกิดขึ้นเลย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อดูแลใครสักคน ให้ตรวจทั้งสามทาง คือ ทำด้วยความใส่ใจไหม พูดอย่างอ่อนโยนไหม และคิดถึงเขาด้วยความปรารถนาดีไหม

  6. ๖

    อย่าห้ามคนที่มาจากไกล อานนฺทตฺเถรคาถา

    พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า อย่าห้ามประชาชนที่มาแต่ต่างถิ่นแม้ล่วงเวลาแสดงธรรมแล้ว เพราะเขามุ่งจะฟังธรรม ให้เขาเข้ามาหาได้ เวลานี้เป็นเวลาที่จะเห็นเรา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีคนตั้งใจเดินทางมาหาหรือติดต่อเข้ามานอกเวลา ให้ชั่งน้ำหนักความตั้งใจของเขาก่อนจะปฏิเสธตามกฎเพียงอย่างเดียว

  7. ๗

    เมื่อกัลยาณมิตรและครูจากไป สพฺพา ทิสา น ปกฺขนฺติ

    เมื่อพระสารีบุตรผู้เป็นกัลยาณมิตรนิพพาน ทิศทั้งหมดไม่ปรากฏ ธรรมทั้งหลายไม่แจ่มแจ้ง โลกเหมือนมืดมน มิตรเก่าล่วงลับไป จิตไม่สมาคมกับมิตรใหม่ ท่านจึงนั่งเพ่งฌานอยู่ผู้เดียว เหมือนนกอยู่ในรังในฤดูฝน และเมื่อพระศาสดาปรินิพพานขณะท่านยังเป็นพระเสขะ ท่านเกิดความหวาดเสียวขนพองสยองเกล้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อสูญเสียคนสำคัญ ให้อนุญาตตัวเองได้เศร้าและอยู่เงียบ ๆ บ้าง ไม่ต้องรีบหาคนใหม่มาแทน แต่อย่าตัดขาดจากคนที่ห่วงใยเราเสียทั้งหมด

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระอานนท์เป็นแบบอย่างของคนที่เรียนเก่งและรับใช้ผู้อื่นได้ยาวนาน แต่ท่านก็เตือนว่าความรู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติไม่ต่างจากคนตาบอดถือไฟ

คาถาเรื่องการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ๒๕ ปีด้วยเมตตาทางกาย วาจา และใจ ใช้ได้กับการดูแลพ่อแม่ ลูก หรือผู้ป่วย การดูแลที่ดีไม่ได้มีแค่การลงมือทำ แต่รวมถึงคำพูดและความคิดที่มีต่อคนที่เราดูแลด้วย

ความเศร้าของพระอานนท์เมื่อมิตรและครูจากไปบอกว่า ความโศกเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่ยังไม่หมดกิเลส ไม่ต้องละอายที่รู้สึกเช่นนั้น ท่านเลือกอยู่กับความเศร้าด้วยการนั่งเพ่งฌานอยู่ผู้เดียว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

มหาสีหนาทสูตร: ทางที่เดินอยู่จะพาไปถึงไหน

ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห

สุนักขัตตะตั้งใจติพระพุทธเจ้า แต่กลับพูดชมโดยไม่รู้ตัว — แล้วทรงแสดงคติ ๕ ด้วยอุปมาคนเดินทางสายเดียวไปสู่หลุมถ…

ก่อนจะเตือนใคร: ธรรมที่ผู้ว่ากล่าวพึงตั้งไว้ในตน

โจทเกน ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปโร โจเทตพฺโพ

พระอุบาลีทูลถามว่า ภิกษุผู้จะว่ากล่าวผู้อื่นควรมีอะไรในตนก่อน พระพุทธเจ้าตรัสให้สำรวจกาย วาจา เมตตา และความรู้…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้