อิตถีวรรค: คาถาชาดกที่ตำหนิผู้หญิง ควรอ่านอย่างไร
ศึกษาเชิงลึก

อิตถีวรรค: คาถาชาดกที่ตำหนิผู้หญิง ควรอ่านอย่างไร

อิตฺถีวคฺโค

วรรคที่ ๗ ของเอกกนิบาตชาดก มีคาถา ๑๐ บท หลายบทกล่าวถึงผู้หญิงในทางลบ เช่น ว่าไม่มีขอบเขต มักโกรธ ไม่รู้คุณ และรู้ใจได้ยาก หน้านี้บอกตามจริงว่าคาถากล่าวอะไร แยกคาถาออกจากเรื่องเล่าในอรรถกถา และวางไว้ในบริบทของผู้พูดและผู้ฟัง

๘ ข้อ

ในอิตถีวรรค เอกกนิบาตชาดก ขุททกนิกาย มีชาดก ๑๐ เรื่อง เรื่องละหนึ่งคาถา ในพระไตรปิฎก ส่วนชาดกมีเฉพาะคาถา ส่วนเรื่องเล่าร้อยแก้วที่บอกว่าใครพูด พูดเมื่อไร มาจากอรรถกถาชาดก (ชาตกัฏฐกถา) หน้านี้จะบอกทุกครั้งว่ารายละเอียดใดมาจากคาถา รายละเอียดใดมาจากอรรถกถา

คาถาหลายบทในวรรคนี้ตำหนิผู้หญิงโดยรวม เช่น อาสาตมันตชาดกว่าหญิงเลวทราม ไม่มีเขตแดน เหมือนไฟที่ไหม้ไม่เลือก ตักกชาดกว่าหญิงมักโกรธ ไม่รู้คุณ ชอบส่อเสียด และทุราชานชาดกว่าภาวะของหญิงรู้ได้ยากเหมือนทางไปของปลาในน้ำ แต่บางบทพูดเรื่องอื่น เช่น ความอยากที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปัญญาของหญิงคนหนึ่งที่ช่วยพี่ชาย และความชนะที่แท้จริง

ตัวคาถาเองบอกบริบทไว้ส่วนหนึ่ง ตักกชาดกจบด้วยคำว่า "ดูกรภิกษุ ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด" และอาสาตมันตชาดกจบว่า "เราจักละทิ้งหญิงเหล่านั้นไปบวช" คือเป็นคำของผู้ชายที่พยายามตัดความผูกพันเพื่อชีวิตนักบวช อรรถกถาเล่าว่าหลายเรื่องตรัสแก่ภิกษุที่กระสันจะสึก ข้อความเหล่านี้จึงเป็นคำเตือนใจผู้ที่กำลังดิ้นรนกับความอยากของตนเอง และสะท้อนทัศนะของสังคมยุคนั้น เว็บไซต์ไม่ถือว่าเป็นคำตัดสินคุณค่าของผู้หญิง

  1. ๑

    อาสาตมันตชาดก: ไฟที่ไหม้ไม่เลือก อสาตมนฺตชาตกํ

    คาถากล่าวว่า หญิงในโลกนี้เลวทราม ไม่มีเขตแดน มีแต่ความกำหนัด คึกคะนอง เหมือนไฟที่ไหม้ไม่เลือก ผู้พูดจึงตั้งใจละไปบวชเพื่อพอกพูนวิเวก คาถาเป็นคำประกาศของผู้ที่ต้องการออกจากกาม อรรถกถาเล่าเรื่องประกอบว่าเป็นบทเรียนที่อาจารย์ให้ศิษย์หนุ่มเพื่อให้เห็นโทษของกาม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารู้สึกว่าความอยากในใจร้อนเหมือนไฟ ให้เห็นว่าไฟนั้นอยู่ในใจเรา การดูแลใจของตนได้ผลกว่าการโทษอีกฝ่าย

