พระทัพพมัลลบุตรถูกใส่ความ: การสอบสวนที่เป็นธรรม
ใช้ในชีวิตประจำวัน

พระทัพพมัลลบุตรถูกใส่ความ: การสอบสวนที่เป็นธรรม

น โข ทพฺพ ทพฺพา เอวํ นิพฺเพเฐนฺติ

พระทัพพมัลลบุตรอาสาจัดที่พักและแจกภัตแก่สงฆ์ แต่พระเมตติยะและพระภุมมชกะผูกใจเจ็บ ยุให้ภิกษุณีเมตติยา และต่อมาเจ้าวัฑฒะลิจฉวี กล่าวหาท่านโดยไม่มีมูล พระพุทธเจ้าทรงสอบถามตรง ๆ สงฆ์ให้สติวินัยแก่ผู้บริสุทธิ์ คว่ำบาตรผู้ร่วมใส่ความ และหงายบาตรเมื่อเขาสำนึกผิด

๘ ข้อ

เรื่องพระทัพพมัลลบุตรมีอยู่สองตอนในจุลวรรค พระวินัยปิฎก ตอนแรกอยู่ในสมถขันธกะ ซึ่งว่าด้วยวิธีระงับอธิกรณ์ เป็นต้นเรื่องของสติวินัย คือการที่สงฆ์ประกาศรับรองภิกษุผู้มีสติสมบูรณ์ว่าบริสุทธิ์จากข้อกล่าวหา ตอนที่สองอยู่ในขุททกวัตถุขันธกะ เป็นต้นเรื่องของการคว่ำบาตร คือการที่สงฆ์ไม่คบหากับอุบาสกผู้มีความผิดบางอย่าง

พระทัพพมัลลบุตรบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุ ๗ ปี ท่านคิดว่าจะช่วยงานสงฆ์อย่างไร จึงขออาสาจัดเสนาสนะและแจกภัต ต่อมาพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ซึ่งเป็นพระบวชใหม่และได้ที่พักกับอาหารไม่ดีอยู่เสมอ ถูกคหบดีคนหนึ่งจัดอาหารเลวให้ จึงเข้าใจเอาเองว่าพระทัพพะยุยง แล้วชักชวนภิกษุณีเมตติยาไปกราบทูลว่าถูกท่านประทุษร้าย

ในตอนหลัง ทั้งสองรูปชักชวนเจ้าวัฑฒะลิจฉวีผู้เป็นสหาย ให้ไปกราบทูลว่าภรรยาของเขาถูกพระทัพพะประทุษร้าย ทั้งสองครั้งพระพุทธเจ้าทรงสอบถามพระทัพพะด้วยวิธีเดียวกัน สติวินัยและการคว่ำบาตรเป็นวินัยสงฆ์ แต่หลักการสอบสวนอย่างเป็นธรรมและการเปิดทางให้ผู้สำนึกผิดใช้ได้ในทุกองค์กร

  1. ๑

    อาสารับงานส่วนรวมอย่างเปิดเผย สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ

    พระทัพพมัลลบุตรหลีกเร้นอยู่แล้วคิดว่า ท่านทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ควรช่วยงานสงฆ์อย่างไร จึงทูลขอจัดเสนาสนะและแจกภัตแก่สงฆ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ดีละ ทัพพะ แล้วให้สงฆ์สมมติท่านด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา งานนี้จึงเป็นหน้าที่ที่สงฆ์มอบหมายอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การเข้าไปจัดการเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าจะอาสาทำงานส่วนรวม ให้ขอความเห็นชอบจากกลุ่มอย่างเปิดเผย งานจะมีความชอบธรรม และมีหลักให้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหา

  2. ๒

    จัดสรรให้เหมาะกับแต่ละคน เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ

    ท่านจัดที่พักให้ภิกษุที่มีลักษณะคล้ายกันอยู่ด้วยกัน พระที่ทรงพระสูตรอยู่ด้วยกันเพื่อสาธยายร่วมกัน พระที่ทรงวินัยอยู่ด้วยกันเพื่อวินิจฉัยวินัย พระธรรมกถึกอยู่ด้วยกันเพื่อสนทนาธรรม พระที่เพ่งฌานอยู่ด้วยกันเพื่อไม่รบกวนกัน ส่วนพระที่ชอบคุยเรื่องไร้สาระก็ให้อยู่ด้วยกันจะได้อยู่อย่างพอใจ ภิกษุที่มาค่ำ ท่านเข้าฌานแล้วทำให้นิ้วสว่างนำทางไปชี้ที่พัก แม้บางรูปจงใจมาค่ำและขอที่ไกล ๆ เพื่อดูฤทธิ์ ท่านก็พาไป และชี้แจงเตียง ตั่ง ที่ถ่าย น้ำดื่ม กับกติกาของสงฆ์ให้ครบ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อต้องจัดที่นั่งทำงานหรือจัดทีม ลองจัดตามลักษณะงานและนิสัยการทำงาน คนที่ต้องการสมาธิไม่ควรนั่งติดกับคนที่ต้องคุยโทรศัพท์ทั้งวัน

