ทักขิณาวิภังคสูตร: ทานที่บริสุทธิ์
ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทักขิณาวิภังคสูตร: ทานที่บริสุทธิ์

ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตํ

พระนางมหาปชาบดีจะถวายผ้าที่ทอเองแด่พระพุทธเจ้า แต่ทรงแนะให้ถวายสงฆ์ — แล้วทรงจำแนกผู้รับทาน ๑๔ ประเภท ทานแก่สงฆ์ ๗ อย่าง และความบริสุทธิ์ของทาน ๔ แบบ

๕ ข้อ

ในทักขิณาวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย พระนางมหาปชาบดีโคตมีนำผ้าคู่ใหม่ที่กรอด้าย ทอเองมาถวายพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสให้ถวายแก่สงฆ์ เพราะเมื่อถวายสงฆ์ พระองค์ก็ได้รับการบูชาและสงฆ์ก็ได้รับการบูชาด้วย

พระอานนท์ทูลขอให้รับ เพราะพระนางเป็นพระมาตุจฉาผู้เลี้ยงดูและให้น้ำนมแก่พระองค์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระนางมีอุปการะมากจริง แต่พระองค์ก็มีอุปการะต่อพระนางมากเช่นกัน เพราะพระนางได้ถึงพระรัตนตรัย รักษาศีล และหมดความสงสัยในอริยสัจก็เพราะอาศัยพระองค์

จากนั้นทรงจำแนกทักษิณาที่ให้แก่บุคคล ๑๔ ประเภท ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงไปจนถึงสัตว์ดิรัจฉาน ทรงแสดงทานแก่สงฆ์ ๗ อย่าง และตรัสว่าทานเฉพาะบุคคลไม่มีผลมากกว่าทานที่ให้แก่สงฆ์ แล้วทรงแสดงความบริสุทธิ์ของทักษิณา ๔ แบบ

  1. ๑

    ถวายสงฆ์ ผู้ให้ได้บูชาทั้งหมด สงฺเฆ โคตมิ เทหิ

    พระพุทธเจ้าตรัสให้พระนางมหาปชาบดีถวายผ้าแก่สงฆ์ เพราะพระองค์เองก็อยู่ในสงฆ์ การให้แก่ส่วนรวมจึงไม่ได้ทำให้ผู้ที่รักตกหล่น แต่รวมทุกคนไว้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่ออยากช่วยวัดหรือองค์กร ลองให้ในส่วนกลางที่ทุกคนได้ใช้ แทนการเจาะจงให้เฉพาะคนที่สนิท

  2. ๒

    บุญคุณมีสองทาง พหูปการา

    พระนางเลี้ยงดูพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ส่วนพระพุทธเจ้าก็ทำให้พระนางได้ที่พึ่งทางใจ ทรงตรัสว่าการช่วยให้ใครได้ถึงพระรัตนตรัยและรักษาศีล เป็นอุปการะที่ตอบแทนด้วยการกราบไหว้หรือวัตถุได้ไม่ง่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ช่วยพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณให้มีความสุขทางใจ เช่น พาไปฟังธรรม เป็นการตอบแทนที่ลึกกว่าเงินทอง

  3. ๓

    ผู้รับทาน ๑๔ ประเภท จุทฺทส ปาฏิปุคฺคลิกา ทกฺขิณา

    ทรงเรียงผู้รับตั้งแต่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลแต่ละชั้น ผู้ที่อยู่นอกศาสนาแต่ปราศจากกาม ปุถุชนผู้มีศีล ปุถุชนผู้ทุศีล จนถึงสัตว์ดิรัจฉาน และตรัสว่าแม้ทานแก่สัตว์ดิรัจฉานก็หวังผลได้ร้อยเท่า ทานแก่ปุถุชนผู้ทุศีลหวังผลได้พันเท่า ทานแก่ปุถุชนผู้มีศีลหวังผลได้แสนเท่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    การให้อาหารสัตว์จรจัดหรือช่วยคนที่ไม่ได้ดีพร้อมก็เป็นทาน ไม่ต้องรอให้ถึงผู้รับที่สมบูรณ์แบบ

  4. ๔

    ทานแก่สงฆ์มีผลนับไม่ได้ สงฺฆคตา ทกฺขิณา อสงฺเขยฺยา

    ทรงแสดงทานแก่สงฆ์ ๗ อย่าง เช่น ถวายแก่สงฆ์สองฝ่ายมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข หรือขอให้สงฆ์จัดภิกษุมารับ และตรัสว่าแม้ในอนาคตจะมีภิกษุผู้ทุศีล แต่ถ้าให้โดยอุทิศแก่สงฆ์ ทานนั้นก็มีผลนับไม่ได้ เพราะใจของผู้ให้มุ่งต่อสงฆ์ ไม่ใช่ต่อตัวบุคคล

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทำบุญ ตั้งใจให้แก่ส่วนรวมหรือพระศาสนา แทนการเลือกให้ตามความชอบพอส่วนตัว

  5. ๕

    ความบริสุทธิ์ของทาน ๔ แบบ จตสฺโส ทกฺขิณาวิสุทฺธิโย

    ทานบางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายผู้ให้ ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายผู้รับ บางอย่างบริสุทธิ์ฝ่ายผู้รับ ไม่บริสุทธิ์ฝ่ายผู้ให้ บางอย่างไม่บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย และบางอย่างบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย ผู้ให้ที่มีศีล ให้ของที่ได้มาโดยชอบ ด้วยใจเลื่อมใส และเชื่อผลของกรรม ย่อมทำทานให้บริสุทธิ์จากฝ่ายตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ส่วนที่เราควบคุมได้คือฝ่ายผู้ให้ ทั้งศีลของเรา ความสุจริตของทรัพย์ และความเลื่อมใสขณะให้

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้คำนวณผลบุญเหมือนการลงทุน ใจความสำคัญคือทานมีคุณภาพต่างกันตามใจของผู้ให้และคุณธรรมของผู้รับ และการให้แก่ส่วนรวมมีคุณค่าสูงกว่าการให้เพื่อเจาะจงคนที่ตนชอบ

เรื่องพระนางมหาปชาบดีมีรายละเอียดที่น่าสังเกต พระพุทธเจ้าไม่ได้ปฏิเสธความรักของแม่เลี้ยง แต่ชวนให้ความรักนั้นขยายไปถึงสงฆ์ทั้งหมด

การให้ทานควรอยู่ในกำลังของตน ไม่ต้องให้จนตนเองหรือครอบครัวเดือดร้อน ผลของทานในพระสูตรไม่ใช่คำสัญญาทางการเงิน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ชวนไปด้วยกันแล้วส่งกลับ: คำชวนที่กลายเป็นการทิ้งเพื่อน

เอหาวุโส คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสาม

พระอุปนันทศากยบุตรชวนภิกษุรูปหนึ่งไปบิณฑบาตด้วยกัน แล้วสั่งไม่ให้ใครถวายอะไรแก่เธอ ซ้ำไล่ให้กลับก่อนเที่ยง เธอ…

อาคันตุกวัตรและอาวาสิกวัตร: เป็นแขกที่ดี เป็นเจ้าบ้านที่ดี

อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ

มารยาทของพระที่ไปเยือนวัดอื่น พระเจ้าถิ่นผู้ต้อนรับ และพระผู้จะออกเดินทาง ตั้งแต่เข้าวัดอย่างสำรวม ถามกติกาของ…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้