  2. ๒

    อัณฑภูตชาดกและตักกชาดก: ความระแวงและคำตำหนิ พฺรหฺมจริยํ จร ภิกฺขุ

    อัณฑภูตชาดกกล่าวว่า พราหมณ์เลี้ยงภรรยามาตั้งแต่นางยังไม่คลอดก็ยังรู้ไม่ทันนาง แล้วถามว่าใครจะวางใจภรรยาได้ ตักกชาดกกล่าวว่า หญิงมักโกรธ ไม่รู้คุณ ชอบส่อเสียด ชอบยุยงให้แตกกัน แล้วบอกภิกษุให้ประพฤติพรหมจรรย์ต่อไป คาถาทั้งสองเป็นคำเตือนภิกษุ และเป็นการเหมารวมคนทั้งเพศ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้ยินคำพูดว่า "ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้" หรือ "ผู้ชายก็เป็นแบบนี้" ให้ถามกลับว่ากำลังพูดถึงคนคนไหน และมีหลักฐานเรื่องคนคนนั้นจริงหรือไม่

  3. ๓

    ทุราชานชาดก: อย่าฝากใจไว้กับการเดาใจ ถีนํ ภาโว ทุราชาโน

    คาถากล่าวว่า อย่าดีใจว่าหญิงปรารถนาเรา อย่าเศร้าโศกว่าหญิงไม่ปรารถนาเรา เพราะภาวะของหญิงรู้ได้ยาก เหมือนทางไปของปลาในน้ำ คาถาพูดถึงผู้หญิงโดยรวม แต่คำแนะนำครึ่งแรก คือไม่ขึ้นลงตามการคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่าย ใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อกังวลว่าใครคิดอย่างไรกับเรา ให้กลับมาดูสิ่งที่เราควบคุมได้ คือความประพฤติของเราเอง

  4. ๔

    อนภิรติชาดก: บัณฑิตไม่โกรธ นาสํ กุชฺฌนฺติ ปณฺฑิตา

    คาถาเปรียบหญิงในโลกกับแม่น้ำ หนทาง โรงสุรา สภา และบ่อน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปใช้ร่วมกัน แล้วกล่าวว่าบัณฑิตไม่โกรธหญิงเหล่านั้น การเปรียบนี้เป็นการดูแคลนผู้หญิงอย่างชัดเจน สิ่งที่หน้านี้นำมาใช้มีเพียงครึ่งหลัง คือผู้มีปัญญาไม่เก็บความโกรธไว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อผิดหวังในความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องเหมารวมหรือแก้แค้น การไม่ผูกโกรธช่วยให้ใจเราเองเป็นอิสระ

  5. ๕

    มุทุลักขณชาดก: ความอยากที่ออกลูกต่อ อิจฺฉา อิจฺฉํ วิชายถ

    คาถากล่าวว่า ครั้งยังไม่ได้พระนางมุทุลักขณา มีความปรารถนาเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้แล้ว ความปรารถนาอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นอีก คาถานี้ไม่ได้ตำหนิพระนาง แต่ชี้ไปที่ความอยากในใจของผู้พูดเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนซื้อหรือขอสิ่งใดด้วยความคิดว่า "ได้อันนี้แล้วจะพอ" ให้ระลึกว่าความอยากมักเกิดต่อกันไม่รู้จบ

  6. ๖

    อุจฉังคชาดก: ปัญญาของหญิงคนหนึ่ง อุจฺฉงฺคชาตกํ

    คาถาเป็นคำของหญิงที่ทูลพระราชาว่า บุตรหาได้ง่ายเหมือนของในพก สามีก็หาได้เมื่อเดินไปตามทาง แต่ไม่เห็นที่ใดจะหาพี่ชายร่วมอุทรได้อีก อรรถกถาเล่าว่าสามี บุตร และพี่ชายของนางถูกจับ พระราชาให้นางเลือกคนหนึ่ง นางเลือกพี่ชายด้วยเหตุผลนี้ พระราชาพอพระทัยจึงปล่อยทั้งสามคน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในวรรคเดียวกันมีทั้งคำตำหนิผู้หญิงและเรื่องผู้หญิงที่ใช้เหตุผลช่วยครอบครัวได้ทั้งหมด การอ่านให้ครบช่วยไม่ให้เราสรุปด้านเดียว