  3. ๓

    ความน้อยใจที่กลายเป็นข้อกล่าวหา อุทกํ มญฺเญ อาทิตฺตํ

    พระเมตติยะและพระภุมมชกะได้ที่พักและอาหารชั้นเลวอยู่เสมอ วันหนึ่งคหบดีผู้ถวายอาหารดีทราบว่าภัตของตนจัดให้สองรูปนี้ ก็ไม่พอใจ จึงสั่งให้จัดปลายข้าวกับน้ำผักดองให้นั่งฉันที่ซุ้มประตู ทั้งสองคิดเอาเองว่าพระทัพพะยุยงคหบดี แล้วชวนภิกษุณีเมตติยาไปกราบทูลว่า ทิศที่เคยปลอดภัยกลับมีภัย ที่ที่ไม่มีลมกลับมีลมแรง หม่อมฉันถูกพระทัพพะประทุษร้าย เหมือนน้ำถูกไฟเผา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสรุปว่าใครเป็นต้นเหตุ ความน้อยใจที่ไม่ได้ตรวจสอบกลายเป็นการใส่ร้ายได้ง่ายมาก

  4. ๔

    ถามตรง ให้ตอบตรง ยโตหํ ภนฺเต ชาโต

    พระพุทธเจ้ารับสั่งให้ประชุมสงฆ์ แล้วตรัสถามพระทัพพะถึงสามครั้งว่าระลึกได้หรือไม่ว่าได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา ท่านทูลว่า พระองค์ย่อมทรงทราบว่าข้าพระองค์เป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้เป็นบัณฑิตไม่แก้ข้อกล่าวหาอย่างนี้ ถ้าทำก็จงบอกว่าทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จงบอกว่าไม่ได้ทำ พระทัพพะจึงทูลว่า ตั้งแต่เกิดมา แม้ในฝันก็ไม่เคยเสพเมถุนธรรม จะกล่าวไยถึงเมื่อตื่นอยู่

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกกล่าวหา อย่าตอบเพียงว่า "ก็รู้จักฉันดีอยู่แล้ว" ให้ตอบข้อเท็จจริงให้ชัดว่าทำหรือไม่ได้ทำ ส่วนผู้สอบถามก็ไม่ควรตัดสินจากความเชื่อใจอย่างเดียว

  5. ๕

    สืบให้ถึงผู้ยุยง อิเม จ ภิกฺขู อนุยุญฺชถ

    พระพุทธเจ้ารับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายให้ภิกษุณีเมตติยาสึก และให้สอบสวนภิกษุสองรูปนั้น ตัวบทตอนนี้ไม่ได้อธิบายเหตุผลของการให้ภิกษุณีสึกไว้ เมื่อภิกษุให้นางสึกแล้ว พระเมตติยะและพระภุมมชกะจึงบอกว่านางไม่ผิดอะไร พวกตนโกรธและต้องการให้พระทัพพะเคลื่อนจากพรหมจรรย์ จึงยุให้นางใส่ความ ภิกษุถามว่า พวกท่านโจทพระทัพพะด้วยศีลวิบัติที่ไม่มีมูลหรือ ทั้งสองยอมรับ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ในการสอบสวนเรื่องร้องเรียน อย่าหยุดที่ผู้ร้องเรียนคนเดียว ให้ถามต่อว่าเรื่องนี้เริ่มจากใครและเพราะอะไร

  6. ๖

    ประกาศความบริสุทธิ์ให้ชัด สติเวปุลฺลปฺปตฺตสฺส สติวินยํ

    พระพุทธเจ้าทรงติเตียนการโจทโดยไม่มีมูล แล้วให้สงฆ์ให้สติวินัยแก่พระทัพพะผู้ถึงความไพบูลย์แห่งสติ พระทัพพะขอต่อสงฆ์สามครั้ง และสงฆ์ประกาศด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ทรงวางองค์ของการให้สติวินัยที่ชอบธรรมไว้ ๕ ข้อ คือ ภิกษุนั้นบริสุทธิ์ไม่มีอาบัติ มีผู้โจท เธอขอ สงฆ์ให้ และสงฆ์พร้อมเพรียงกันให้โดยธรรม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อพิสูจน์ได้ว่าใครถูกกล่าวหาโดยไม่มีมูล ให้แจ้งผลต่อคนที่เคยได้ยินข้อกล่าวหานั้นด้วย การเงียบไว้ทำให้รอยด่างยังติดตัวเขาอยู่