  7. ๗

    กุททาลชาดก: ความชนะที่ไม่กลับแพ้ น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ

    วรรคนี้ปิดด้วยคาถาว่า ความชนะที่กลับแพ้ได้ไม่ใช่ความชนะที่ดี ความชนะที่ไม่กลับแพ้จึงเป็นความชนะที่ดี ก่อนหน้านั้นมีสาเกตชาดกว่าคนเราวางใจคนที่ใจผูกพันได้แม้ไม่เคยเห็นกันมาก่อน และวิสวันตชาดกว่าไม่ยอมกลับไปดูดพิษที่คายออกแล้ว ทั้งสามคาถาไม่ได้ตำหนิผู้หญิง แต่พูดถึงการชนะใจตนเองและการไม่หวนกลับไปหาสิ่งที่ละแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ชัยชนะที่ยั่งยืนที่สุดคือชนะนิสัยเก่าของตัวเอง เช่น เลิกสิ่งที่ตั้งใจเลิกได้โดยไม่หวนกลับ

  8. ๘

    ไม่ใช่เสียงเดียวของพระไตรปิฎก ภพฺโพ อานนฺท มาตุคาโม

    ในพระไตรปิฎกชุดเดียวกัน พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันแก่พระอานนท์ว่าสตรีที่ออกบวชสามารถบรรลุโสดาปัตติผลจนถึงอรหัตตผลได้ และเถรีคาถาบันทึกคาถาของภิกษุณีจำนวนมากที่บรรลุธรรมด้วยตนเอง คาถาในอิตถีวรรคจึงควรอ่านเป็นคำเตือนใจผู้ที่กำลังดิ้นรนกับความอยาก ไม่ใช่ข้อสรุปของพระพุทธศาสนาเรื่องผู้หญิง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพบข้อความที่ดูแคลนใครในคัมภีร์ ให้หาข้อความอื่นในคัมภีร์เดียวกันมาอ่านคู่กันเสมอ ก่อนจะนำไปพูดต่อ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คาถาในวรรคนี้เตือนให้เราระวังการเหมารวม คำตำหนิ "หญิง" ทั้งหมด ถ้าเปลี่ยนเป็นคำว่า "ชาย" ก็ไม่เป็นธรรมเท่ากัน คนแต่ละคนมีทั้งคนมักโกรธและคนใจดี คนซื่อและคนไม่ซื่อ ไม่เกี่ยวกับเพศ

สิ่งที่นำมาใช้ได้จริงคือแก่นที่อยู่ข้างใต้ เช่น มุทุลักขณชาดกบอกว่าความอยากเกิดต่อกันไม่รู้จบ ปัญหาอยู่ที่ความอยากของผู้อยาก ไม่ใช่ที่คนที่ถูกอยาก และทุราชานชาดกสอนว่าอย่าฝากความสุขความทุกข์ไว้กับการเดาใจคนอื่น

ถ้าเคยถูกทำร้ายจิตใจจากความสัมพันธ์ ความเจ็บนั้นมีจริง แต่การสรุปว่าคนทั้งเพศเป็นแบบเดียวกันมักทำให้เราเจ็บซ้ำ ให้มองคนทีละคน และมองใจของตนเองไปพร้อมกัน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อามกธัญญเปยยาล: ฝุ่นปลายเล็บกับคนส่วนน้อยที่เลือกทางดี

อปฺปกา เต สตฺตา

พระพุทธเจ้าทรงช้อนฝุ่นไว้บนปลายเล็บ แล้วเทียบกับแผ่นดินใหญ่ ว่าสัตว์ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ที่เกื้อกูลแม่พ่อ นอบ…

๑๘ ทางที่ทำให้หมู่แตก: เมื่อคนบิดเรื่องกฎทีละนิด

อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ

ปริวารนับรายการไว้ว่าอะไรทำให้หมู่คณะแตก คำตอบคือ ๑๘ อย่าง ซึ่งเกือบทั้งหมดคือการพูดสิ่งที่ไม่ใช่ว่าใช่ และพูด…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้