  7. ๗

    คว่ำบาตรผู้ร่วมใส่ความ ปตฺตํ นิกฺกุชฺชตุ

    ในอีกตอนหนึ่ง เจ้าวัฑฒะลิจฉวีผู้เป็นสหายของสองรูปนั้นถูกชักชวนให้ไปกราบทูลว่าภรรยาของตนถูกพระทัพพะประทุษร้าย พระพุทธเจ้าทรงสอบถามพระทัพพะแบบเดียวกัน แล้วให้สงฆ์คว่ำบาตรเจ้าวัฑฒะ คือไม่คบหาด้วย ทรงวางองค์ ๘ ของอุบาสกที่สงฆ์พึงคว่ำบาตร เช่น ขวนขวายให้ภิกษุเสื่อมลาภ ขวนขวายให้ภิกษุอยู่ไม่ได้ ด่าว่าภิกษุ ยุยงภิกษุให้แตกกัน และกล่าวติเตียนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เมื่อพระอานนท์ไปแจ้ง เจ้าวัฑฒะถึงกับสลบล้มลง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    องค์กรมีสิทธิ์วางระยะห่างกับคนที่จงใจทำร้ายคนในองค์กร แต่ควรมีเกณฑ์ที่ชัด และตัดสินผ่านที่ประชุม ไม่ใช่ตามอารมณ์ของใครคนหนึ่ง

  8. ๘

    รับคำขอขมา แล้วเปิดทางกลับ วุฑฺฒิ เหสา อาวุโส วฑฺฒ อริยสฺส วินเย

    ญาติมิตรพาเจ้าวัฑฒะพร้อมบุตรภรรยาไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทั้งผ้าเปียกผมเปียก หมอบลงแทบพระบาท ยอมรับว่าได้ทำผิดเพราะความโง่ ความหลง ความไม่ฉลาด และขอให้ทรงรับโทษเพื่อสำรวมต่อไป พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่ผู้ใดเห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป นี้เป็นความเจริญในอริยวินัย แล้วให้สงฆ์หงายบาตรแก่เขา โดยเขาต้องไปขอต่อสงฆ์ว่าได้ประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง และประพฤติแก้ตัวแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อคนที่เคยทำผิดต่อเรามาขอโทษอย่างจริงใจและเปลี่ยนพฤติกรรมจริง ให้มีช่องทางที่ชัดเจนให้เขากลับมาได้ การลงโทษที่ไม่มีทางกลับไม่ได้ช่วยให้ใครดีขึ้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ใครที่ทำงานเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะงานจัดสรรทรัพยากร มีโอกาสถูกคนที่ไม่พอใจกล่าวหาได้เสมอ เรื่องนี้บอกว่าไม่ต้องอ้อมค้อมหรือโกรธตอบ ให้ตอบตามจริงอย่างชัดเจน แล้วให้กระบวนการที่เป็นธรรมทำงาน

สำหรับผู้ที่ต้องตัดสินเรื่องร้องเรียน ให้ถามผู้ถูกกล่าวหาโดยตรง สืบหาต้นเหตุจริง แยกผู้ยุยงออกจากผู้ถูกใช้ และเมื่อความจริงปรากฏ ให้ประกาศความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ไม่ปล่อยให้ข่าวลือค้างอยู่

ส่วนคนที่เคยร่วมใส่ความผู้อื่น เรื่องเจ้าวัฑฒะแสดงว่าการยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาและตั้งใจสำรวมต่อไป เป็นทางกลับมาสู่ความไว้ใจได้

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สัทธัมมปฏิรูปกสูตร: ทองเทียมกับพระสัทธรรม

สทฺธมฺมปฏิรูปกสุตฺตํ

ทำไมเมื่อก่อนสิกขาบทน้อยแต่ผู้บรรลุมาก บัดนี้สิกขาบทมากแต่ผู้บรรลุน้อย — พระสัทธรรมหายไปเมื่อของเทียมเกิดขึ้น …

นยถาจิตตัสสวาจาติกถา: พูดไม่ตรงกับที่ตั้งใจ ก็ยังมีจิตอยู่เบื้องหลัง

นยถาจิตฺตสฺส วาจาติกถา

กลุ่มกถาท้ายวรรคที่ ๙ ถามว่าจิตที่นึกถึงอดีตหรืออนาคตไม่มีอารมณ์หรือ จิตทุกดวงมีวิตกหรือ ความคิดดังเป็นเสียงหร…

โมฆราชปัญหานิทเทส: มองโลกโดยความเป็นของว่าง

สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ

คำอธิบายปัญหาของโมฆราชในจูฬนิทเทส ว่าการมองโลกโดยความเป็นของว่างหมายถึงอะไร ทำได้กี่แบบ และทำไมผู้ถอนความเห็นว…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้